วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Volvo C70 Inscription edition เปิดประทุนเวอร์ชั่นพิเศษลุย LA Auto Show

ถ้าพูดถึงยานยนต์ที่ถูกสร้างมาตอบสนองการขับขี่ที่ปลอดภัยในทุกสภาวะแล้ว Volvo ถือ เป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำในเรื่องนี้ที่สร้างชื่อมานานกว่าแรม ปี และน้อยคนนักจะรู้ว่ามันยังมีรถสปอร์ตที่พร้อใให้สมรรถนะความแรงและดีไซน์ ที่หรูหรางดงาม แต่ยังดูสปอร์ตในแบบของรถยนต์สวีดิช
ในงาน Los Angeles Auto Show 2011 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ Volvo อาจะไม่มีอะไรใหม่อวดโฉมเปิดตัวให้ความร้อนแรงกับตลาดในอเมริกา แต่เมื่อยอุ่ในเมืองแห่งสวรรค์ ค่ายรถยนต์รายนี้ก็จัดการเตรียมนำรถสปอร์ตเปิดประทุนเวอร์ชั่นพิเศษที่ หรูหรางดงามลงตัวมาอวดโฉม ที่มั่นใจว่าเรียกลูกค้าได้
Volvo C70 Inscription edition
Volvo C70 Inscription edition ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่องาน LA auto Show โดยเฉพาะและในขณะที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างมองข้างแต่ Volvo กลับมั่นใจว่าเจ้าสปอร์ตเปิดประทุนจะต้องบาดตาผู้ซื้อบ้างไม่มากก็น้อย และเน้นการตบแต่งที่แตกต่างกว่าคู่แข่ง ด้วยปรัชญาการออกแบบที่เน้นผู้ใช้เป็นโจทย์สำคัญ
ภายนอก Volvo C70 Inscription edition ตอบสนองด้วยความสปอร์ตตั้งแต่ใบหน้าที่มาพร้อมกระจังหน้าสีดำเงาเพิ่มความ แตกต่างมากพร้อมไฟ Day light running lamp เพิ่มความชัดเจน โดเด่นยิ่งกว่าจากเพื่อนร่วมเส้นทาง ที่ให้ความทันสมัยยิ่งขึ้นตัดความดุดันกับการตบแต่งด้วยวัสดุเงา ที่ลงตัวกับล้ออัลลอยลายพิเศษเฉพาะรุ่นแตกต่างไม่ซ้ำใคร และดูสปอร์ตด้วยขอบ 18 นิ้วจากโรงงาน
ภายในห้องโดยสาร Volvo C70 Inscription edition ให้ความลงตัวมากยิ่งขึ้น ที่ดูหรูหรา สปอร์ตแต่ยังคมเข้มด้วยชุดหนังสีดำยกเซท ที่หุ้มยันคอนโซลหน้ามาพร้อมแป้นเหยีบสไตล์สปอร์ต แต่ให้ความลงตัวกับพรมพิเศษเฉพาะรุ่น
Volvo C70 Inscription edition
เรื่องเครื่องยนต์นั้นมีให้เลือกมากมายหลายแบบทั้งเบนซินและดีเซล ที่เริ่มจาดขุมพลังแรงแบบประหยัดยอดนิยมดีเซล ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 150 แรงม้า ให้แรงบิด 350 นิวตันเมตร มาจนกระทั่ง 177 แรงม้า ให้แรงบิด 400 ยิมตันเมตร แต่ถ้าชอบความแรงสูงสุดต้องเลือกตบเครื่องยนต์ T5 ให้พลัง 230 แรงม้า และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ขับสนุกกับระบบเทอร์โบชาร์จ ควบมนต์เสน่ห์ที่ลงตัว
ทั้งนี้ Volvo C70 Inscription edition จะเปิดขายอย่างเป้นทางการในช่วงกลางเดือนนี้ในงาน Los Angeles Auto Show 2011 ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ที่แน่ๆรุ่นนี้จะขายแค่ปีละ 2000 คันเท่านั้น

Sanook Auto

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

CHEVROLET จัดรถลุยน้ำท่วมช่วยประชาชน

Pic_214554
บริษัท Chevrolet Sales Thailand Co.ltd ร่วมกับโครงการ “7 สีช่วยชาวบ้าน”โดยสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ส่งมอบรถกระบะพันธุ์แกร่ง New Colorado 15 คัน พร้อมห้องสุขาลอยน้ำ และถังน้ำมันขนาดใหญ่เพื่อเป็นทุ่นเคลื่อนย้ายสิ่งของสำหรับช่วยเหลือผู้ ประสบภัยน้ำท่วมในทุกพื้นที่ โดยเริ่มจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง...

มร. มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการประจำประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “เรามีความตั้งใจ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7 ด้วยการนำเชฟวี่ โคโลราโด ใหม่ ซึ่งเป็นรถกระบะยกสูงขับเคลื่อนสี่ล้อ สมรรถนะแกร่งด้วยเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ ขนาด 2.5 ลิตรและ 2.8 ลิตร ช่วยลำเลียงของและสิ่งจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องชาว ไทยผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยของเราจะฟื้น คืนสู่สภาวะปกติได้ในเร็ววัน”

นอก จากเชฟวี่ โคโลราโด ใหม่ 15 คัน เชฟโรเลต ยังได้มอบห้องสุขาลอยน้ำอีกจำนวน 10 ห้อง พร้อมถังน้ำมันเปล่าขนาดใหญ่ 200 ลิตรจำนวน 100ถังเพื่อทำเป็นทุ่นลอยน้ำลำเลียงสิ่งของจำเป็นในเขตน้ำท่วมสูงสำหรับผู้ ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก อยู่ในเวลานี้ นอกจากนี้เชฟโรเลตพร้อมเคียงข้างคนไทยสู้ภัยน้ำท่วมด้วยการมอบส่วนลดค่า อะไหล่ 30%ให้แก่ลูกค้าที่นำรถที่ประสบภัยน้ำท่วมเข้าศูนย์บริการทั่วประเทศไปจนถึง สิ้นเดือนธันวาคม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1734

โครงการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเชฟโรเลต ที่ต้องการบรรเทาทุกข์และเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย หลังจากก่อนหน้านี้ เชฟโรเลต จัดโครงการ "เชฟวี่ โคโลราโด ลุย / ลอง / ดี" คาราวานบุญมอบน้ำดื่มกว่าสองแสนขวดให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเตรียมจัด "เชฟวี่ โคโลราโด ลุย / ลอง / มันส์" กิจกรรมโรดโชว์ที่จะมอบสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอีก10 จังหวัดทั่วประเทศต่อเนื่องมาถึงการร่วมมือกับช่อง 7สี ในโครงการ “7 สี ช่วยชาวบ้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ค่ายรถลดราคาอะไหล่-ค่าแรง แบ่งเบาภาระลูกค้าน้ำท่วม

อุทกภัยครั้งนี้หนักหนาสาหัสนัก บรรดาค่ายรถยนต์ต่างได้รับผลกระทบ บางแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราว แม้จะได้รับความเดือดร้อนแต่ไม่ลืมนึกถึงลูกค้า บริษัทรถยนต์เกือบทุกยี่ห้อต่างออกแคมเปญช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระให้ โดย สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ให้ส่วนลดค่าอะไหล่ 30% ถึง 15 พ.ย. ลูกค้าสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2686-5899 หรือ โทร.18-0029-3333 ต่างจังหวัดโทรฯ ฟรี
http://www.dailynews.co.th/content/images/1111/06/newspaper/p19thurl1.jpg
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ช่วยผู้ประสบอุทกภัยด้วยการลดราคาอะไหล่ทุกรายการ 30% และยังส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ดูแลรถลูกค้าที่ได้รับความเสียหายหนักด้วย โดยประสานงานให้ตัวแทนจำหน่ายเตรียมพร้อมในการตรวจเช็กสภาพรถลูกค้าหลังน้ำ ลดฟรี ถึง 31 ธ.ค.บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ให้ส่วนลดค่าอะไหล่ 30% ลดค่าแรง 10% ถึงสิ้นเดือน ธ.ค. ทางด้าน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) แจ้งว่าร่วมกับผู้แทนจำหน่ายให้ส่วนลดค่าอะไหล่ 30% บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลดราคาอะไหล่และค่าแรง 20% ให้กับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถึงสิ้นปีนี้

สฤษฎ์พร สกลรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ฮุนไดจัดแคมเปญให้ส่วนลดค่าอะไหล่ทุกรายการสูงสุดถึง 35% ยกเว้นน้ำมันหล่อลื่นและของเหลวทุกชนิด และส่วนลดค่าแรงสูงสุด 50% ให้ลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮุนได สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือน ธ.ค. นี้

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้ส่วนลดพิเศษสำหรับค่าอะไหล่ อีซูซุ 30% และค่าแรง 15% นอกจากนี้ อีซูซุยังได้จัดตั้งโครงการอีซูซุร่วมใจ บรรเทาภัยน้ำท่วม ด้วยการระดมทีมช่างซ่อมและวิศวกรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอีซูซุใน จังหวัดต่าง ๆ เพื่อเป็นการฟื้นฟูรถของผู้ประสบภัย โดยได้ประสานงานไปยังศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมในการให้บริการ

สำหรับข้อปฏิบัติในการบำรุงรักษารถยนต์หลังน้ำลดผู้ประสบภัยควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบและเช็กระบบทั้งหมดทันที ดังนี้

• ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากถังให้หมด แล้วเปิดฝาไว้เพื่อไล่ความชื้น แล้วจึงเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เข้าไปแทน, เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันใหม่, หากมีน้ำเข้าไปเต็มกรองดักน้ำและปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องถอดปั๊มและหัวฉีดออกเพื่อทำความสะอาด และปรับตั้งปริมาณการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่

• เครื่องยนต์ ถ้ามีน้ำเข้าไปปนกับน้ำมันเครื่อง ต้องถ่ายน้ำมันเครื่องทิ้งให้หมดและเติมน้ำยาทำความสะอาดเข้าไป แล้วจึงติดเครื่องยนต์เดินเบาประมาณ 5 นาที จึงถ่ายน้ำยาออกพร้อมทั้งเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องใหม่ จากนั้นจึงเติมน้ำมันเครื่องใหม่ตามที่คู่มือกำหนด, ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่, ไล่น้ำที่ขังอยู่ที่หัวลูกสูบออกทางช่องหัวฉีดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล หรือ ช่องหัวเทียนสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, หยอดน้ำมันเครื่องประมาณ 20 ซีซีในช่องหัวฉีด (ดีเซล) หรือช่องหัวเทียน (เบนซิน) จากนั้นหมุนเครื่องยนต์หลาย ๆ รอบจนกว่าจะมีน้ำมันขึ้นไปเลี้ยงฝาสูบเพียงพอ

• ตัวถังรถยนต์ ควรนำรถตากแดดเพื่อไล่ความชื้น ส่วนบริเวณภายในรถให้ใช้กระจกเงาสะท้อนแดดเข้าไปหรือใช้ไฟสปอตไลต์ส่อง, ควรเปิดประตูทุกบาน ฝากระโปรงหน้า-หลัง ให้กว้างที่สุดเพื่อให้ลมผ่านหรือใช้พัดลมเป่าแทน, ถอดผ้าปูพื้นล้างแล้วเช็ดทำความสะอาดจากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง

• แบตเตอรี่ ถ้าถูกน้ำท่วมต้องเปลี่ยนน้ำยาแบตเตอรี่ใหม่ โดยเทน้ำยาเก่าออกให้หมด ใส่น้ำกลั่นให้เต็มทุกช่องแล้วเทน้ำกลั่นทิ้งเพื่อทำความสะอาดภายใน แบตเตอรี่ จากนั้นเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับสูงสุด และนำไปชาร์จ

• อุปกรณ์ไฟฟ้า ตรวจดูอุปกรณ์ไฟฟ้า ถ้ามีน้ำขังให้ถอดออกเทน้ำทิ้ง ทำความสะอาดแล้วนำไปตากแดดหรือใช้เครื่องเป่าผมเป่าเพื่อไล่ความชื้น, ถอดมอเตอร์สตาร์ตและไดชาร์จออกทำความสะอาดแล้วทาจาระบีหล่อลื่นที่บุช ร่องเฟือง และจุดหมุนต่าง ๆ, เช็ดทำความสะอาดขั้วเสียบสายไฟต่าง ๆ เพื่อไล่ความชื้น

• อุปกรณ์เกียร์และเฟือง ถ่ายน้ำมันที่อยู่ในเกียร์ เฟืองท้าย กระปุกพวงมาลัยออกให้หมด แล้วล้างทำความสะอาดด้วยน้ำมันก๊าด และเติมน้ำมันตามที่คู่มือกำหนดเข้าไปใหม่

• อุปกรณ์ระบบเบรก ถอดเบรกที่ล้อออกทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ ถอดยางกันฝุ่นของกระบอกเบรกออกมาเป่าลม ทั้งลูกยางและผนังกระบอกเบรกจนแห้ง ทาจาระบีที่ผนังกระบอกเบรกแล้วจึงใส่ลูกยางกันฝุ่นกลับเข้าไป นำผ้าเบรกตากแดดให้แห้ง หล่อลื่นชิ้นส่วนด้วยจาระบี สำหรับสายเบรกมือให้ใช้น้ำมันเครื่องหล่อลื่นภายในสายจนคล่องตัว.

เนตรนภางค์ บุญนายืน
dailynews

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

MMSเปิดศูนย์ซ่อมใหญ่สู้น้ำท่วม จับมือ7บิ๊กประกันบริการรถยกฟรี

Pic_214487
จากการที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมในขณะนี้ ได้ทำให้รถยนต์จำนวนมากต้องเสียหาย

อาทิ ระบบเครื่องยนต์, ช่วงล่าง, เบรก, เกียร์, ระบบไฟฟ้า, ECU, แอร์ และของเหลวต่างๆ ในระบบรถยนต์

ค่าย มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) ซึ่งดำเนินธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร “วันสต๊อปเซอร์วิส” เป็นที่แรกในไทย ภายใต้ แบรนด์ “MMS–Bosch Car Service” (เอ็มเอ็มเอส บอช คาร์เซอร์วิส)

จึงได้จับมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ 7 แห่ง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่นักเลงรถ

ได้แก่ บริษัท เอ็มเอสไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แอกซ่า ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ฟอลคอน ประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ประกันภัยคุ้มภัย จำกัด(มหาชน), และบริษัท เมืองไทย ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

เปิดรับบริการรถยุโรป รถญี่ปุ่น รวมถึงรถนำเข้า ที่หมดระยะเวลารับประกัน ซึ่ง เสียหายจากพิษน้ำท่วม โดยไม่คิดค่าบริการรถยกทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

“อาสา ปิยะรัฐ” ผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาธุรกิจของเอ็มเอ็มเอส กล่าวย้ำว่า ศูนย์ บริการรถยนต์ครบวงจร MMS-Bosch Car Service พร้อมเต็มร้อยในการให้บริการรถยนต์ที่ประสบปัญหาหลังน้ำท่วม

เพราะ นอกจากมีทีมช่างผู้ชำนาญการแต่ละยี่ห้อแล้ว ยังมีเครื่องมือวิเคราะห์ทันสมัยและมาตรฐานเทียบเท่าศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์เทคนิคฮอตไลน์ ศูนย์ดีเซลเซอร์วิส และคลังอะไหล่กว่า 10,000 รายการ พร้อมสนับสนุน

ปัจจุบันมี 7 สาขา กระจายอยู่ทั่ว กทม.และปริมณฑล

โดย สาขาที่ 7 ซึ่งยังเป็นสำนักงานใหญ่เพิ่ง เปิดเมื่อเร็วๆนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนเกษตรนวมินทร์ มีพื้นที่ใช้สอยถึง 5,000 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 2 โซน

โซน แรกเป็นศูนย์บริการ MMS-Bosch Car Service มี 10 ช่องซ่อม ส่วนอีกโซนเป็นโชว์รูมรถยนต์พรีเมียมมือสองที่มีการรับประกัน ได้แก่ มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสด์คาร์ (Master Certified Used Car)

สาขา นี้ยังเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์เทคนิค” คอยสนับสนุนทีมช่างทุกสาขาในด้านเทคนิค ทั้งยังมี “ศูนย์บริการดีเซล เซอร์วิส” แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรล

สำหรับ แผนการรุกเข้มของเอ็มเอ็มเอสภายใน 3 ปีนี้จะทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท สยายปีกเพิ่มไม่ต่ำกว่า 32 สาขา ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ๆ ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

เพื่อเป็นทางเลือกหลักสำหรับกลุ่มรถยนต์ที่หมดระยะเวลารับประกันจากศูนย์บริการ

ที่นับวันจะมีขนาดตลาดที่ใหญ่บะละฮึ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!!!
อัลคาโปน
motorwars@thairath.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สัมผัสประสบการณ์ โตโยต้า ไอเอ็มวี

http://www.dailynews.co.th/content/images/1110/30/newspaper/P25_car_toyata_url.jpg
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เริ่มต้นโครงการไอเอ็มวี เมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยเป็นการย้ายฐานการผลิตรถกระบะ และรถอเนกประสงค์ (เอสยูวี) จากประเทศญี่ปุ่น มายังประเทศไทย และยังเป็นศูนย์วิจัยพัฒนายนตกรรมรุ่นใหม่ของโตโยต้า คือ ไฮลักซ์ วีโก้, อินโนวา และ ฟอร์จูนเนอร์โดยมีประเทศที่ร่วมเครือข่ายประกอบด้วย ไทย, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และไต้หวัน
   
โครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากการออกแบบภายนอกสวยงาม ห้องโดยสารหรูหรา กว้างขวาง สมรรถนะเครื่องยนต์ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ส่งผลให้โตโยต้ากลายเป็นรถยอดนิยม ด้วยยอดขายทั้งสิ้นกว่า 2.3 ล้านคัน และครองตำแหน่งแชมป์ยอดขายทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออกต่อเนื่องตลอด ระยะเวลา 5 ปี
   
ไฮลักซ์ วีโก้และฟอร์จูนเนอร์เป็นนวัตกรรมสำคัญของโครงการไอเอ็มวี โดยได้รับการยอมรับด้านคุณภาพจากลูกค้าทั่วโลก หรือเป็นแชมป์ด้านคุณภาพด้วยรางวัลมากมายการันตี เช่น เจ.ดี. พาวเวอร์ จึงเป็นที่มาของชื่อรถยนต์รุ่นใหม่คือ “แชมป์”
   
นายยูโก มิยาโมะโตะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก (ทีเอ็มเอพี) กล่าวว่า สิ่งที่น่าตื่นเต้นของโครงการไอเอ็มวีก็คือการออกแบบรถยนต์ต้นแบบ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่โตโยต้าพัฒนารถยนต์นอกประเทศญี่ปุ่น เพื่อตลาดโลกให้เหมาะสมกับทุกไลฟ์สไตล์ และรสนิยมของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

ขณะที่นายโอซามุ โทมิโอกะ หัวหน้าโครงการไอเอ็มวี บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า วิศวกรกลุ่มนี้ได้รับการคัดเลือกจากแนวความคิดอันก้าวหน้า เพื่อบรรลุความท้าทายในการออกแบบที่สะท้อนสไตล์ชีวิตและทัศนคติของลูกค้าใน แต่ละภูมิภาค โดยเก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค แล้วนำมาใช้ประกอบในการออกแบบให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น และเพื่อพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของรถในโครงการไอเอ็มวี ทางโตโยต้า มอเตอร์ จึงนำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม 25 ชีวิต ร่วมทดสอบสมรรถนะโตโยต้า ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ออกแบบและทดสอบรถทั้ง 3 รุ่น นับเป็นการเปิดประสบการณ์การออกแบบอันก้าวล้ำ รวมเอาความสะดวกสบายและคุณภาพของรถยนต์นั่งเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้โครงการ “อาเซียน มีเดีย เอ็กซ์พีเรียนซ์ ออฟ นิว ไอเอ็มวี”
   
สำหรับรถทดสอบนั้นใช้ 3 รุ่น 3 แบบ คือ รถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ รุ่นดับเบิลแค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ หนึ่งในสุดยอดสมรรถนะออฟโรดที่ไฮลักซ์ วีโก้ถ่ายทอดมาจากไฮลักซ์ ไทเกอร์ ซึ่งจากการขับทดสอบในสนามเบรด
ฟอร์ด ในสไตล์ออฟโรด เพียงใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำ ๆ รถสามารถข้ามทางวิบากได้อย่าง ไม่ยากเย็น นอกจากนี้ระบบตัดต่อกำลังแบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ สามารถปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อโดยไม่ต้องหยุดรถ ทำให้การขับเคลื่อนมีความต่อเนื่อง และสามารถเปลี่ยนจากการขับเคลื่อน 4 ล้อมาเป็นขับเคลื่อนเฉพาะล้อหลังแบบ 2 ล้อได้อีกด้วย
   
ส่วนคันที่สองที่มีโอกาสได้สัมผัสในสนามทดสอบก็คือ ฟอร์จูนเนอร์ใหม่ เครื่องเบนซิน 2.7 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่แม้จะมีเวลาขับไม่มากนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์ ที่พาเราผ่านเส้นทางอันทุรกันดารได้อย่างมั่นใจ สำหรับคันสุดท้ายเป็นมินิแวน อินโนวา เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร ที่มีช่วงล่างถูกปรับแต่งใหม่ให้มีความหนึบแน่นขึ้นกว่าเดิมในยามเข้าโค้ง ส่วนการทดสอบบนถนนทางเรียบของสนามเบรดฟอร์ด ให้ความรู้สึกการขับที่นุ่มนวลตามสไตล์รถครอบครัวขนาดใหญ่
   
อย่างไรก็ตาม การได้สัมผัสกับขั้นตอนการออกแบบรถยนต์ถึงในห้องทำงานของวิศวกร ทำให้ได้รู้ว่ากว่าโตโยต้าจะพัฒนารถแต่ละคันให้เป็นแชมป์ได้ ต้องใช้ฝีมือและการวางแผนที่ดี.

ภูพาน ภูมิพงศ์ ฉู้วงศ์

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Mazda Turbo 2 ..ได้เวลากระชากใจซิตี้คาร์ตัวแรง

เมื่อ พูดถึงรถยนต์ใน ปัจจุบัน รถซิตี้คาร์นั้นับว่าได้รับความนิยบมสูงอย่างมากไม่เพียงเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงทั่วโลก ที่หลายคนนั้นยังกระหายรถยนตืที่ทรงสมรรถนะในการขับขี่และจากในหลากรุ่นซิ ตี้คาร์ Mazda ก็เผ็นค่ายล่าสุดที่แนะนำรถยนต์ Mazda 2 ในนาม Turbo 2
http://r3.static.fsanook.com/weblog/entry/0/3044/turbo2-4-627x404.jpg

อาจจะยังไม่มีการ เผยแปนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่ Mazda Turbo 2 ก้สร้างความสนใจให้กับเราตั้งแต่แรกเริ่มด้วยความต้องการตอกย้ำในความสปอร์ต ที่ผสานอยู่ใน DNA ของรถรุ่นนี้ภายใต้คอนเซปตืของค่ายที่ต้องการสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ ให้กับลูกค้าา ที่ได้สัมผัส
http://r3.static.fsanook.com/weblog/entry/0/3044/turbo2-17-627x440.jpg

Mazda Turbo ให้ความเป็นสปอร์ตที่โดเด่นกับเครื่องยนตืที่มีการปรับแต่งมาอย่างดี แลนี่อาจคือ Mazda pees 2 รุ่นใหม่ที่ทางค่ายรถยนต์ Mazda ควักขุมพลังเดิมออกก่อนจับ เครื่องยนต์จาก Mazda Speed 3 จากตระกูล MZR Direct Injection Spark Ignition (DISI) ที่คุ้นเคย พกพาพลังจากบล๊อก 2.3 ลิตร ให้พลังสูงสุด 263 แรงม้า ที่ 5000 รอบต่อนาที พกแรงบิด 280 ปอนด์ต่อตารางฟุต ที่ 3000 รอบต่อนาที ที่ต้องวถือว่าค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับซิตี้คาร์ตัวอื่น
http://r3.static.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/0/3044/turbo2-20-627x409_1320230262.jpg;r:width=580;static:static_auto;file:dc111a.jpg
ค่าย Mazda ยังทำการปรับแต่งช่วงล่างให้หนึบแน่นมากยิ่งขึ้น เรียกใช้โช๊คแบบสตรัทปรับเกลียวสปอร์ตเข้มเต็มอารมณืจากค่าย HR และยังเสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยกันดคลงใหม่จาก Corksport และปรับแต่งชุดเบรคหน้าจาก Brembo ให้สามารถสยบฝูงม้าได้ดั่งใจ ท้ายสุดเรียกใช้ล้ออัลอยขอบ 17นิ้วจาก OZ Racing Wheel มาพร้อมยางสปอร์ต Advan Neova ขนาด 215/40/17

ทั้งนี้ Mazda ยัง ไม่มีการเปิดเผยถึงความเป็นไปด้ที่จะผลิตเจ้ารุ่นสปอร์ตตัวจี๊ดคันนี้วาง จำหน่าย แต่แน่นอนมันน่าสนใจไม่น้อย และนี่อาจจะเป้นต้นแบบของว่าที่ Mazda Speed 2




Ref : Sanook Auto

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

MAZDA 2 เน้นสมรรถนะ

Pic_213418
Mazda ย้ำรถยนต์ Mazda 2 ที่จำหน่ายในประเทศไทยเน้นสมรรถนะ รถเล็กชั้นดี ประหยัดน้ำมัน คายมลพิษต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม...


บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่มีข่าวสารที่ส่งออกโดยบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ได้เผยแพร่ข้อมูลพร้อมรายละเอียดของรถยนต์ ซึ่งเป็นสเปกของรถมาสด้า 2 ที่มีจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ อันเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อมูลของรถมาสด้า 2 ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย และมาสด้ายืนยันว่ารถยนต์มาสด้า 2 เครื่องยนต์ 1500 ซีซี เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะตรงต่อความต้องการของลูกค้าที่นิยมรถเล็กราคาประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกินน้ำมันเชื้อเพลิงน้อย รถมาสด้า 2 คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก ปี 2008


นาง สาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวจากบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งได้อ้างถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และราคา จำหน่ายรถยนต์มาสด้า 2 ที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง โดยอาศัยการหยิบยกข้อมูลในเว็บไซต์ของต่างประเทศมาใช้อ้างอิง ซึ่งรถมาสด้า 2 รุ่นที่จำหน่ายในตลาดต่างประเทศจะมีอุปกรณ์มาตรฐาน สเปกรถ น้ำหนักรถที่แตกต่างกับรุ่นที่กำลังจำหน่ายในประเทศไทย ทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดของลูกค้า ทั้งยังมีผลต่อความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อรถมาสด้า 2 ในประเทศไทย ซึ่งได้จำหน่ายให้กับลูกค้าชาวไทยมากว่า 2 ปี และมียอดขายมากกว่า 40,000 คัน โดยมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้า 2 ในประเทศไทย ขอยืนยันว่ารถยนต์มาสด้า 2 ที่ทำการผลิตที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง เป็นสเปกที่มีความเหมาะสมกับภูมิประเทศและภูมิอากาศของประเทศไทย ซึ่งควบคุมขบวนการผลิตโดยวิศวกรของมาสด้า ประเทศญี่ปุ่น และได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองเรื่องค่าคาร์บอนไดออกไซด์เป็นไปตามมาตรฐาน ที่กำหนดโดยสถาบันยานยนต์ของประเทศไทย


รถ ยนต์มาสด้า 2 ได้รับคำชื่นชมทั่วโลกตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะในด้านดีไซน์แบบสปอร์ตที่มีสไตล์เฉพาะตัว สามารถกวาดรางวัล World Car of the Year 2008 และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมจากทั่วโลกรวม 57 รางวัล มาสด้า 2 ใช้เครื่องยนต์ MZR 1.5 ขนาด 1,498 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 76 กิโลวัตต์ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์วแปรผัน (S-VT) Sequential Valve Timing วาล์วควบคุม (TSCV) Tumble Swirl Control Valves สามารถเติมน้ำมัน E20 ให้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีกว่าด้วยน้ำหนักรถที่เบาและแรงต้านการขับ เคลื่อนที่ต่ำ พร้อมทั้งอัตราไอเสียที่ต่ำ เป็นไปตามมาตรฐาน Euro4 ลดการใช้ทรัพยากรและปริมาณการปลอดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงและลด มลพิษทางอากาศ จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง


ผล ทดสอบของรถยนต์มาสด้า 2 ในประเทศไทย ได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันยานยนต์ รวมถึงการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมจากสำนักมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) โดยใช้มาตรฐานการทดสอบอ้างอิงจากมาตรฐานในยุโรป หรือ (UNECE Vehicle Regulation) ผลการพิสูจน์การประหยัดน้ำมันของรถมาสด้า 2 วิ่งบนถนนในสภาพการจราจรใช้งานจริง ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผลปรากฏว่ารถยนต์มาสด้า 2 ทุกคัน สามารถขับจากกรุงเทพฯถึงจังหวัดภูเก็ต ด้วยน้ำมันถังเดียว 43 ลิตร สามารถขับได้ไกล 919 กิโลเมตร.