วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มิลเลนเนียมออโต้ทุบราคามินิจัดประมูลช่วยผู้ประสบภัย

Pic_217736
จากวิกฤติน้ำท่วมที่กำลังสร้างความระทมทุกข์ให้แก่ประชาชนไทยอย่างมาก

ค่าย มิลเลนเนียมออโต้ ของ “เสี่ยจุ๋ย” สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ หนึ่งในดีลเลอร์ขาใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ประเทศไทย ตัวแทนจำหน่ายรถบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการในไทยแลนด์แดนออฟนักธุรกิจ การเมือง

แถมยังเป็นดีลเลอร์ทางการรายเดียวที่ขายรถมินิ (MINI) แต่ผู้เดียวในไทย ภายใต้นาม “มิลเลนเนียม ออโต้–มินิ”

ได้ มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบ อุทกภัย จึงได้มีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมไทยในช่วงวิกฤติครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง

โดย ก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการออกทริป MINI Mission “แบกน้ำใจไปเติม” ด้วยการลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ ตลอดจนอาหารสัตว์ ร่วมกับบริษัท มินิ ประเทศไทย ในเครือบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ประเทศไทย และกลุ่มคนรักรถมินิ

ล่าสุดค่ายมิลเลนเนียม ออโต้–มินิ จะจัดงานใหญ่ ตั้งใจระดมทุนช่วยผู้ประสบอุทกภัย นั่นคือ งานประมูลรถมินิ “Millennium Auto MINI–Charity Auction”

ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โซน C

“สม ปราชญ์ โบสุวรรณ” ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ค่ายมิลเลนเนียม ออโต้-มินิ ตีฆ้องผ่างๆแจ้งมาว่าการจัดประมูลรถมินิครั้งนี้ถือเป็นการเขย่าวงการรถยนต์ เมืองไทย

เพราะมิลเลนเนียม ออโต้–มินิได้นำกองทัพรถมินิกว่า 20 คัน มาประมูลแบบทุบราคากันสุดๆ

จัดแค่วันเดียว เพื่อเอาใจคนรักรถมินิที่ใฝ่ฝันอยากมีรถมินิไว้ในครอบครอง และยังได้อิ่มบุญในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอีกด้วย

เพราะ รถมินิทุกคันที่ถูกประมูลในงานนี้ ค่ายมิลเลนเนียม ออโต้-มินิ จะมอบเงินจำนวน 50,000 บาทต่อคัน ให้แก่ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และ สภากาชาดไทย เพื่อใช้ในการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สำหรับ รถมินิกว่า 20 คันในงานประมูลครั้งนี้ มีรถมินิหลากรุ่นรวมทั้งยังมีรถมินิป้ายแดง ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นรถใหม่ และรถผู้บริหาร

แถมยังได้เพิ่มสิทธิ์ MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมบำรุงรักษาและซ่อมแซมคุ้มครองรถหลังการขายเริ่มต้นที่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร โดยเพิ่มเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตรทุกคัน

พร้อมการสนับสนุนดอกเบี้ยในอัตราพิเศษจากมินิ ไฟแนนซ์เซียล เซอร์วิสเซส

ใจดีจัง!!!

อัลคาโปน
motorwars@thairath.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

2012 New! Honda CR-V ..หรูยิ่งขึ้นสปอร์ตยิ่งกว่า ขาย 15 ธ.ค.นี้

ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงค่ายรถยนตืที่ววยสุดๆตลอดทั้งปี คงไม่มีค่ายไหนที่เราต้องขอบอกในนาที่นี้ว่าน่าสงสารไปมากกว่า Honda ที่ ตั้งแต่สึนามิซัดมันยทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ข่าวการเรียกคืนต่อเนื่องไปจนถึง รถรุ่นใหม่ที่โดนสื่อและลูกค้าแทบจะพูดกันตรงๆว่าไม่เอาอ่าว และล่าสุดหลังจากต้นปีที่เปิดเก๋งคอมแพ็คกันไปเป็นทางการ ก็ได้เวลาอเนกประสงค์กันสียที
อาจจะเป็นข่าวคราวกันสมาสักพักใหญ่แล้วสำหรับ all New! Honda CR-V 2012 ที่งานนี้ล้วงลับตับแตกแต่ไม่หลุดมาจนน่าเกลียดเหมือนเมื่อครั้น Honda Civic 2012 และล่าสุด หลังจากที่เคยออกมาแถลงว่า New! Honda CR-V จะวางจำหน่ายช้ากว่าที่กำหนด แต่การเปิดเผยตัวตนในงาน Los Angeles Auto Show เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านดูเหมือนว่ามันจะวางขายในอเมริกาอย่างเป็นทางการ ช่วงกลางเดือนหน้า
2012 new Honda CR-V
New! Honda CR-V 2012 เป็นอีกครั้งที่ Honda กลับมาปลุกกระแสรถยนต์ออเนกประสงค์ในตลาดโลกให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น ด้วยการส่งรถอเนกประสงค์ยอดนิยมกลับมาลงตลาด ที่ครั้งนี้การเปลี่ยนแปลงทางด้านเรือนร่างจากรุ่นเดิมเล็กน้อย จนขยับมาให้ขนาดตัวถังยาว 4534 ม.ม กว้าง 1819 ม.ม. และสูง 1636 ม.ม. แต่ยังการขับขี่ที่ทรงสมรรถนะผ่านระยะฐานล้อ 2619 ม.ม.
การออกแบบทางภายนอก Honda CR-V ใหม่เน้นความหรูหราที่ผสานความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมทอัพเดทเส้นสายของตัวรถที่มีความคล้ายรถยนต์จากกลุ่มยุโรปชั้นนำมาก ยิ่งขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมความลู่ลมมากยิ่งขึ้นผ่านชุดไฟหน้าที่ แลดูโฉเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น แต่ยังให้ความลื่นไหล ตลอดรอบคันมาจรดบั้นท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านหลัง ไฟท้ายแบบแนวตั้งยังเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ ลงตัวกับล้อขนาดใหญ่ให้ความเป็นรถนั่งที่ดูสบาย เรียบง่าย แต่ลุยได้ถ้าต้องการ
ในห้องโดยสาร 2012 New1 Honda CR-V ใหม่เน้นความกว้างขวางยามเดินทางมากกว่ารุ่นเดิมมีการปรับเปลี่ยนจัดตำแหน่ง ให่พอตัว ตรงกลางมาพร้อมคอนโซลที่รุ่นใหม่กลายมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถทุกรุ่น พร้อมเบาะหลังให้ความอเนกประสงค์สามารถพับได้ในอัตรา 60/40 และใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ที่ตรงหน้าคนขับมีมาตรวัดหลายชั้นเอกลักษณืใหม่ของค่ายนี้่ ที่ในอเมริกายังมีระบบเครื่องเสียง Pandora internet radio พร้อมจอแสดงข้อมูลการทำงาน Multi-Information Display (i-MID) แถมยังมีระบบช่วยอ่านข้อความสั้่นจากมือถือ ช่วยให้ไม่ต้องวอกแวกยามสื่อสาร
2012 new Honda CR-V
ใต้ฝากระโปรง Honda เน้นการใช้ขุมพลังดั้งเดิมจากรุ่นก่อนหน้านี้มาอัพเกรดเพิ่มสมรรถนะให้มาก ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แนะนำเครื่องยนต์บล็อกเดียวใน New! Honda CR-V ใหม่ทุกรุ่น ผ่านขุมพลัง 4 สูบแถวเรียงขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 185 แรงม้า พกแรงบิดมามากขึ้นกว่าเดิมที่ 163 ปอนด์ต่อตารางฟุต จับคู่ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5สปีด มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ Real Time All-Wheel-Drive (AWD) ผ่านอัตราประหยัดจากการทดสอบโดยเฉลี่ยของ EPA ที่ 11 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งดีขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบันในประเทศไทยประมาณ 2-3 กิโลเมตรต่อลิตร
ทั้งนี้ New! Honda CR-V 2012 นั้นยังพกอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกหลายรายการมาเป็นมาตรฐาน ทั้งระบบเบรค ABS กระจาย แรงเบรค EBD ระบบตรวจสอบผู้โดยสาร passenger-side Occupant Position Detection System (OPDS) ไป จนถึงโครงสร้างนิรภัยและม่านนิรภัยที่มีมาอย่างครบครัน โดยในขณะที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะเลื่อนการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่ ล่าสุด Honda เผยว่า New! Honda CR-V จะเริ่มขายในอเมริกาวันที่ 15 ธันวาคมนี้่
http://r3.static.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/0/3097/2012-honda-cr-v-carscoop10_1321504307.jpg;r:width=580;static:static_auto;file:dc111a.jpg
http://r3.static.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/0/3097/2012-honda-cr-v-carscoop11_1321504314.jpg;r:width=580;static:static_auto;file:dc111a.jpg
http://r3.static.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/0/3097/2012-honda-cr-v-carscoop18_1321504364.jpg;r:width=580;static:static_auto;file:dc111a.jpg
http://r3.static.fsanook.com/weblog/img/entry_gallery/0/3097/2012-honda-cr-v-carscoop62_1321504646.jpg;r:width=580;static:static_auto;file:dc111a.jpg

By Sanook Auto

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

TOYOTA ประกาศเตรียมพร้อมเริ่มการผลิต

บริษัท Toyota เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อเริ่มต้นการผลิต และจัดตั้งหน่วยช่วยเหลือผู้ใช้รถในภาวะน้ำท่วม...
จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้บริษัท Toyota Motor Thailand Co.ltd หยุดการผลิตตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม–12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งทางค่ายยักษ์ใหญ่ เจ้าของสัญลักษณ์สามห่วงได้มีการเตรียมแผนงาน เพื่อเริ่มไลน์การผลิตอีกครั้งในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 นี้ โดยจะพยายามปรับสายการผลิตให้กลับเป็นปกติให้เร็วที่สุด

สำหรับ การช่วยเหลือในสถานการณ์อุทกภัย ที่ Toyota Motor ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องนั้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับกองทัพบก ส่งพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกว่า 250 คนต่อวัน ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน ในการร่วมบรรจุกระสอบทราย เพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วมที่กองทัพภาคที่ 1 และสนามกีฬากองทัพบก และล่าสุด Toyota ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดตั้ง “หน่วยช่วยเหลือและแนะนำผู้ใช้รถในภาวะน้ำท่วม” จำนวน 3 แห่ง ได้แก่

-สี่แยกสุทธิสาร
-ถนนเทียมร่วมมิตร ตรงข้ามโรบินสันรัชดาฯ
-ถนนพระราม 2 ซอย 50

สำหรับ ผู้ที่สนใจ สามารถเข้ารับการให้คำแนะนำจากช่างของ Toyota ระหว่างช่วงเวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป Toyota Motor Thailand Co .ltd ร่วมเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปด้วยกัน

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์

และคู่แข่งที่ว่านี้ก็ไม่ใช่รายเล็กที่ไหน แต่เป็นยักษ์ใหญ่จ ากสหรัฐเมริกา อย่างเจนเนอรัล มอเตอร์ หรือ จีเอ็ม ที่มอบหมายให้ เชฟโนเลต ประเทศไทย กระโดดลงสู่เวทีรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งอย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทยแล้ว


เชฟโรเลต เทรลเบรเซอร์
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คือชื่อรถยนต์รุ่นนี้ ซึ่งเบอกได้เลยว่าต้องทำให้เจ้าตลาดอย่าง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และ มิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต รวมถึง อีซูซุ มิว-7 ต้องหันมามองด้วยใจระทึกเหมือนกัน

เชฟโรเลต ใช้เวที  ดูไบ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เปิดตัว เทรลเบรเซอร์ อย่างเป็นทางการต่อสายตาคนทั่วโลก และถือเป็นสัญญากับแฟนๆ เชฟโรเลต ทั่วโลกว่า เชฟโรเลต จะผลิต เทรลเบรเซอร์ จากโรงงานจีเอ็มที่ จ.ระยอง เพื่อส่งไปจำหน่ายทั่วโลก แต่ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่ เทรลเบรเซอร์ จะเริ่มขายอย่างเป็นทางการในโลก ในช่วงต้นปี 2555

เทรลเบรเซอร์ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง โดยใช้แพลทฟอร์ม จากรถกระบะอย่าง โคโรลาโด ที่เชฟโรเลต เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้เอง และผู้ที่ออกแบบ เทรลเบรเซอร์ ก็คือ ศูนย์ออกแบบของ จีเอ็ม ที่ประเทศบราซิล เหมือนกับ โคโรลาโด

และด้วยการผลิต ตัวถังบนแชสซีส์(body-on-frame) ทำให้เชฟโรเลตมั่นใจว่า เจ้าเทรลเบรเซอร์ มีศักยภาพทั้งการลากจูง และบรรทุกได้อย่างเต็มที่ โดยยังคงสมรรถนะการขับขี่ได้ดังใจ และคงความสะดวกสบายทุกการเดินทาง 

รถ เทรลเบลเซอร์ ต้นแบบที่ถูกนำมาโชว์ในงานดูไบ มอเตอร์โชว์ ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ขุมพลังดูราแม็กซ์ ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร เช่นเดียวกับ ที่โคโรลาโด ใช้ ทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นรถต้นแบบหรือรถที่ผลิตออกมาจำหน่ายจริง ก็ต้องใช้เครื่องยนต์รุ่นนี้อย่างแน่นอน และต้องดูว่าจะมีเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ด้วยหรือไม่

จอห์น สตาดวิค ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการบริหาร เจนเนอรัล มอเตอร์ส มิดเดิลอีสต์ โอเปอเรชั่นส์ บอกว่า  การเปิดตัวเทรลเบลเซอร์ครั้งแรกในโลกที่ดูไบ มอเตอร์โชว์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดตะวันออกกลางของเจนเนอรัล มอเตอร์ส และ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทรลเบลเซอร์ รุ่นใหม่จะเป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ของครอบครัวเชฟโรเลต ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และแข็งแกร่งที่สุด เป็นรถที่สมบูรณ์แบบที่จะแข่งขันในตลาดรถเอสยูวีของตะวันออกกลางได้อย่างสบาย” 
  
ที่ สำคัญ สตาดวิค ย้ำว่า แม้ว่ารถรุ่นนี้จะเป็นรถต้นแบบ แต่รูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดมีความใกล้เคียงกับรถที่จะผลิตออกจำหน่ายจริงในปี หน้าอย่างมาก เทรลเบลเซอร์จะเหมาะกับลูกค้าไม่เฉพาะในตะวันออกกลางเท่านั้น หากรวมถึงทุกภูมิภาคทั่วโลก
ด้าน แบรด เมอร์เคล ผู้บริหารสายยานยนต์สำหรับรถกระบะขนาดกลาง และเอสยูวี จีเอ็ม โกลเบิล ก็บอกว่า เทรลเบลเซอร์ นำเสนอการออกแบบที่โดดเด่น ความแข็งแกร่ง สมรรถนะ และความพิถีพิถันที่แข่งขันกับรถออฟโรดจากทั่วโลกได้อย่างสบาย

ตลาด ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ต่างต้องการรถที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย นั่นหมายความว่า พละกำลัง และสมรรถนะ ต้องควบคู่ไปพร้อมกับความสะดวกสบายและความประหยัด ซึ่งเทรลเบลเซอร์มีพร้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะการลากได้ทุกสิ่ง ลุยไปได้ทุกที่ โดยรองรับผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่งอย่างสบาย ตลอดจนความประหยัด
   
นั่น คือ สิ่งที่ผู้บริหารจีเอ็ม มั่นใจกับ เทรลเบรเซอร์ อย่างมาก ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่า แล้วเจ้าเทรลเบรเซอร์ แบบที่ว่าตามสเป็กนั้นมีดีแค่ไหน
เรี่มจาก การออกแบบภายนอก ต้องถือว่า ดุดัน ไม่น้อยครับ ซึ่งก็ต้องยกเครดิต ให้กับศูนย์การออกแบบของจีเอ็ม ในเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยมีดีเอ็นเอการออกแบบหลายส่วนที่ใช้ร่วมกันกับเชฟโรเลต โคโลราโด

ความโดดเด่นของการออกแบบภายนอก เริ่มจากส่วนของล้อและตัวถังของเทรลเบลเซอร์ ที่นำสายตาให้รถดูเหมือนพร้อมจะทะยานไปข้างหน้าตลอดเวลา (Body in-wheels out) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ฝากระโปรงหน้าเน้นสันขอบบึกบึน โคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ

อีก หนึ่งดีไซน์เอกลักษณ์ของเชฟโรเลต คือกระจังหน้าสองชั้น ดูอัลพอร์ท ตกแต่งเสริมด้วยอลูมิเนียมทั่วทั้งคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้างตัวรถ กระโปรง ท้าย และราวหลังคา สีสันภายนอกโดดเด่นด้วยสีขาวมุกที่พ่นเคลือบถึงสามชั้น ไฟหน้าและหลัง ใช้หลอดแอลอีดี ซึ่งไฟท้ายมาพร้อมไฟตัดหมอกหลัง ส่วนกระจกมองข้างติดตั้งไฟเลี้ยวแอลอีดี

ส่วน รองเท้าของเจ้า เทรลเบรเซอร์นั้น ไซส์ใหญ่พอได้ กับล้ออลูมิเนียมขัดเงาขนาด 20 นิ้ว คู่กับยางคูเปอร์ ซีออน แอลทีแซด
มา ดูที่ภายในของ เทรลเบรเซอร์ กันบ้าง ต้องบอกว่าแผงด้านหน้า คล้ายกับโคโรลาโดไม่น้อย ซึ่งผมดูจาก ทีเซอร์ เปิดตัวของ เทรลเบรเซอร์แล้ว ผมว่างามไม่น้อยทีเดียว แต่ยังเป็นแอนิเมชั่นอยู่นะครับ การตกแต่งภายในดูเหลี่ยมๆ เหมือนกับกำลังดูภาพยนตร์เรื่อง TRANSFORMER อยู่ไม่น้อยทีเดียว

ส่วน ภายใน ของเทรลเบรเซอร์ นั้นจะเน้นเรื่องความกว้างขวางและสะดวกสบาย ซึ่งโครงสร้างในห้องโดยสารแบบดูอัลค็อกพิท เน้นความสมดุล ทำให้เทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มีบุคลิกของรถยนต์นั่ง ควบคู่กับความบึกบึนของรถเอสยูวี เบาะสามแถวรองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง โดยผู้โดยสารแถวที่สาม สามารถนั่งได้อย่างสบายด้วยความกว้างขวางที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน


ภายใน เทรลเบรเซอร์
ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 3 ของเทรลเบรเซอร์ นั้นถูกยืนยันมาว่า สามารถนั่งโดยสารได้จริง ไม่ใช่เป็นเบาะเสริมสำหรับผลักใสให้คนไม่สำคัญคนใดคนหนึ่งไปนั่งแต่อย่างใด

ที่ สำคัญจาก เบาะนั่งทั้งแถว 2 และ แถว 3 นั้นสามารถพับแบนราบไปกับพื้นรถได้ ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระของ เทรลเบรเซอร์ นั้นมีมหาศาลอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในเบาะแถว 2 นอกจากพับแบนราบได้แล้ว ยังสามารถปรับเอนได้อีก 6องศา พร้อมที่พักแขนเพื่อความสะดวกสบาย ให้กับผู้โดยสารอีกด้วย

การ ตกแต่งสีสันในห้องโดยสารเน้นให้ตัดกันอย่างลงตัว ประกอบด้วย เบาะที่นั่งหนังสีอ่อน วัสดุลายไม้สีเข้ม ควบคู่กับโครเมียม เสริมให้ภายในดูหรูหรา ช่องเก็บของมากมายสำหรับผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ซึ่งรวมถึงช่องเก็บของตรงกลางที่มีฝาปิดสำหรับเก็บสิ่งของมีค่า
ขณะเดียวกัน ยังมีระบบปรับอากาศแยกส่วนแบบดิจิตอล และเทคโนโลยีควบคุมความบันเทิง และข้อมูลของรถอย่างอินโฟเทนเมนท์ รุ่นล่าสุดอีกด้วย

จะว่าไปแล้ว อีกไม่นานเกินรถ เม.ย.ปีหน้า เราก็คงได้เห็นตัวเป็นๆ ของเชฟโรเลต เทรลเบรเซอร์ กันแล้ว

และเมื่อนั้น ก็คงจะได้เห็นกันว่า บัลลังก์ แชมป์ พีพีวี จะอยู่ที่ใคร!!

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 จัดแน่ 1-12 ธันวาคม 54


นาย ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” หรือ “THE 28th THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2011” ภายใต้แนวคิด “ฤดูผลิบาน ดอกไม้ยานยนต์” เปิดเผยว่า ถึงแม้จะอยู่ในช่วงภาวะวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ แต่เชื่อมั่นว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน คนกรุงเทพฯ จะทราบถึงสถานการณ์ที่ชัดเจนว่าอุทกภัยจะครอบคลุมพื้นที่เขตใดบ้าง พร้อมทั้งรับมือและปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ได้ดี ทำให้ทางทีมงานยืนยันจัดงานตามกำหนดการเดิม คือ ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2554  ซึ่ง ประชาชนจะได้เห็นความร่วมมือของบริษัทรถยนต์ที่พร้อมเนรมิตพื้นที่ให้ละลาน ตาไปด้วยรถยนต์รุ่นใหม่และรถที่กำลังอยู่ในความต้องการตลาด รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมข้อเสนอพิเศษกว่าทุกปี เพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้รถที่ประสบกับอุทกภัยโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ในส่วนผู้จัดงานได้เตรียมกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษไว้มากมาย รวมถึงการให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสชมงานอย่างทั่วถึง ด้วยการงดเก็บค่าบัตรชมงาน จากปกติที่จำหน่ายราคาใบละ 100 บาท เพื่อสนับสนุนให้ประชสฃาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับงานมากขึ้น
 “สำหรับแนวโน้มตลาดรถน่าจะเป็นอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้ว่าตลาดรถ กระบะจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมีรถกระบะรุ่นใหม่ หลายยี่ห้อ มาเปิดตัวในงานซึ่งให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบสมรรถนะแต่ละรุ่นและทดลองขับ ได้ด้วย”    
สำหรับ รายชื่อของรถยนต์ 36 ยี่ห้อที่เข้าร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” ได้แก่ 9ff/ บีเอมดับเบิลยู/ บราบัส/ คาร์ลส์สัน/ เชอรี/ เชฟโรเลต์/ ซีตรอง/ ดีเอฟเอม/ ฟอร์ด/ โฟตอน/ กแรนด์ แคร์รีบอย/ ฮอนดา/ ฮันเด/ อีซูซุ/ เกีย/ เลกซัส/ มาซดา/ เมร์เซเดส-เบนซ์/ มีนี/ มิตซูบิชิ/ มิตซูโอกะ/ เอมทีเอม/ นิสสัน/ เปอโฌต์/ปโรตอน/ รูฟ/ สโกดา/ ซังยง/ ซูบารุ/ ซูซูกิ/ ทาทา/ โตโยตา/ ลัมเบร์กินี/ โฟล์คสวาเกน/ โวลโว และวิสมันน์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ 4 ยี่ห้อ ได้แก่ ดูคาติ/ ฮอนดา (ซีบีอาร์)/ ไทรอัมพ์ และยูดา
เตรียมพบกับนวัตกรรมยานยนต์และกิจกรรมอีกมากมายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” ระหว่างวันที่ 1–12 ธ.ค. 2554 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีรถบริการรับ/ส่ง "ฟรี" จากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตถึงบริเวณงาน วันธรรมดา: 12.00 - 22.00 น.วันเสาร์/อาทิตย์และวันหยุดราชการ: 11.00 - 22.00 น. สอบถามรายละอียดเพิ่มเติมและตรวจสอบจุดขึ้นรถบริการได้ที่ศูนย์ฮอตไลน์ BTS โทร.0-2617-6000

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ฮุนไดเอลันทราใหม่สวยเพริศโมเดลเชนจ์ดีไซน์สปอร์ตเฉียบ

Pic_216120
จากการที่ประเทศไทยต้องประสบวิกฤติน้ำท่วม

ได้ทำให้ค่ายรถต่างๆต้องปรับแผนการสู้รบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของตลาด

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายค่ายรถได้ชะลอการเปิดตัวรถใหม่ที่จะอวดยั่วใจช่วงปลายปีนี้

อย่าง เช่น ค่ายฮุนไดมอเตอร์ (ไทยแลนด์) ตัวแทน จำหน่ายรถฮุนไดอย่างเป็นทางการจากเกาหลี ซึ่งเดิมมีแผนจะเปิดตัวรถฮุนได เอลันทราใหม่แกะกล่องชนิดฟูลโมเดลเชนจ์

ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28 หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 ที่เมืองทองธานี ช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้

แต่ผลจากวิกฤติน้ำท่วม ทำให้ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวรถรุ่นนี้ไปเป็นปีหน้าแทน!!

สำหรับ “ฮุนได เอลันทราใหม่” ถือเป็นหนึ่งในความหวังดันยอดขายรถฮุนไดในบ้านเราให้จี๊ดจ๊าด

เพราะ มั่นใจว่า ด้วยรูปลักษณ์สุดเฉียบสไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดาน 4 ประตู สะท้อนความร้อนแรงและสมรรถนะที่โดดเด่นอย่างแท้จริง จะเรียกเสียงฮือฮาจากนักเลงรถชาวไทย

แถมคุยข่มว่ามีความโดดเด่นกว่ารถคู่แข่งขนาดเดียวกันที่มุ่งตอบสนองการใช้งานในแบบครอบครัว

เตะ ตา ตั้งแต่กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่สะท้อนบุคลิกรถยนต์แห่งอนาคต กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ถูกออกแบบมาให้เน้นความโฉบเฉี่ยว ลู่ลมแบบสปอร์ตอย่างแท้จริง

พอเปิดประตูเข้าไปในตัวรถก็ต้องตะลึงกับ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมระบบดันหลัง แผงคอนโซลแบบ Y-Shape ให้อารมณ์ รถสปอร์ต พร้อมหน้าปัดเรืองแสงดีไซน์ใหม่บอกข้อมูลระยะทาง อัตราสิ้นเปลือง และคำนวณเชื้อเพลิงเพื่อบอกระยะทางที่เหลือ

พวง มาลัยสปอร์ต 4 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมง่ายแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมช่อง AUX / USB เชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อความสุนทรีย์ ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงเข้ากับเครื่องเสียงรถได้อย่างง่ายดาย

กระหึ่มด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 178 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งผ่านระบบเกียร์ออโต 6 สปีด พร้อมโหมดสปอร์ต อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยนอกเมือง 18.52 กม./ลิตร

ระบบ ความปลอดภัยเต็มพิกัด โครงสร้างตัวถังนิรภัยทำด้วยวัสดุเสริมเหล็กกล้าแข็งแกร่งพิเศษ Ultra-high tensile strength  steel ส่งตรงจากโรงผลิตเหล็กของฮุนได ประเทศเกาหลี ทำให้รถมีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง

ต้นปีหน้าได้เจอกัน!!!
อัลคาโปน
motorwars@thairath.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เผยโฉม"มิราจ"อีโคคาร์จากมิตซูบิชิ

มิตซูบิชิเปิดตัว "มิราจ" อีโคคาร์คันแรกของค่าย ใช้เครื่อง3สูบ 1.0ลิตร กับอัตราประหยัดน้ำมัน30กิโลเมตร/ลิตร
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น  เตรียมนำสุดยอดยนตรกรรมจำนวน 15 คัน ร่วมโชว์ในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. - 11 ธ.ค. 2554 นี้ โดยไฮไลทฺ์การเปิดตัวในครั้งนี้ ได้แก่รถยนต์อีโคคาร์คันแรกของมิตซูบิชิ ที่จะเปิดตัวในงานดังกล่าว โดยได้รับการยืนยันแล้วว่าจะใช่ชื่อ มิตซูบิชิ มิราจ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นตามแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของบริษัทในแผนธุรกิจระยะกลาง โดยรถยนต์ขนาดเล็กมิราจจะเป็นผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ระดับโลก 
การออกแบบของมิราจจะเน้นความกะทัดรัด ราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย และให้การประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดเศรษฐกิจใหม่ จากการแนะนำรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย รวมไปถึงตอบสนองความต้องการของตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจากการประหยัด น้ำมันที่เป็นเยี่ยมและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ 
ยิ่งไปกว่านั้นมิราจยังมาพร้อมความง่ายในการขับขี่พร้อมการควบคุมที่เป็น เยี่ยมในแบบฉบับของรถยนต์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายจากห้องโดยสารที่กว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง มาพร้อมขนาดยาว 3710 มม. กว้าง 1665 มม. และสูง 1490 มม. เครื่องยนต์ไมเวค 1.0 ลิตร 3 สูบ พร้อมระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อหยุดนิ่ง พร้อมด้วยระบบส่งกำลังอัตโนมัติแบบซีวีที โดยมีเป้าหมายอัตราการบริโภคน้ำมันสูงถึง 30 กิโลเมตร/ลิตร
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตั้งเป้าให้รถดังกล่าวเป็นรถที่ให้การประหยัดน้ำมันสูงสุดในรถระดับเดียวกัน เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ผ่านการใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความพยายามในการลดน้ำหนักในเกือบทุกชิ้นส่วนของตัวรถ การลดแรงต้านทานหลักในการเคลื่อนที่ รวมไปถึงการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน และตัวถังตามหลักแอโรไดนามิคที่ลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานและแรงฉุด 
ทั้งนี้ มิราจรุ่นใหม่จะเข้ามาสานต่อแนวทางในการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ครั้งแรกของโลก ที่ทำมาตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งมิราจใหม่ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้สืบทอดคุณสมบัติเด่น ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมและฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันแม้จะเป็นรถ ยนต์ขนาดเล็ก โดยรถยนต์ใหม่นี้มีแผนจะวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในเดือนมี.ค. 2555 ภายใต้โครงการลงทุนมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท โดยประเทศไทยจะเป็นฐานผลิตที่สำคัญสำหรับรถรุ่นนี้