วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เปิด 10 อันดับ รถนั่งยอดนิยม รถคันแรก .. คันไหนคนคบหามากที่สุด

เข้ามาสู่ช่วงโค้งสุดท้าย แล้วสำหรับนโยบาย รถใหม่ ที่หลายคนต่างก้จะอยากที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นใหม่ หลังรัฐบาลช่วยเหลือในการให้เงินสนับสนุนจากส่วนลดทางภาษสรรพสามิตร
แต่แน่นอนในขณะที่หลายกำลังมองว่ารถยนต์รุ่นไหนที่เกมาะ แต่ล่าสุด หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 17 ตุลาคม 2555  ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ กับ 10 รถนั่งจากโคงการรถคันแรก ส่วนคันไหนจะขายดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทรถนั่ง ไปดูกันเลย

            อันดับ 10  Honda Brio

                ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้กับรถยนต์คันนี้ มาพพร้อมเรือนร่างเล็ก ในขณะที่ตอนก่นเปิดตัวมันูได้รับความสนใจ มาก แต่เมื่อเปิดตัวออกมา กลับไม่เป็นที่นิยมอย่างที่คิด แต่ไม่ต้องห่วง ฮอนด้ากำลังแก้เกม ด้วย เวอร์ชั่นซีดาน ที่จะเปิดตัวอออกมาก่อนงาน Motor Expo 2012 แน่นอน ซึ่งตามรายงานยอดขายล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม มีรถ 11,959 คัน เข้าโครงการรถคันแรก

            อันดับที่ 9  Toyota Yaris

                อีกแฮทช์แบ็คที่เริ่มอ่อนแรงแต่ก็ยังขายได้พอควร กับรถรุ่นนี้ แม้จะไม่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ แต่มีกระแสว่ารถอีโค่คาร์จากค่ายโตโยต้า จะเข้ามาเสียบแทนรถรุ่นนี้ ส่วนราคา ตอนนี้มันก็เข้าโครงการรถคันแรกไปถึง 13,084 คัน

            อันดับที่ 8  Mitsubishi Mirage

                เห็นกันมากบนถนน แต่ไม่ยักกะเป็นรถที่ได้รับความนิยมในโครงการรถคันรกนัก อาจจะด้วยธรรมชาติของค่ายนี้ แต่มิราจ ก็ยังโดนใจด้วยยอดจำนวนรถ 18,698 คัน ที่เข้าตามโครงการรถคันแรก

            อันดับที่  7  Honda Jazz

                รถยนต์แฮทช์แบ็ค จากฮอนด้ารุ่นที่ 2 กลับเข้ามาอีกครั้งในอันดับที่ 7 แม้จะไม่ได้รับความนิยมนักในโครงการรถคันแรก จากยอดที่เข้าร่วมเพียง 19,499 คัน แต่รถยนต์รุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมพอตัว แม้จะผ่านการเปลี่ยนโฉม และในอนาคตน่าจะมีความเคลื่อนไหว ในการเปลี่ยนรุ่นในอีกไม่ช้านี้
            อันดับที่ 6  Ford Fiesta  

                เบียดแซงคนอื่น มากับการทุ่มทุนสร้างของค่ายรถยนต์  Ford  ที่มองถึงความต้องการรถยนต์จากลูกค้า จนปรับรุ่น 1.5 ออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  และเพียงแค่นี้มันก็เข้าที่อันนดับที่ 6 กับยอดเข้าโครงการถึง 19,762 คัน

            อันดับที่ 5  Nissan March 

                 อีดค่คาร์รุ่นแรกยังขายดี ด้วยยอดขายถึง 23,218 คัน ที่เข้าร่วมโครงการรถคันแรก ซึ่งถือว่ายังรักษาสภาพได้ดี แม้จะมาก่อนเพื่อนก็ตาม ซึ่งในอีกไม่นานนี้น่าจะมาปรับในเรื่องของออพชั่นออกมาอีกในช่วงวปีหน้า ต้องจับตาให้ดี

            อันดับที่ 4 Mazda 2

                ทรวดทรงที่โดนใจ พร้อมข้อเสนอที่โดนลูกค้า และออพชั่นที่คุ้มค่าก้ทำให้  Mazda 2  เข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้อย่างไม่ยาก แถมการรับประกันคืนเงินจากโครงการรถคันแรสูงสุด 1 แสนบาท ก็ทำให้ เจ้ารถคันนี้มียอดเข้ามาในโครงการถึง 28,474 คัน
            อันดับที่ 3  Nissan Almera

                ในที่สุดก้มาถึงอันดับที่ 3 สำหรับหลากรถคันแรกยอดฮิต และในอันดับนี้ รถยนต์ Nissan Almera  รั้ง เข้ามาเป็นคันแรก ด้วยยอดถึง 35,279 คัน ในโครงการนี้ ถือว่ามากพอสมควร สำหรับรถยนต์ที่เปิดตัวได้เพียง 1 ปี
            อันดับที่ 2  Honda City 

                คันนี้ยังดูดีและเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน ด้วย ยอดขายกว่า 44,079 คัน ถือว่ามากพอสมควร สำหรับรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการรถคันแรก ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ตอบสนองได้ลงตัวทั้งสมรรถนะและการออกแบบ
            อันดับที่ 1  Toyota Vios

                ที่หนึ่งยังคงอยู่ในใจคนไทยกับรถนต์  Toyota Vios ที่สามารถครองยอดขายเอาไปได้ด้วย จำนวนที่สูงเกือบเป็น 2 เท่าของรถคันแรกที่เข้ามาในอันดับที่ 2 ด้วยยอดขาย 80,410 คัน ตอกย้ำความเป็นที่สุดของรถยนต์นั่งในตลาดรถยนต์ชั้นนำของในประเทศไทย
            จาก 3 อันดับแรกของรถยนต์นั่งที่สามารถเข้าตามโครงการรถคันแรกได้ นั้น จะพบว่ารถยนต์ที่ได้รัยความนยมสำหรับคนไทย ยังเป็นรถยนต์ประเภท 4 ประตู ซึ่งใครที่กำลังมองรถแล้วกำลังจะใช้สิทธิ์ตามโครงกรรถคันแรก ก็ควรต้องดูให้ดีก่อนตัดสินใจ


http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif


แต่งบ้านสไตล์ทะเล

http://thaider.com/homepro/get/images/R9929545/R9929545-9.jpg

การตกแต่งบ้านหรือคอนโด สไตล์ชายทะเล มักจะเน้นความเรียบง่ายของวัสดุ และการจัดแต่งแบบไม่ต้องประณีตมากนัก เพราะแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติของวิถีชีวิตริมทะเลที่ไม่ได้เนี้ยบ ทันสมัย หรือหรูหรา แต่เสน่ห์อยู่ที่สัมผัส แบบดิบหยาบ เพื่อช่วยคลายความเคร่งเครียดจากการทำงานในเมืองออกไป

แนว ทางที่โดดเด่นของบ้านสไตล์ริมทะเลต้องเน้นการเปิดวิว และมุมมองที่เชื่อมต่อระหว่างภายนอกและภายในให้มากที่สุด ดังนั้นวิวภายนอกของบ้านคุณก็ควรจะมีต้นไม้เขียวๆ ท้องฟ้ากว้างๆ หรือถ้าสามารถกำหนดมุมที่มองออกไปถึงสระว่ายน้ำได้ด้วยจะยิ่งดี เพื่อจินตนาการไปถึงผืนทะเลสีฟ้าใสได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าภายนอกไม่อำนวยจริงๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะการเปิดช่องหน้าต่างกว้างๆ ยังช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาถึงมุมใช้งานภายใน ทำให้พื้นที่ในบ้านโปร่งโล่ง และสบายตา น่าอยู่กว่าการกั้นห้องปิดทึบอย่างเดียว

http://thaider.com/homepro/get/images/R9929545/R9929545-0.jpg

เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งที่เหมาะสำหรับบ้านอารมณ์ทะเล ควรจะมาจากวัสดุ ที่เลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด เป็นต้นว่า ตู้ไม้สีธรรมชาติ หรือไม่ก็ทาสีขาวเรียบ แจกันกระป๋องสังกะสีแบบง่ายๆ ตะกร้าหวาย หรืองานลวดดัด โดยเฉพาะงานไม้เก่าที่นำมาทาสีใหม่สไตล์ซับปี้ หรือประดิษฐ์เป็นของใช้ชิ้นใหม่ ก็สามารถเข้ากับสไตล์ทะเลได้เป็นอย่างดี

ถ้า ไม่อยากลงทุนซื้อเยอะ แค่ชุดโต๊ะเก้าอี้ หรือตู้เก็บของ ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ของห้อง ก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านได้เหมือนกัน

ของ ตกแต่งที่ขาดไม่ได้ เป็นพวกของที่ระลึกจากทะเล ทั้งเศษหิน เปลือกหอย ที่วางประดับ หรือจะผูกขึ้นเป็นโมไบล์เพื่อทำเป็นม่านโปร่งๆ ขวดใส่ทราย กิ่งไม้ที่อาจนำมาทาสีขาวและใช้ประดับผนังเป็นงานศิลปะ หรือตะเกียงเล็กๆ ก็ช่วยเติมเสน่ห์ของบ้านริมทะเลได้ แล้วแต่คุณจะจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ แบบไม่มากไม่น้อยเกินไป

แต่ สำหรับบ้านที่อยู่ริมทะเลจริงๆ แค่เปิดช่องหน้าต่างกว้างๆ ก็จะได้วิวสวยธรรมชาติที่ช่วยบิลต์อารมณ์โดยไม่ยาก หรือต่อเติมเพิ่มระเบียงนั่งเล่นกว้างๆ เพื่อรับลมทะเลในตอนกลางวัน มีหลังคาหรือกันสาดขนาดเล็กๆ แต่วัสดุที่เลือกใช้ก่อสร้างหรือตกแต่งพื้นหรือผนัง ต้องหลีกเลี่ยงวัสดุที่มีส่วนประกอบของเหล็ก เพราะไอเค็มจากทะเลอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ประเภทราวเหล็ก หลังคาเหล็ก หรือสังกะสี ก็ควรเคลือบสารที่ป้องกันไอเค็มจากทะเลเสียก่อน

โทน สีที่เหมาะกับอารมณ์ทะเล หนีไม่พ้นสีฟ้าสลับขาว เพราะส่วนใหญ่เราได้สีฟ้าจากท้องฟ้าและผืนทะเล ส่วนสีขาวคือความขาวสะอาดจากหาดทรายเม็ดละเอียด เวลาจับคู่สองสีนี้เข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ อย่างโต๊ะ เก้าอี้ หรือของใช้ประเภทผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน เบาะนั่งเล่น หมอนอิง ไปจนถึงของตกแต่งอย่างโคมไฟ แจกัน กล่องใส่ของ กรอบรูป ฯลฯ ผสมผสานกันก็เป็นตัวแทนที่สื่อถึงอารมณ์สบายๆ และสีสันของทะเลได้เป็นอย่างดี



By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เผยโฉม All new Nissan Teana 2013 คาดเปิดตัวในไทย ไตรมาส 3/2556

ปลายปี 2011 นิสสันได้ Minorchange นิสสัน เทียน่า เป็นครั้งสุดท้ายแล้วก่อนที่ Toyota Camry ใหม่จะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2555
 และ เป็นที่แน่นอนแล้วว่า Teana รุ่นใหม่จะพร้อมขายในไทย ปี 2556 แน่นอน ด้วยรูปโฉมที่เน้นอายุลูกค้าที่ต่ำลง Range อายุที่กว้างขึ้น มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม และการปรับปรุงด้านอื่นๆ อีกพอสมควร
ภาพ ทั้งหมดที่เห็นในบทความนี้ เป็น Teana ในอเมริกา ซึ่งใช้ชื่อรุ่นว่า Altima  เมื่อถึงเวลาที่จะจำหน่ายในประเทศไทย (ประมาณเดือนกันยายน 2556) อาจมีเส้นสายเปลี่ยนไปบ้าง เช่น เพิ่มโครเมี่ยม ไฟเลี้ยวไม่มีแถบเหลือง หรืออื่นๆ ที่มักจะดูหรูหราว่ารุ่นที่จำหน่ายในโซนทวีปอเมริกา

http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

จัดสวนขนาดเล็ก

อากาศ ร้อนๆ อย่างนี้ การได้มองเห็นสีเขียวของต้นไม้คงพอทำให้หัวใจของเราสดชื่นได้บ้าง แต่หลายคนอาจบอกว่าพื้นที่ที่บ้านนะสิเล็กกระจ้อย คงจัดสวนเหมือนบ้านกว้างๆ ไม่ได้หรอก...จริงๆ แล้ว บ้าน หรือ คอนโด ขนาดเล็กก็สามารถมีสวนได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างบนระเบียง ที่ว่างหลังทาวน์เฮาส์ หรือกระบะต้นไม้หน้าบ้าน เพียงแต่ต้องรู้จักเลือกใช้พรรณไม้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับดีๆ ในการจัดสวนขนาดเล็กมาฝากกัน
การจัดสวนหย่อม
สวนบนระเบียงห้องพักหรือคอนโดมิ เนียมจำเป็นต้องปลูกต้นไม้ลงในภาชนะหรือกระถาง ดังนั้นควรเลือกใช้พรรณไม้ที่ทนทาน เช่น เฟื่องฟ้า แก้ว จั๋ง สับปะรดสี หรือแคคตัส ไม่ควรเลือกใช้ไม้ใบที่ต้องการความชื้นสูง อย่างพืชในกลุ่มเฟินชนิดต่างๆ หรือไม้ใบในร่ม เช่น สาวน้อยประแป้ง เนื่องจากสวนบนระเบียงมักต้องเจอสภาพลมแรงและแสงแดดจัด
การจัดสวนหย่อม
หาก เป็นพื้นที่ว่างหลังบ้านหรือหน้าบ้านสามารถเลือกใช้พรรณไม้ได้หลากหลายขึ้น อาจพิจารณาเรื่องสภาพแสงของพื้นที่บริเวณนั้นประกอบ เพื่อจะได้เลือกใช้ต้นไม้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมมากขึ้น ควรเลือกใช้พรรณไม้ให้สัมพันธ์กับขนาดของพื้นที่ ต้นไม้ไม่ควรมีขนาดใหญ่จนเต็มพื้นที่ และเลือกต้นที่มีอัตราการเจริญเติบโตช้า เช่น จั๋ง ซองออฟอินเดีย ซองออฟจาไมก้า โกสนต้นสวยๆ เป็นต้น แต่หากเป็นพื้นที่ว่างที่ทำเป็นพื้นแข็งทั้งหมดจนไม่มีที่ปลูกต้นไม้ อาจเลือกใช้การจัดสวนกระถางแทนได้
การ เลือกใช้ไม้ระดับสูงในสวนขนาดเล็ก ควรเลือกต้นที่มีทรงพุ่มไม่แผ่กว้างนัก พืชในกลุ่มปาล์มมีความเหมาะสมที่สุด เช่น หมากเขียว หมากเหลือง หรือหมากแดง แต่ควรเป็นปาล์มต้นเล็ก หากเป็นปาล์มต้นใหญ่ก็ไม่ควรนำมาปลูก
ใช้ หลักการจัดองค์ประกอบทางศิลปะเป็นตัวเลือกต้นไม้ในการนำมาจัดรวมกลุ่มกัน โดยแบ่งต้นไม้เป็น 3 กลุ่มง่ายๆ คือ ใบใหญ่ ใบกลาง และใบเล็ก ต้องประสานกันให้ได้ทั้งสามส่วน ลองนึกภาพต้นไม้ที่มีแต่ใบเล็กแหลมทั้งหมดก็จะดูลายตา ขณะที่หากใช้ไม้ใบใหญ่ทั้งหมดก็จะกินพื้นที่มากและดูอึดอัดเกินไป
การจัดสวนหย่อม
ไม่ ควรเลือกใช้สีสันของพรรณไม้ที่ฉูดฉาดเกินไปสำหรับสวนภายในบ้าน เลือกใช้พรรณไม้ที่มีสีสว่างหรือสีสดในองค์ประกอบที่เป็นจุดสนใจสัก 10-20% ส่วนอื่นๆ เลือกใช้โทนสีเขียวหรือสีเทา ยกเว้นสวนที่ใช้ไม้เมืองหนาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ดอกก็สามารถเลือกใช้สีได้หลากหลายมากขึ้น
สวน ขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยงการใช้หญ้า อาจต้องใช้ให้น้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลยเพราะดูแลยาก หากต้องการพื้นสีเขียวควรหันมาใช้หนวดปลาดุกหรือหนวดปลาดุกแคระจะดีกว่า หรือใช้กรวดเป็นหลัก โดยเลือกใช้สีอ่อนๆ ดูเป็นธรรมชาติ เช่น กรวดสีน้ำผึ้งผสมผสานกันระหว่างขนาดเล็กกับขนาดกลาง ไม่ควรใช้กรวดที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป หากพื้นที่กว้างอาจนำกรวดสีอื่นมาตัดกันบ้างเพื่อไม่ให้ดูเลี่ยนเกินไป เช่น สีดำ สีแดง แทรกไปประมาณ 20% อาจจัดกรวดให้เป็นเส้นทางเลียนแบบธารน้ำก็ได้
การจัดสวนหย่อม
ควร คิดโครงเรื่องของสวนไว้คร่าวๆ เพื่อเลือกใช้องค์ประกอบในสวนให้ดูสัมพันธ์และกลมกลืนกัน เช่น สวนแบบญี่ปุ่น สวนบาหลี สวนอังกฤษ ทำให้สามารถเลือกใช้พรรณไม้และของตกแต่งได้เหมาะสมและง่ายขึ้น
ที่มา : นิตยสารบ้านและสวน
By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ขับก่อนใครใน HONDA BRIO 4 ประตู

Pic_303238
Honda Automobile ซุ่มพัฒนา Brio 4 ประตูมาได้ระยะหนึ่งแล้วเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับรถยนต์ในกลุ่ม ECO-Car ของบริษัท โครงการรถยนต์ราคาประหยัดรุ่น Brio ถูกริเริ่มขึ้นในปี 2009 กับรถต้นแบบ 5 ประตู Small Concept ตามด้วยการเปิดตัวและผลิตออกขายในตลาดรถยนต์ราคาถูกของประเทศไทยเมื่อช่วง ต้นปี 2011 ต่อเนื่องด้วยการพัฒนารุ่น 4 ประตู ควบคู่ไปกับงานวิศวกรรมโครงสร้างโดยรวมที่ทั้งสองรุ่น (4-5 ประตู) ใช้ร่วมกันทั้งระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง ล้อและยาง รวมถึงอุปกรณ์ภายในพวกแผงคอนโซล หน้าปัด ซุ้มเกียร์ ส่วนฐานล้อของรุ่น 4 ประตูถูกปรับให้กว้างขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย พื้นที่ของเบาะโดยสารตอนหลังก็ยังถูกขยายขนาดให้กว้างมากขึ้น รองรับผู้โดยสารที่มีส่วนสูง 180 เชนติเมตร โดยยังคงมีพื้นที่ในการวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะอยู่พอสมควร
ชิ้น ส่วนพวกกระจังหน้า ไฟหน้า ฝากระโปรง แก้มข้างและสปอยเลอร์ยังคงใช้ร่วมกันกับรุ่น 5 ประตู บนตัวรถต้นแบบที่จัดให้สื่อมวลชนได้ลงทดสอบในสนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต ถูกพรางด้วยสติกเกอร์คล้ายกับลายของตุ๊กแก เนื่องจากมันเป็นเพียงแค่รถต้นแบบที่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สติกเกอร์ที่ใช้พรางตัวจึงคล้ายกับรถต้นแบบทั่วไปที่ยังคงอยู่ในขั้นตอนสุด ท้ายของการพัฒนาก่อนเปิดผ้าคลุมภายในปี 2013 นี้ วิศวกรของ Honda คำนึงถึงการใช้งานภายในเมืองเป็นหลักที่ต้องให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ คล่องตัว เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแบบ CVT มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา รวมถึงยังมีความเหมาะสมสำหรับรถยนต์ที่มีขนาดของตัวถังที่สั้นกระชับ มิติตัวถังของ Sedan ใหม่คันนี้ ยาว 3,990 มิลลิเมตร กว้าง 1,680 มิลลิเมตร สูง 1,485 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,405 มิลลิเมตร เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ Honda Brio รุ่น 5 ประตู ซึ่งมีตัวถังยาวจากหน้าจดหลัง สั้นแค่ 3,610 มิลลิเมตร แต่มีความกว้างเท่ากันที่ 1,680 มิลลิเมตร และยังคงมีความสูงบนตัวเลขเดียวกันที่ 1,485 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้า (Tread Front) ใน Brio รุ่น 4 ประตู ที่ 1,480 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหลัง 1,465 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงพื้นตัวถัง 150 มิลลิเมตร น้ำหนักตัว 920 กิโลกรัมในรุ่นเกียร์ธรรมดา และเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยที่ 950 กิโลกรัมสำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT
เปรียบ เทียบกับรุ่น 5 ประตูแล้ว รถ Brio รุ่น 4 ประตูคันต้นแบบมีมิติของห้องโดยสารใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ความยาวที่เพิ่มขึ้นอีก 380 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ ยาวขึ้น 60 มิลลิเมตร เกิดจากการขยายสัดส่วนของพื้นที่ภายในห้องโดยสารแม้จะมีความสูงเท่าเดิมที่ 1,480 มิลลิเมตร ผู้โดยสารบนรุ่นตัวถังซีดาน 4 ประตูจะได้พื้นที่เพิ่มเข้ามาเพื่อความสะดวกสบายจากการออกแบบ พื้นที่สำหรับวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยทำให้การโดยสารไปกับรถคันนี้ไม่มีความรู้สึกอึดอัดแบบรถเล็กอีกต่อไป เบาะผู้โดยสารตอนหลังที่ถูกปรับแก้ในเรื่องของขนาด เมื่อมาอยู่ในรถแบบ 4 ประตูขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องทำให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาอีกเล็กน้อย โดยรวม วัสดุที่ใช้ทำเบาะก็ยังคงเหมือนเดิม แต่ความกว้างที่เพิ่มเติมเข้ามาจะทำให้การนั่งโดยสารทางไกลมีความสบายเพิ่ม ขึ้นนั่นเอง
หัวใจ ของรถต้นแบบคันนี้ คือเครื่องยนต์รหัส L12B3 บล็อก 4 สูบ SOHC (แคมเดี่ยว) 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,198 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 71.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2 : 1 ระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ PGM-FI ระบบคันเร่งไฟฟ้า และ ลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า DBW (Drive-By-Wire Electronics Throttle Control) เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุดที่ 90 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.2 กิโลกรัมเมตร (110 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังลงสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ CVT
การ ขับขี่ทดสอบ Honda Brio 4 ประตูคันต้นแบบบนสนามแก่งกระจาน สัมผัสที่ได้รับแทบจะไม่แตกต่างไปจากรุ่น 5 ประตูแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของพวงมาลัยแบบไฟฟ้า ช่วงล่างและเบรกที่เหมือนกันราวกับฝาแฝด ความยาวของสนามแก่งกระจานเชอร์กิตที่ 2.912 กิโลเมตร จำนวนสามรอบสนามสำหรับสื่อมวลชนแต่ละคน คือการขับขี่บนแทรคแข่งขันที่ให้ความรู้สึกของตัวรถต้นแบบได้อย่างเต็ม เปี่ยม พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าผ่อนแรง EPS (Electronics Power Steering) แม้จะเบาสบายมือแบบรถเล็ก แต่ยังคงสัมผัสที่ดีด้วยความแม่นยำในระดับที่ใช้ใด้เลยทีเดียว ส่วนระบบเบรกแบบดิสเบรกที่ด้านหน้าและดรัมเบรกที่ด้านหลังเอาอยู่หากไม่ใส่ กันจนมากเกินลิมิต อาการหน้าดื้อโค้งแทบไม่ปรากฏเนื่องจากมีกำลังแค่ 90 แรงม้า เพียงแค่หักพวงมาลัยไปตามสภาพของโค้งในสนามแข่งรถแก่งกระจาน เจ้า Brio คันต้นแบบสี่ประตูก็จะตอบสนองอย่างคล่องแคล่วว่องไว ฐานล้อที่ถูกขยายออกอีกเล็กน้อยยังเข้ามาเสริมความมั่นใจของการทรงตัวให้มี ความรู้สึกที่มั่นคงดีขึ้น ส่วนล้ออัลลอยขอบ 14 นิ้วกับยาง Michelin รุ่น ENERGY XM2 ไซค์ 175/65 R14 เป็นยางรุ่นเดียวขนาดเดียวกันกับรุ่น 5 ประตู ออกอาการในโค้งแคบรวมถึงโค้งยูเทิร์นบ้างเมื่อความเร็วกับโค้งเริ่มที่จะไม่ สัมพันธ์กัน ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ยังช่วยให้การส่งถ่ายกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อคู่หน้ามีความนิ่มนวล ไร้อาการกระตุกกระชาก
สนาม แก่งกระจาน มีความต่างระดับขึ้น-ลงในจุดที่สูงสุดและต่ำสุดแตกต่างกันในด้านระดับความ สูงของพื้นที่ถึง 18 เมตร จึงทำให้มีความแตกต่างจากสนามอื่นๆ ค่อนข้างมาก และด้วยรูปแบบของโค้งต่อเนื่องสลับซ้ายขวา ทั้งช้าทั้งเร็ว ทำให้นักข่าวที่ลงทดสอบ Honda Brio 4 ประตูคันต้นแบบ ต้องใช้ทักษะในการควบคุมรถอย่างมากเพื่อเค้นเอาประสิทธิภาพของตัวรถให้ แสดงออกมาอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีโค้งหลายโค้งทำให้มีจุดที่ผิดพลาดได้มาก จึงเป็นการท้าทายความสามารถของสื่มมวลชนในการควบคุมรถต้นแบบที่มีเพียงแค่ คันเดียวในโลก!!! สนามแก่งกระจานเซอร์กิตปัจจุบันได้ถูกบรรจุไว้เป็นสนามแข่งขันระดับชาติ มีการแข่งทั้งรถยนต์และรถปิกอัพชิงแชมป์ประเทศไทย และการแข่งขันเอนดูรันซ์ 6 ชั่วโมง รวมทั้งรองรับการแข่งระดับคลับเรซ คาร์คลับ แทรคเดย์ โรงเรียนสอนการขับแข่งทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ การแข่งขันจักรยาน มีการเปิดตัวสินค้า การถ่ายภาพยนตร์ การถ่ายโฆษณา และการนำรถทดสอบลงมาวิ่งในสนามเพื่อทดลองประสิทธิภาพ สนามแก่งกระจานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ เขื่อนแก่งกระจาน กับวนอุทยานแห่งชาติพะเนินทุ่ง กับน้ำตกอีกสองแห่ง
ระบบ กันสะเทือนหน้า แบบ แม็คเฟอร์สันสตรัต สปริงโช้คอัพและเหล็กกันโคลงส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชันบีม รูปตัว H ให้การทรงตัวรวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักไม่แตกต่างไปจากรุ่น 5 ประตู ช็อกอัพ กับสปริงที่สูงกว่าของ Brio 5 ประตูอยู่เล็กน้อยเพื่อความนิ่มนวลของระบบรองรับ รถต้นแบบ Brio 4 ประตู ทำตัวได้ดีบนสนามทดสอบ ความบกพร่องของระบบต่างๆ ในรุ่นแรกถูกเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดเพื่อทำให้มัน กลายเป็นรถเล็กราคาประหยัดที่สามารถตอบโจทย์คนเมืองที่นิยมความคล่องตัวยาม เดินทางได้เป็นอย่างดี สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2013 น่าจะเกิดขึ้นในช่วงงานแสดงรถยนต์ MotorEXPO ที่อิมแพคเมืองทองธานี ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ (2012) ยอดจองที่ดีสำหรับรถยนต์ของ Honda ไม่ว่าจะเป็น City / Jazz / Civic / CRV / รวมถึง Brio กับสายการผลิตในโรงงานประกอบที่โรจนะ ซึ่งกำลังเร่งมือทั้งวันทั้งคืนในการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าที่สั่งจอง จะทำให้ Honda Automobile กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิมอย่างแน่นอน.



http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

โต๊ะข้างเตียงนอน..ใครว่าไม่สำคัญ


http://www.lazicondo.com/images/main/default/gallery/pic12.jpg

เนื่องจากห้องนอนทั้ง คอนโด และ บ้าน นั้นเป็นห้องส่วนตัวที่เราใช้พักผ่อนและทำ กิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ ก่อนนอน อาทิเช่น การอ่านหนังสือก่อนนอน ดูโทรทัศน์ เป็นต้น หรือบางท่านอาจมีของสะสมชิ้นเล็กๆ เช่น ภาพถ่าย ตุ๊กตา สมุดภาพ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ สามารถนำมาวางประดับบนโต๊ะข้างเตียงนอนได้

โต๊ะ ข้างเตียงนอนจึงถูกจัดให้ทำหน้าที่เสมือนฉากเล็กๆ ที่เจ้าของห้องนอนสามารถจัดตกแต่งของสะสมต่างๆ ไว้อย่างงดงาม แต่เราต้องระมัดระวังคอยดูแลไม่ให้รกจนเกินไป โต๊ะข้างเตียงนอนนั้นมักมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ เนื่องจากส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก การวางสิ่งของหลัก เช่น โคมไฟ นาฬากาปลุก วิทยุเครื่องเล็กๆ ก็อาจจะทำให้เต็มโต๊ะไม่เพียงพอที่จะวางสิ่งของอืนๆ ได้
ข้อแนะ นำในการจัดโต๊ะข้างเตียงนั้น ได้แก่ การใช้พื้นที่ซ้อนกันบ้าง เช่น เลือกโต๊ะข้างเตียงที่มีลิ้นชักสำหรับไว้ใส่ของสัก 2 ชั้น เผื่อไว้สำหรับใส่หนังสืออ่านเล่น ส่วนบนโต๊ะก็อาจวางโคมไฟขนาดเล็ก นาฬิกาปลุกหรือสิ่งของตกแต่งที่คุณชอบก็ได้
สิ่งของตกแต่ง เลือกสิ่งของที่จะนำมาวางบนโต๊ะให้งดงามด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น รูปภาพ เลือกกรอบที่สวยงามตรงใจคุณ
แสงโคม ไฟสร้างบรรยากาศ คุณสามารถเลือกโคมไฟที่สามารถปรับแสงได้ เพื่อให้เข้ากับการใช้ประโยชน์ในแต่ละครั้ง และยังช่วยประหยัดไฟได้อีกด้วย โดยที่เราอาจจะเลือกรูปทรงของโคมไฟให้ดูทันสมัย แต่ไม่ควรเลือกดีไซน์ที่ฉูดฉาดเกินไป ควรคุมโทนให้ดูเรียบหรู คลาสสิก ซึ่งจะสามารถใช้งานได้นานกว่าและไม่ล้าสมัย
ดอกไม้ หรือต้นไม้ สำหรับท่านที่นิยมชมชอบธรรมชาติ ก็สามารถเลือกดอกไม้ประดิษฐ์ กระถามต้นไม้เล็กๆ น่ารักๆ มาช่วยสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้สดชื่นและมีสีสันขึ้น
เครื่อง นอนกับข้างเตียง การเลือกสีของโต๊ะข้างเตียงควรเลือกสีที่เป็นกลางๆ สามารถเข้ากันได้กับเครื่องนอน ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในห้องนอนไปอีกแบบ
โต๊ะ ข้างเตียงที่จัดฉากให้มีบรรยากาศอบอุ่น ย่อมเป็นสื่อนำแห่งความรักใคร่กลมเกลียวกันของคนในครอบครัว และทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องนอนแสนหวานห้องนี้ รู้สึกสบาย ผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ


By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg