วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

Chevrolet Sonic Hatchback 1.4 LTZ ...หล่อเหลือร้าย

เรื่องและขับทดสอบโดย ณัฐยศ ชูบรรจง
ตั้ง แต้ที่ซิตี้คาร์เริ่มกลายเป็นที่ นิยมในตลาดมายาวนานนั้น รถในกลุ่มนี้ถือเป็นโจทย์ที่หินสำหรับค่ายรถยนต์ทั้งหลาย ด้วยความต้องที่เปรียบเหมือนการเริ่ม ต้นของกลุ่มลูกค้า ที่ต้องการความหลากหลาย ทั้งการออกแบบ ไปจวบจนสมรรถนะที่ต้องมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง
แม้ใน ข้อเท็จจริงของตลาดรถยนต์ ในบ้านเรา ค่ายรถยนต์เจ้าตลาดอาจจะเป็นค่ายที่คนมองหารถยต์กลุ่มนี้มาเลือกซื้อเลือกหา แต่ท้ายที่สุดแนวคิดของคนซื้อรถสักคัน ในฐ่านะที่จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนบานเบอะในการคบหารถสักคันและด้วยนิสัยที่ ต้องการทุกอย่างแบบ All-in-one ทำให้การคบหารถกลุ่มนี้ควรจะมีหลายสิ่งที่ตอบสนอง
chevrolet sonic Hatchback

                ย้อนความกลับไปเมื่อพูดถึงซิตี้คาร์แล้ว  Chevrolet Aveo  ถือเป็นรถรุ่นหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ด้วยชื่อที่เชฟวี่อาจจะยังใหม่ต่อบ้านเรา เมื่อครั้นแนะนำรถยนต์รุ่นนี้ในตลาด  ส่งผลให้ในตอนนั้นทุกคนแค่มองว่าเป็นคู่ชกที่ดูน่าสนใจในตลาดนั้น แต่เมื่อรถยนต์คันนี้เริ่มออกวางจำหน่ายจริง มันก็กลับสร้างความประทับใจด้วยสมรรถนะที่เทียบชั้นรถยนต์ยุโรป โดดเด่นสุดก็เป็นช่วงล่างแบบยุโรป ที่มีมาให้เฉพาะ รวมถึงเครื่องยนต์ที่แปลก สร้างความตื่นตาตื่นใจ แบบยุโรปจ๋า ด้วยเครื่องยนต์ 1.4 และ 1.6 ลิตร ซึ่งภายหลังก็แนะนำรุ่นพิเศษติดแก๊ส  CNG  เข้ามาเสริมทัพ ก่อนจะต้องถึงเวลาลาจากเวที หลังครบวาระในตลาด

                แม้จะใช้เวลานานกว่าที่คิดในการแนะนำสู่ตลาดไทย แต่ท้ายที่สุดหลังโชว์ตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2012 ค่ายโบว์ไทน์ก็เปิดตัว Chevrolet sonic  ออกมาอย่างเป็นทางการโดยใช้การขับเคลื่อนด้วยกระแสสังคมผลักดันให้รถรุ่น นี้เป็นที่พูดถึง ตั้งแต่การทดสอบเล็กๆ ไปจนถึง การวอกๆแวมๆ ตามสื่อ โดยเริ่มจากในรุ่น 4 ประตู ก่อนที่ ให้หลังจะโผล่โฉม 5 ประตู ออกมา และนับเป็นครั้งแรกที่ซิตี้คาร์ค่ายนี้มีเวอร์ชั่น 5 ประตู ในการตอบโจทย์ลูกค้า

chevrolet sonic Hatchback

                ตั้งแต่การเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการ  Chevrolet Sonic  จัด ว่าเป็นรถยนต์ที่อยู่ในความสนใจด้วยการฉีกกฎการออกแบบเดิมๆ แบบใหม่ถอดด้าม สรรค์สร้างสุนทรียะในความพลิ้วไหวในเส้นสายในความเป็นสปอร์ตที่คมเข้มดุดัน ตลอดรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ  Dual port  ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอจากรุ่นสู่รุ่น คมสันให้รายละเอียดที่แปลกตา ลงตัวกับไฟหน้าเปลือย ซึ่งวิศวกรค่ายโบว์ไทนกล่าวว่า พวกเขาได้ไอเดียมากจากมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แต่ให้ตายเถอะ อย่างน้อยหากรอบปิดก็น่าจะดี ยิ่งยามค่ำคืนอาจจะขับไปพิฆาตแมลงหลายสิบตัว มันสร้างความลำบากให้กับคนล้างรถที่บ้านหรือร้านอย่างปฏิเสธไม่ได้

                เส้นสายทางด้านข้างถูกปรับในความสปอร์ตให้ดูลงตัวมากยิ่งขึ้น ประตูหลังหลายคนอาจจะหาที่จับมือเปิดไม่เจอ เนื่องด้วยมันถูกไปซ่อนอยู่ข้างกระจก ช่วยเก็บรายละเอียด ทำให้คล้ายรถสไตล์คูเป้ ถ้าดูแบบผ่านๆ  ลงตัวดีกับสปอร์ยเลอร์ พร้อมไฟเบรกดวงที่สามที่ติดตั้งมาให้เสร็จ และพร้อมกันยังลดความกลมของคัวรถในสไตล์เหลี่ยมสัน ให้ความดูดีที่ไฟท้ายในสไตล์สปอร์ต จะติก็เพียงพลาสติกสีดำ ที่ทำให้มันดูแปลกในรถยนต์บางสีเท่านั้น และเช่นเดิมมันเปลือยมาอีกแล้วครับท่าน

chevrolet sonic Hatchback

                ในการออกแบบรุ่น 5 ประตู นอกจากสไตล์ของตัวรถที่แตกต่าง การให้รายละเอียดทางด้านมิติตัวถังก็มีการปรับให้สัดส่วนที่เหมาะสมลงตัว ด้วยความยาวที่สั้นกว่ารุ่น 4 ประตู 300 ม.ม. ลดลงมาเหลือ 4,039 ม.ม. ส่วนกว้าง 1,735 ม.ม. และสูง1,517 ม.ม. ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับระยะฐานล้อ 2,525 ม.ม. .

                เมื่อเปิดประตูพลุบสู่ห้องโดยสาร  Chevrolet Sonic Hatchback  มีองค์ประกอบที่มุ่งเน้นในเรื่องความสปอร์ตคลุกเคล้าลงตัวกับความทันสมัยและ ความคลาสสิคที่สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่หน้าปัดบอกค่าต่างๆที่โดดเด่นในความสปอร์ตแต่ชัดเจนด้วยการควบรวม เรือนไมล์แบบดิจิตอลบวกเข้ากับอะนาล็อกด้วยเข็มวัดรอบเครื่องยนต์ ดูดีและแปลกตาจากค่ายอื่น แล้วเพิ่มเสน่ห์กับพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าวงพวงมาลัยเล็กกว่า ที่จะสามารถตอกย้ำความสปอร์ตอย่างแท้จริง

                เบาะนั่งเน้นความสบายพอสมควร ทั้งที่รองนั่งและพนักผิงทำได้ดี ในรุ่น LTZ  นี้มีที่วางแขนมาให้ด้วยช่วยได้มากยามเดินทางไกล แต่จะว่าไปมันก็เล็กไปหน่อย ขณะที่เบาะหลังเองก็นั่งได้ดีไม่แพ้กัน แต่ที่ลำบากในรุ่น 5 ประตู คือการขึ้นลงในประตูหลัง ที่อาจจะเปิดกว้างไม่มากอย่างที่คิด ถึงแม้จะเข้า-ออกยากบ้างสำหรับคนตัวใหญ่ แต่เมื่อหย่อนตัวลงไป มันมีพื้นที่วางขาและเหนือหัวพอสมควร

chevrolet sonic Hatchback

chevrolet sonic Hatchback

                บททดสอบในวันนี้โดยรวมก็คล้ายกับที่เราเคยได้ทำในซิตี้คาร์ทุกรุ่น ซึ่งเน้นในการขับขี่ในเมืองและดูอัตราประหยัด และเรายังคงยึดแนวทางนี้ด้วยนี่คือโจทย์ในการใช้งานจริง ที่หลายคนคงอยากจะรู้ว่า

                ช่วงที่เราทดสอบรถคันนี้เป็นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเมื่อปีกลาย แต่ถึงแบบนั้น สถานที่ๆ คุ้นเคยอย่างตึกรสา ก็ทำให้เราขนพองสยองเกล้าได้มิใช่น้อย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์รถตกตึกที่เกิดขึ้น ทำให้ในครั้งนี้การวนลงตึกที่คุ้นเคยด้วยความระมัดระวังต้องใช้เวลามากขึ้น แต่ถึงแบบนั้น ความเล็กของ  Chevrolet sonic Hatchback  ก็ทำให้เรารู้สึกในความคล่องตัว พวงมาลัยออกอาการตึงมือแบบรถสปอร์ตบ้าง ทำให้ต้องปรับความคุ้นเคย แต่ถ้าก็อยู่ในเกณฑ์กำลังดีไม่มากหรือน้อยไป แต่สาวบ่อยๆ อาจจะมีล้าบ้างเท่านั้น

ออกสู่ ถนนพหลโยธิน เราก็เจอการจราจรแบบสุดยอดติดขัดรับขวัญการทดสอบครั้งนี้ ซึ่งยอมรับเลยว่า ทุกวันนี้รถติดเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ และในการแหวกว่ายไปตามการจราจรที่ติดแบบมหาโหด ก็ช่วยให้เข้าใจเจ้า  Sonic Hatchback มากขึ้น

แม้ หลายคนอาจจะมองความแตกต่างทางด้าน เรือนร่างมากกว่า เมื่อนับว่า  Chevrolet Sonic Hatchback มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร  ให้กำลังสูงสุด100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที  เช่นเดียวกับแรงบิดที่สามารถสั่งความจัดจ้านเต็มอารณ์สปอร์ตในความเล็กด้วย แรงบิด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งลงเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้อัตราทดแบบสั่งได้ เริ่มจาก 4.449,2.908,1893,1.446,1.00 และท้ายสุด  0.742  ปั่นลงเฟืองท้าย 4.110

chevrolet sonic Hatchback

จึงไม่ แปลกที่หลายคนคงจะคาดการณ์ว่ามัน แทบไม่มีความแตกต่าง โดยเฉพาะเมื่อคนไทยชอบรถในสไตล์ 4 ประตูมากกว่า ช่วงที่ไหลไปตามการจราจรที่ติดขัด ทำให้เราตัดสินใจ ออกไปซอกแซกตามซอยทางลัด และ  Sonic 5 ประตู ก็เริ่มโชว์ให้เห็นความลงตัวในความคล่องตัว เรือนร่างที่ยาวน้อยกว่า 4 ประตู และท้ายสั้นๆของมันทำให้ รถเลี้ยวได้อย่างคล่องแคล่วและมั่นใจแม้ในที่แคบ เมื่อประกอบกับวงเลี้ยว 5.3 เมตร ก็ทำให้รถคันนี้เหมาะมากในเมือง แต่เมื่อนับเทียบกับค่ายคู่แข่งก็ถือว่า ยังมากอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

วง เลี้ยวที่ไม่แคบนักกับพวงมาลัยแบบตึง มือ ทำให้เมื่อหวดพวงมาลัยบ่อยๆ อาจจะทำให้รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะหนักมือไปหน่อยต่อการขับขี่ในเมือง แต่เมื่ออกสู่ถนนที่โล่งกว้าง มันก็ทำให้เราประทับใจว่ามันไม่ได้หนักมากย่างที่คิดนัก ยิ่งระบบกันสะเทอืนที่แน่นหนึบไม่กระด้างแม้จะสปอร์ต เช่นเดียวกับในเรื่องอัตราเร่ง100 แรงม้า ที่อาจจะน้อยไปสักนิดแต่เมื่อได้ออกตัวแล้ว ช่วงรอบกลางๆ มันจะทะยานแบบเร้าใจนิดๆ  

ในช่วง ระหว่างที่เรานำ  Chevrolet Sonic  มาทดสอบ เราลองจับอัตราการทำงานของเครื่องยนต์ดู และที่ความเร็ว 90 ก.ม./ช.ม. เราได้รอบเครื่องยนต์ 2600 รอบ ต่อนาที และที่ความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. เครื่องยนต์ทำงาน 2900 รอบต่อนาที  และเมื่อมองที่คอมพิวเตอร์ออนบอรด์ที่อยู่ตรงหน้าแสดงผลเข้าใจง่ายๆ นั้น มันก็แสดงตัวเลขที่ประมารค่าความประหยัดไว้ที่ 12.2 ก.ม./ลิตร แต่เกียร์ของ Sonic  นั้นมักจะติดไม่เปลี่ยนที่เกียร์ 6 ถ้ารอบไม่ได้ หรือความเร็วไม่ถึง 80 ก.ม./ช.ม. ทำให้มันน่าเสียดายที่น่าจะทำอัตราประหยัดได้ดีกว่านี้

chevrolet sonic Hatchback

หลัง จากที่ล่อนมาทั่วกรุง ท้ายอัตราประหยัดอยู่ที่ 11.8 กิโลเมตร/ลิตร เมื่อเทียบกับในรุ่น 4 ประตูที่เคยทดสอบไปก่อนหน้านี้ก็ต้องถือว่า มันทำได้ดีกว่าเล็กน้อย อาจจะด้วยน้ำหนักที่เบากว่าจากโครงสร้างที่เล็กกว่านิดหน่อย แต่ถ้าความมันส์ที่ได้จากความเบาหวิว ถือว่าทำได้ดีกว่าพอสมควร  

การขับ ขี่ในเมืองที่ลงตัว ทำให้เราต้องมาพิสูจน์อีกครั้งในการขับขี่บนถนนหลวง ที่เรามีเป้าหมายปลายทาง ซานโตเรนี่ สถานที่เที่ยวที่กำลังยอดฮิต และระหว่างทางเจ้า Chevrolet Sonic Hatchback  ก็เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตที่เร้าใจมากขึ้น

chevrolet sonic Hatchback

แม้ใน เมืองเราอาจจะบ่นเรื่องการขับขี่ ที่ยังไม่เรียกว่าเป็นซิตี้คาร์ได้ เต็มตัวมากนัก แต่เมื่อนำเจ้า Chevrolet Sonic Hatchback  มาสู่ทางหลวง มันก็เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ความสปอร์ตของมัน ดูจะลงตัวมากกว่าเมื่อได้วิ่งทางยาวๆ ทั้งช่วงล่างที่เซทมาหนึบแน่น จนมั่นใจได้แม้จะวิ่งที่ความเร็วเดินทางที่ใช้กันทั่วไปที่ 120 ก.ม./ช.ม. มันก็ยังนิ่งตลอดทาง เช่นเดียวกับการเปลี่ยนเลนที่ยังคงความคล่องแคล่วในการขับขี่ และ ดูจะลงตัวมากกว่าจากตูดที่สั้นลงไป รวมถึงที่ต้องชมเชยคงไม่พ้นการเก็บเสียงของตัวรถที่เข้าท่าพอสมควร

ช่วง ระหว่างทางเราได้ลองโหมดเกียร์ ธรรมดาที่ให้มาด้วย ถือว่าเซทมาอย่างลงตัวในเรื่องความสามารถ แต่สิ่งที่ไม่ลงตัวคือการใช้งานด้วยการกดปุ่มที่ข้างคันเกียร์ ซึ่งมันทำให้ต้องพะวงกับการเลือกใช้ในตำแหน่งจับเพื่อเปลี่ยนเกียร์ ยิ่งเมื่อนับว่ามือหนึ่งถือพวงมาลัย อีกมือปรับเกียร์ มันก็ยิ่งดูไม่ปลอดภัยและอยากให้เชฟวี่กลับไปพิจารณาเรื่องนี้ ยิ่งมุมมองที่ต้องการความสปอร์ตด้วยแล้วคงต้องปรับปรุงเรื่องความรู้สึกใน การขับขี่การใช้งาน ที่ความเร้าใจในแบบสปอร์ตจริงๆ ไม่ใช่เล่นเกมจอยสติ๊ก

ถึงสุดท้ายต้องยอมรับว่า Chevrolet Sonic Hatchback   มี ดีในเรื่องต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการพุ่งเป้าที่ความสปอร์ตในการออกแบบ ที่ไม่มีใครให้มากขนาดนี้มาก่อนในกตลาดปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ ก็คือว่าสมรรถนะของมันยังมีข้อติดขัด ยิ่งเป็นรถที่เน้นการใช้งานในเมืองเป็นสำคัญ แต่ถึงเราอาจจะกล่าวแบบนั้นมันก็ยังน่าคบหาพอสมควร กับราคาที่สมน้ำสมเนื้อจากสมรรถนะการขับขี่

ผลการทดสอบ Chevrolet Sonic Hatchback

การทำงานของเครื่องยนต์

ที่ความเร็ว 80 ก.ม./ช.ม. เครื่องยนต์ทำงาน 2300 รอบต่อนาที

ที่ความเร็ว 90 ก.ม./ช.ม. เครื่องยนต์ทำงาน 2600 รอบต่อนาที

ที่ความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. เครื่องยนต์ทำงาน 2900 รอบต่อนาที

อัตราประหยัด ในเมือง11.8  ก.ม./ลิตร นอกเมือง 12-13 ก.ม./ลิตร

ความเร็วสูงสุดในระหว่างการทดสอบ 178 ก.ม./ช.ม.

ตารางคะแนนผลการทดสอบ  Chevrolet Sonic Hatchback   89 คะแนน

หัวข้อ คะแนน (หมวดละ 20คะแนน) ข้อเสนอแนะ -ติชม
การออกแบบภายนอก 19 เรือน ร่างที่สดใสในความสปอร์ตเป็นสิ่ง ที่โดดเด่นมากกว่าเจ้าอื่นในตลาด เรายอมรับว่าความกล้าในการฉีกแนวคืออะไรที่เรารู้สึกดีสุดๆใน Chevrolet Sonic  แต่บางอย่างก็มากไป โดยเฉพาะไฟหน้าที่มีซอกซอนต่างๆมากมาย ทำให้เมื่อใช้ไปนานๆ อาจจะเป็นที่จับของคราบไม่สะอาด หรืออาจจะสร่งความลำบากแก่เด็กล้างรถได้
ภายในห้องโดยสาร 18 การ ตบแต่งในห้องโดยสารโอเค เน้นในความดูดีและลงตัว รวมถึงวัสดุคุณภาพสมราคาขาย แต่ที่ไม่โอเค คือการให้สี โดยเฉพาะในรุ่น  LTZ  ซึ่งเน้นในสไตล์ทูโทน แต่สีส้มที่ตัดกลับดูแล้วแก่ไปหน่อย ซึ่งนี่ต้องยอมรับว่าเป็นรถวัยรุ่น และนั่นอาจจะข้อที่พลาดที่สุดของรถคันนี้ เพราะ ในรุ่นรองมันเป็นโทนสีดำ ซึ่งกลับดูดีกว่า
เครื่องยนต์ 17 เครื่อง ยนต์ 1.4 ลิตร 100 แรงม้า ฟังดูน้อยกว่าคู่แข่งพอตัว แต่สมรรถนะของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งมากนัก แต่ด้วยนิสัยที่วิ่งดีเมื่อล้อหมุนก็ทำให้อาจจะขัดใจหลายคน ยิ่งเมื่อมองดูอัตราประหยัดที่ไม่มากมายนัก มันก็ดูยังไม่ลงตัวเสียทีเดียว เมื่อนับว่ารถออกแบบมาให้ความสปอร์ตเต็มพิกัด
ระบบกันสะเทือนและสมรรถนะการขับขี่ 18 การ เซทระบบกันสะเทือนใน  sonic  ต้องขอชมเชยว่าทำได้อย่างลงตัวมากมาย เพราะ ทั้งในเมืองและนอกเมืองวางใจได้ แต่จะติดก็ตรงที่พวงมาลัย ที่แม้จะแกว่งซ้าย-ขวาแบบไว้ใจได้ แต่ในเมืองดูจะหนักมือไปหน่อยหนึ่ง
เทคโนโลยี 17 เจ้า จิ๋วคันนี้ไม่มีของเล่นหวือหว่า แต่ถ้ามองในแง่ของนวัตกรรมการออกแบบที่เน้นในการผนวกเข้าหากันระหว่างระบบ อนาล็อกและดิจิตอล แต่จะให้ดีหาของเล่นที่มีมากกว่าคอมพิวเตอร์ออนบอร์ดก็จะดีไม่น้อย
สรุป 89 Chevrolet Sonic  คือรถยนต์ที่มีดีในตัวหลายอย่างมากมายทั้งสมรรถนะ และการออกแบบที่ปรับปรุงและเน้นหนักในการโดนใจวัยรุ่น แต่ถึงแบบนั้นสำหรับเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร 100 แรงม้า ก็ยังดูไม่ลงตัวกับความสปอร์ต ซึ่งเราหวังว่า ในเร็วๆนี้ จะมีเวอร์ชั่นที่สปอร์ตกว่านี้ออกมา และถ้าให้ดี น่าจะเป็นเวอร์ชั่นเทอร์โบเหมือนที่ขายในอเมริกา ก็เข้าท่าไม่เบา

เรื่องและขับทดสอบโดย ณัฐยศ ชูบรรจง



ขอบคุณ รถยนต์ทดสอบ Chevrolet Sonic Hatch back จาก บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด



http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

เคล็ดลับทำให้ห้องสีขาวดูสะอาดตา

ww_2.jpgww_9.jpg

1. สำหรับห้องสีขาวที่ไม่อยากให้มีรอยเปรอะเปื้อน แนะนำให้เลือกใช้สีทาผนังชนิดที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ และมีสารต้านเชื้อราและแบคทีเรียด้วย
2. แม้จะเป็น ห้องสีขาว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่างเป็นสีขาวทั้งหมด เราสามารถเลือกใช้สีสันที่ดูสะอาดตาได้หลายเฉดสี เช่น ทาผนังด้วยสีขาวควันบุหรี่ หรือปูพื้นกระเบื้องสีครีมก็ได้ แนะนำให้เลือกใช้สีขาวเฉพาะส่วนที่ไม่เปื้อนง่ายอย่างฝ้าเพดาน หรือตู้ลอย
3. หากต้องการให้ห้องเป็นสีขาวนวลตา ควรเลือกใช้โคมไฟหรือไฟดาวน์ไลท์ที่ให้แสงแบบเดย์ไลท์ดูอบอุ่นสบายตา

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

ไอ้เล็กตัวร้าย MAZDA MX-5 GT

MX-5 รุ่นปกติอาจไม่สะใจ นี่คือ Roadster ตัวเจ็บของค่าย Zoom Zoom โมเต็มโดยทีมแข่งจากอังกฤษ ม้าทะลุ 200 ตัวกับชุดแต่งโชว์ความดิบ ผลิตในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นสำหรับซิ่งโดยเฉพาะ...
หลังคา แข็งแบบ พับเก็บได้ บนเรือนร่างสองแบบคือสปอร์ตจีทีและโรสเตอร์ทำให้ Mazda MX-5 NC ได้เปรียบ Toyota GT86 และ Subaru BRZ เล็กน้อย สภาพการควบคุมที่ดีจากไดนามิกของช่วงล่าง การวางตำแหน่งของเครื่องยนต์ เกียร์และโครงสร้างสัมพันธ์ควบคู่ไปกับสมรรถนะอันโดดเด่น การมาถึงของรุ่นปรับแต่งพิเศษ GT ส่งให้มันขึ้นสู่จุดสุดยอดของโรสเตอร์ขนาดเล็กที่มีราคาไม่เกินเอื้อมจนเกิน ไป แรงม้าจาก 158 ทะลุไปถึง 200 แรงม้าจากการปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญที่ทำแต่รถแข่ง เรี่ยวแรงจากเครื่อง 2.0 ลิตรแบบหายใจเอง (na) โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอัดอากาศ





การ ปรับแต่ง MX-5 รุ่นพิเศษคันนี้ กระทำโดยสำนัก JOTA Sport ซึ่งเคยโมรถรุ่นนี้ลงทำการแข่งขันมาหลายรายการในประเทศอังกฤษ ด้วยการนำเอารุ่น 2.0 ของ Mazda MX-5 โมเดล NC เริ่มจากเครื่องยนต์ถูกเปลี่ยนแคมชาร์ปและคันเร่งไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด ท่อทางของชุดระบายไอเสียดีไซน์ใหม่เพื่อให้มีความสอดคล้องกับกำลังที่เพิ่ม ขึ้นไปถึง 200 แรงม้า แรงบิดในช่วงกลางๆ ของรอบเครื่องยนต์ทำให้มันขับได้สนุกขึ้น เครื่องยนต์ที่ปรับจูนใหม่มีรอบการทำงานของแรงบิดจากต่ำไปสู่รอบกลางๆ ส่วนรอบปลายออกแนวไหลต่อเนื่องและไม่กระชากกระชั้นเท่าเครื่องติดเทอร์โบ ทั่วไป เครื่องยนต์สามารถขับแบบลากรอบไปยัน 7,800 รอบเพื่อความเร้าใจ แต่แรงบิดสูงสุดมาที่ 4,800 รอบต่อนาที ถือว่าเป็นย่านกลางๆ ของเครื่องยนต์ตามลักษณะของเครื่อง BP-ZE






ความ สูงของตัวถังถูกปรับลดลงอีก 35 มิลลิเมตร ระบบรองรับพวงคอยล์สปริงถูกเปลี่ยนให้มีค่าที่แข็งขึ้นไปอีก (ของเดิมก็แข็งอยู่แล้ว) ล้อและยางหน้ากว้างขนาด 18 นิ้ว เพิ่มการยึดเกาะสำหรับพวกชอบสาดโค้ง เหล็กกันโครงในห้องเครื่องมีขนาดโตขึ้น รวมถึงลูกยางต่างๆ ของช่วงล่างก็ยังถูกเปลี่ยนให้ใกล้เคียงกับรถ MX-5 ตัวแข่ง ระบบส่งกำลังแบบธรรมดานั้นดีอยู่แล้วเพราะ MX-5 มีเกียร์ที่ค่อนข้างกระชับฉับไวในการยัดเปลี่ยนเกียร์






แอร์ โรไดนามิกที่ดีขึ้นเล็กน้อยส่งผลให้มันเกาะถนนมากยิ่งขึ้น และวิ่งได้อย่างมั่นคงในทางตรงจากการทดสอบโดยสื่อรถยนต์ต่างประเทศ ตัวถังสีส้มกับโป่งซุ้มล้อและล้ออัลลอยลายซิ่งสีดำจะทำให้มันดูแตกต่างจาก MX-5 รุ่นปกติ มันเหมือนรถที่เด็กแนวเอาไปแต่งเองมากกว่าจะออกมาบนแนวทางของค่ายดัง สัดส่วนที่ดูเปลี่ยนไปคือท่อระบายหลังแบบแฝดที่ถูกย้ายจากด้านข้างมาไว้กึ่ง กลางสปอยหลัง สิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนมีเพียงสติกเกอร์ MX-5 GT สีส้มแปะติดอยู่ตรงบริเวณชายล่างสีดำของกาบบานประตู กับคาดที่ฝากระโปรงหน้าคล้ายรถแต่งแนวบ้านๆ





ห้อง โดยสารที่เรียบง่ายแบบสองที่นั่งของ MCX-5 NC มีการนำแผงลายคาร์บอนมาคาดคอนโซล นอกนั้นทุกอย่างยังคงเดิมทั้งหมด หน้าปัดมาตรวัดอันคุ้นเคยที่อ่านค่าได้ง่าย เบาะขนาดเล็กที่มีพนักพิงศีรษะอิงกับแนวทางของรถซิ่ง คันเกียร์อ้วนอวบสั้นม่อต้อ พวงมาลัยสามก้านของเดิมที่ขนาดใหญ่ไปนิด แป้นเปลี่ยนเกียร์ทรงโค้งถูกถอดออกเนื่องจากรุ่น GT มีเพียงชุดส่งกำลังแบบธรรมดาให้เลือกโดยไม่มีความสบายของรุ่นเกียร์ อัตโนมัติเพื่อความดิบและรสชาติความสะใจแบบสปอร์ตแท้ๆ ของการขับขี่ ในการนั่งยัดเกียร์ด้วยตัวของคนขับเองทั้งหมด

MAZDA MX-5 GT
Top speed...................................140mph (est)
0-62mph.....................................7.0 (est)
Economy....................................35mpg (est)

CO2...........................................190g/km (est)
Kerb weight..............................1,173kg Engine type..............................1,999 cc, 4cyl, petrol
Power.......................................200bhp at 6,500rpm Torque.......................................1,44lb ft at 4,800rpmGearbox....................................6 speed manual

แบไต๋ Datsun ใช้แพลทฟอร์เดียวกับ Lada

เป็นที่กล่าวขวัญมาตลอดทั้งปีที่ผ่านมากับการกลับมาของรถยนต์จากค่าย Nissan  ที่ ปลุกชีพชื่อเก่าดั้งเดิมในนาม Datsun หวังมาลงทำตลาดกลุ่มรถยนต์ราคาถุกที่กำลังมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากกว่านี้ และ แม้จะยังไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวใหม่ออกมา นอกจากประเด็นรถราคาที่ถูกมากๆ ราวๆ 2 แสนบาท ก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนเมื่อไม่นานมานี้จะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มมากยิ่งขึ้น

                รถยนต์จากค่าย Datsun  รุ่นใหม่ที่ยังไม่มีการระบุชื่ออย่างเป็นทางการ มีการระบุแล้วว่ามันอาจจะใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ เจ้ารถยนต์จากค่ายพันธมิตรในสังกัดของ  Renault - Nissan  ในนามว่า  Lada  โดยในช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา สำนักข่าว autonews  ภูมิภาคยุโรป ได้เปิดเผย โดยอ้างอิง คำให้สัมภาษณ์ของ นาย คอลลิน ดอร์ด รองประธานบริหาร ของ  Nissan  ที่ระบุว่า "ดัทสัน จะใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ  Lada Kalina"
                แม้จะมีการใช้แพลทฟอร์มเดียวกัน แต่ ดอร์ด ก็กล่าวต่อไปว่า ถึงเราจะใช้แพลทฟอร์ต่างในรถทั้ง 2 รุ่นในแบบเดียวกัน ตั้งแต่ระบบเบรก ระบบน้ำมัน ไปจนถึงกลไกต่าง แต่ในส่วนการออกแบบนั้นจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และจะไม่มีอะไรที่ทำให้รู้ได้เลย เมื่อนำรถทั้งสองรุ่นนี้จอดเคียงค้างกันและกัน
                สำหรับกำหนดการเผยรถยนต์รุ่นแรกของ Datsun ใหม่นั้น คาดว่าจะเป็นช่วงกลางปี 2014 โดยในช่วงก่อนหน้านี้ ประธานบริษัท คาร์ลอส โกส์น ได้เคยเปิดเผยว่า รถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทนั้นจะมีราคาเพียง 150,000 บาทเป็นราคาเริ่มต้นสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาด

แต่งห้องนอน ในคอนโดมิเนียม สไตล์ Retro

โดนเด่นด้วยสี

สีถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ การตกแต่งสไตล์เรโทร ซึ่งวิวัฒนาการของสีนั้นก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย เช่นหากเป็นการตกแต่งสไตล์เรโทรในยุค 50s จะตกแต่งด้วยสีที่อ่อน หรือที่เราเรียกว่าสีพาสเทล ไม่ว่าจะเป็นโทนสีฟ้าอ่อน สีเหลืองอ่อน สีขาว เป็นต้น แต่หากเป็นยุค70s ก็จะมีการเล่นสีที่ค่อนข้างฉูดฉาด รุนแรงมากขึ้น โดยเน้นสีเหลืองมะนาว สีเขียว สีส้มไปจนถึงน้ำตาลเข้มเลยทีเดียว

หากกล่าวถึงสไตล์การตกแต่งบ้าน หรือ คอนโด แบบเรโทร (Retro Style) ส่วนใหญ่ภาพแรกที่หลายๆ คนนึกถึงคงหนีไม่พ้นความเก่า ย้อนยุค วันนี้พวกเราก็มีการตกแต่งสไตล์นี้มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักว่าแท้จริงแล้วการตกแต่งสไตล์ Retro คืออะไร และมีความเป็นมาอย่างไร
เรโทร สไตล์ นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากในช่วงยุค 50′s 60′s และ 70′s มีความโดดเด่นในเรื่องของการตกแต่งที่ดูสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ซึ่งในแต่ละยุคนั้นก็จะมีองค์ประกอบของการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป แต่ถึงกระนั้นก็ตามกฎพื้นฐานหลักๆ ของการตกแต่งสไตล์นี้ก็ยังคงคุณสมบัติเฉพาะตัวเช่นเดิม ด้วยการออกแบบที่มีแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ และเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งการตกแต่งสไตล์ เรโทร นั้นจะมีจุดเด่นดังต่อไปนี้

งานศิลปะบนผนัง
นอกจากองค์ประกอบของ สี และเฟอร์นิเจอร์แล้ว การตกแต่งบ้านสไตล์เรโทรนี้จะเน้นลวดลายของวอลล์เปเปอร์ ที่นิยมใช้เส้นกราฟฟิก ลวดลายของดอกไม้ขนาดใหญ่ หรือลวดลายที่ทำให้มีเกิดความรู้สึกล่องลอยอยู่บนอวกาศ เนื่องจากช่วงนั้นนับเป็นยุคแรกๆ ที่มนุษย์สามารถไปเหยียบบนดวงจันทร์ได้
ของตกแต่งย้อนยุค

และ ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการตกแต่งสไตล์นี้ คือของตกแต่งย้อนยุค ซึ่งการหาของตกแต่งเพิ่มเติมของสไตล์นี้ให้คิดไปถึงของเล่นเก่าๆ อย่างเช่น โคมไฟรูปทรงเท่ๆ นาฬิกาดีไซน์เก๋แปลกตา ตุ๊กตาไม้เก่า หรือหมอนอิงลวดลายสีสันจัดจ้าน เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

ส่องรถใหม่ปี56"ตัวเลือกไม่เยอะ แต่น่าสน"

ปีนี้ ยังมีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัวเพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องแน่นอน แม้จะไม่มากมายนัก แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
กลายเป็นปีทองฝังเพชรไปเสียแล้ว สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2555 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทั้งนี้เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในปี 2555 ที่คาดว่าจะไปอยู่ที่ตัวเลข 1.4 ล้านคันอย่างแน่นอน ส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์อยู่ในภาวะพ้นอาการโคม่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ไปเรียบร้อยแล้ว
http://www.posttoday.com/media/content/2013/01/02/1AD5E9ACF4B14F6FA1E0BBC6712D6DEB.jpg
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ตลาดรถยนต์เมือง ไทยอยู่ในภาวะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นั้น ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ที่กระตุ้นความอยากซื้อรถของคนไทยอย่างมาก เพราะจากยอดแสดงการขอใช้สิทธิคืนภาษีสรรพสามิตสูงสุดไม่เกินคันละ 1 แสนบาทนั้น มียอดสูงถึง 1.25 ล้านคัน ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ฟีเวอร์อย่างมาก
และความร้อนแรงของตลาดรถยนต์ในปีที่ แล้ว ทำให้ค่ายรถยนต์บางค่าย ปรับเปลี่ยนแผนการผลิตรถยนต์เพื่อเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ไปเป็นในปีดังกล่าว เพื่อขอใช้สิทธิรถคันแรก อย่างฮอนด้า บรีโอ้ ซีดาน ที่ปรับแผนการเปิดตัวจากเดือนเม.ย. 2556 มาเป็นต้นเดือนธ.ค.2555 แทน
รวมถึง โตโยต้า วีออส ใหม่ ที่เปิดตัวด้วยแค่โบรชัวร์แผ่นเดียว แต่ก็ฉลุยใช้สิทธิรถคันแรกไปแบบค้านสายตาคนทั้งวงการ และจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีใครได้เห็นโฉมหน้า วีออส ใหม่ วิ่งบนท้องถนน แต่อย่างใด ซึ่งก็ต้องรอให้โตโยต้า เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค.ปีนี้ ถึงจะได้เห็นหน้าและส่งมอบรถได้อย่างถูกต้องจริงๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ยังมีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัวเพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องแน่นอน แม้จะไม่มากมายนัก แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆ เริ่มจาก โตโยต้า ค่ายยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ที่ต้องเปิดตัว โตโยต้า วีออส ใหม่ และโตโยต้า อีโคคาร์ ในเดือนต.ค.นี้ แน่นอน โดยอีโคคาร์ ของโตโยต้านั้น คาดว่าจะสามารถใช้น้ำมันอี 85 ได้ด้วย ส่วนรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ โฉมใหม่ ยังไม่เห็นหน้าเห็นตากัน คงต้องรอกันไปจนถึงปี 2557 ถึงจะได้เห็นกัน

ฮอนด้า แอคคอร์ด โฉมใหม่
ส่วน ฮอนด้า ใครที่เป็นแฟน ฮอนด้า แอคคอร์ด พลาดไม่ได้กับ ฮอนด้า แอคคอร์ด โฉมใหม่ ที่จะมาเปิดตัวเสียทีในช่วงต้นปีนี้ หลังจากเจอกับโรคเลื่อนมาแล้วถึง 1 ปี
ส่วนรถเล็กๆ อย่าง บรืโอ้ กับ อเมซ นั้น คงเป็นการขายในโฉมปัจจุบันอยู่เช่นเดิม
ด้าน นิสสัน ผู้นำตลาดในปัจจุบันอย่างนิสสัน เองก็น่าจะได้เวลาปรับโฉมนิสสัน มาร์ช เพื่อสร้างความคึกคักให้กับตัวผลิตภัณฑ์ และเปิดตัว นิสสัน พัลซาร์ รถ 5 ประตู รุ่นใหม่ มาแทนที่นิสสัน ทีด้า โดยใช้เครื่องยนต์เดียวกับ นิสสัน ซิลฟี คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 และ 1.8 ลิตร และนิสสัน เทียน่า ใหม่ น่าจะได้ฤกษ์เปิดตัวทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมรูปร่างหน้าตาที่โฉบเฉี่ยวขึ้น เครื่องยนต์รุ่นใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าน่าจะทำให้คู่แข่งเริ่มขยับตัว

นิสสัน เทียน่า ใหม่


นิสสัน พัลซาร์
ขณะที่ ฟอร์ด จะต้องเปิดตัว ฟอร์ด เฟียสต้า ไมเนอร์เชนจ์ เพื่อมากระตุ้นตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่สุดของ ฟอร์ด อีกครั้ง หลังจากที่หมดแคมเปญรถคันแรกไปแล้ว ซึ่งเฟียสต้า ไมเนอร์เชนจ์ นั้นดูดุดันไม่น้อยทีเดียว น่าจะถูกใจวัยรุ่นไม่น้อย และก็ต้องลุ้นกันหนักๆ ว่าฟอร์ด จะเปิดตัว Ford Eco Sport  ซึ่ง  Ford Eco Sport  นี้ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ไซส์เล็ก  ล้ออัลลอยขอบ  16  นิ้ว ที่น่าสนใจคือ เครื่องยนต์ของ Ford Eco Sport ที่จะใช้เครื่องยนต์ Ecoboost 1.0  ลิตร  ให้กำลังสูงสุด  118  แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 125 ปอนด์- ฟุต  และยังมีเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ Ti-VCT  ขนาด 1.5  ลิตร ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ลงทำตลาดในประเทศไทย

ฟอร์ด เฟียสต้า ไมเนอร์เชนจ์


ฟอร์ด อีโค สปอร์ต
ส่วนเพื่อนรักของฟอร์ด อย่างมาสด้า ไม่มีอะไรที่ร้อนแรงไปกว่า มาสด้า CX5 ที่จะเปิดตัวในช่วงเดือน ต.ค. หลังจากเจอโรคเลื่อนมาถึง 2 ปี ซึ่งมาสด้า CX5 นั้นมาพร้อมเทคโนโลยี สกายแอ็กทีฟ ซึ่งมาสด้าบอกว่าจะมีเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาขายด้วย ซึ่งจะได้ทั้งประหยัดน้ำมันและกำลังเครื่องยนต์ งานนี้ ฮอนด้า ซีอาร์วี มีสิทธิหลุดบัลลังก์แชมป์เหมือนกัน

มาสด้า ซีเอ็กซ์5
ขณะที่ซูซูกิ เองที่แม้จะไปได้สวยกับสวิฟต์ แต่คาดว่า ซูซูกิ จะเปิดตัวรถ  MPV  ซึ่งมีข่าวคราวกันมานานพอสมควร นั้นคือ ซูซูกิ   Ertiga  ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร มาโลดแล่นบนถนนเมืองไทย

ซูซุกิ Ertiga
เชฟโรเลต เองยังไม่น่าจะต้องทำอะไรกับโซนิค ที่เพิ่งเปิดตัวไปในปีนี้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ค่อนข้างสดใหม่ แต่จะมีสินค้าใหม่อย่าง เชฟโรเลต สปิน รถตู้ขนาดเล็กที่ผลิตในอินโดนีเซีย หวังจะเอามาดับความร้อนแรงของฮอนด้า ฟลีท ให้ได้ ซึ่งเครื่องยนต์ของเชฟโรเลต สปิน ก็น่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร

เชฟโรเลต สปิน
หันมาดูที่ตลาดรถยนต์หรูหราที่ปีนี้ที่น่าจับตาดูที่สุดคือ การที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จะเปิดตัวสุดยอดรถไฮบริด อย่าง E300 บลูเทค ไฮบริด ที่ถือเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) วาดหวังว่าจะเปิดตัวในกลางปีหน้า

อี300 บลูเทค ไฮบริด
จุดเด่นของเบนซ์ E300 บลูเทค ไฮบริด นั่นคือ เทคโนโลยีไฮบริดที่ใช้ควบคู่กับเครื่องยนต์ดีเซล ว่ากันว่าอัตราการสิ้นเปลืองของเจ้ารุ่นนี้อยู่ที่ 20 กม./ลิตร ส่วนค่าตัวอยู่ไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทันกับผู้นำเข้าอิสระที่จะเริ่มนำเข้ามาขายกันตั้งแต่ต้นปี หรือเปล่า
และต้องลุ้นว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะเปิดตัว S-Class โฉมใหม่ได้ทันปลายปีได้หรือเปล่า

วอลโว่ วี40
วอลโว่ ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายรถหรูที่ไม่ยอมให้บีเอ็มฯ และเบนซ์ ทำตลาดได้อย่างสบายใจ เพราะเตรียมจะเปิดตัว วอลโว่ V40 และ XC40 เพื่อมาชนกับบีเอ็มฯ ซีรีส์ 1 และเอ-คลาส เสียหน่อย แต่เชื่อได้ว่า วอลโว่ ราคาน่าสนกว่าแน่ๆ
เก็บตกสุดท้ายกับรถยนต์รุ่นพิเศษที่จะเข้ามาทำตลาดกันในช่วงปี 2556 เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นการรุกตลาดอย่างจริงจังของโรลส์-รอยซ์ ที่หลังเปิดตัวแฟนธอม ซีรีส์ 2 ไปแล้ว ในปีหน้าก็น่าจะเป็นคิวของรถในอนุพันธ์แฟนธอมอย่างคูเป้และดรอปเฮดที่น่าจะ เข้ามาในกลุ่มรถหรูในเครือเอเอเอสนั้น น่าจะเห็นการเปิดตัว ปอร์เช่ MACAN รถเอสยูวี ตัวเล็กน้องๆ ของปอร์เช่ คาเยนน์ และจากัวร์รุ่นใหม่ๆ อีกสักรุ่น ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือมากมายถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดรถหรูและซูเปอร์คาร์ ให้ต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

ปอร์เช่ MACAN
หรือหากต้องการรถยนต์ที่แปลกและแหวกแนวไปจากลูกค้าคนอื่นๆ ขับกับ ซูบารุ ที่เปลี่ยนชื่อบริษัทไปแล้ว และแน่นอนว่าในปีหน้าซูบารุจะบุกหนักกับ ซูบารุ XV ที่นำเข้ามาจากมาเลเซีย  

ซูบารุ XV

6 ร้านดัง ที่ขายของแต่งบ้าน สไตล์แอนทิค เรโทร

คุณเชื่อไหมคะว่าในกรุงเทพนี้มีร้านที่ขายของตกแต่งบ้านหรือ คอนโด สไตล์แอ นทิค เรโทร และสไตล์สแกนดิเนียเวียอยู่มากมาย หลายอาจจะเคยร้านมีร้านที่แวะไปช็อปเป็นประจำบ้าง วันนี้เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จัก 6 ร้านที่เราคัดสรรมาอย่างดีและขอการันตีว่าไปแล้วต้องได้ของแต่งบ้านกลับมา แน่นอน (จริงๆ นะ)



-ร้าน ที่ขึ้นว่าเป็นโกดังใหญ่ที่สุดในเอเซียจำหน่ายของแต่งบ้านตั้งแต่ ชิ้นเล็กไปจนชิ้นใหญ่บิ้กเบิ้ม อัดแน่นไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ละลานตาหลากชนิด พลาดไม่ได้ที่จะไม่รู้จักร้าน PAPAYA

-ไม่ เป็นสองรองใครกับโกดังเก่าสุดเท่ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์หลายสไตล์แอ นทิค เรโทร และสแกนดิเนียเวีย คับคั้งไปด้วยของแต่บ้านให้เลือกชมที่ร้าน Y 50
-กลิ่น อายของเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนียเวียยังคงเป็นที่นิยมเสมอ ร้าน Hawaii Hive O เป็นร้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบใหม่และเฟอร์นิเจอร์เก่ามาปรับแต่งให้ เก๋และเท่กว่าเดิมจนลูกค้าติดใจจนต้องรอคิวเป็นหางว่าว
-ถ้าคุณต้องการเก้าอี้หรือเฟอร์นิเจอร์สไตล์เรโทรหรือสแกนดิเนียเวียมา ตกแต่งบ้าน หรือ คอนโด ลองแวะมาเลือกหาที่ร้าน Mod X ดูสิคะ ที่นี่มีข้าวของให้เลือกหลากหลาย
-ไปถึงตลาดรถไฟ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ร้าน ROD เป็นร้านที่มีของแต่งบ้านสไตล์แอนทิคมากมาย ตั้งแต่ของเก่าหายากสมัยคุณปู่คุณย่าก็มี
-เป็น อีกร้านที่มีของตกแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์ อาจเป็นเพราะนำมาจากมาจากบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง มาเลยเซีย อินโดนีเซีย ของตกแต่งบ้านสไตล์บาหลีจึงดูเยอะผิดหูผิดตาที่ร้าน เรือนประดับ
-เห็น ไหมล่ะคะว่า 6 ร้านที่เราเลือกมาเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย จะมัวรอช้าอยู่ทำไม ว่างเมื่อไรรีบๆ ตระเวณหาของแต่งบ้านกันดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าของแต่งบ้านที่เราคัดสรรเองนั้นทำให้เราภาคภูมิใจอย่างไร