วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เวทีประกวดรถโบราณ อวดรถเก่ารุ่นสงครามโลก

Pic_349347

ขวัญ ชัย ปภัสร์พงษ์ และรัตนา อนันทนุพงศ์ จับมือกัน แนะนำงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 37 โดยมีนักสะสมคนดัง “วิรุฬห์ ปริวุฒิพงศ์” ร่วมด้วย.
รถ เก่ารถโบราณเป็นหนึ่งในของสะสมหา ยาก ที่ไม่เพียงสร้างคุณค่าทางใจแก่นักสะสม แต่ยังเป็นสมบัติชิ้นล้ำค่าที่ไม่อาจตีเป็นมูลค่าได้ และเพื่อเอาใจคนที่รักและเห็นในคุณค่าของรถโบราณ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศ ไทย จึงร่วมกับศูนย์ การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จัด งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่  37  ภายใต้แนวคิด “แรกรถ แรกรัก” (First Car, First Love) โดยนำรถโบราณ รถคลาสสิก และรถจักรยานโบราณ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ออกโชว์เพื่อให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจรถโบราณ


ขวัญ ชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยถึงการจัดงานประกวดรถโบราณว่า เป็นเวทีที่ต้องการให้คนรักรถ ที่บูรณะรถเก่ามาทั้งปีได้นำรถเก่ามาประกวด ซึ่งมีตั้งแต่รุ่นก่อนสงคราม หลังสงคราม และรถคลาสสิกที่ผลิตตั้งแต่ปี 1956 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการชุบชีวิตให้กับรถรุ่นเก่าๆที่ไม่มีการผลิตออกมาแล้ว และยังเป็นการอนุรักษ์รถโบราณให้คงอยู่ต่อไป โดยมีรถเด่นที่คนรักต้องไม่พลาดชมสำหรับงานนี้คือ ออสติน เซเว่น รุ่นทัวเรอร์ผลิตระหว่างปี 1929-1939 จำหน่ายให้กองทัพอังกฤษเป็นจำนวนมาก มีชื่อเรียกเล่นๆว่า “พแรม (Pram)” เนื่องจากขนาดเล็ก และรูปทรงคล้ายรถเข็นเด็ก รถคันนี้นายวิรุฬห์ ปริวุฒิพงศ์ ได้ให้อู่รถที่เชี่ยวชาญเรื่องรถโบราณบูรณะจนฟื้นคืนสภาพเดิมเหมือนเมื่อ 80 ปีก่อน นอกจากนี้รถ MG TB ผลิตเมื่อปี 1939 เป็นรถที่ผลิตได้เพียงไม่กี่เดือน ก็ต้องหยุดผลิตกะทันหัน เพราะอังกฤษเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เป็นรถทรงคุณค่าและหายาก เนื่องจากออกมาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประวัติศาสตร์โลก มียอดผลิตเพียง 379 คันเท่านั้น และ รถโฟล์คเต่า Volkswagen ผลิตในปี 1967 แบบเปิดประทุน เรียกตาหวานรุ่นสุดท้าย


งาน นี้ผู้บริหารใหญ่ฟิวเจอร์พาร์ค รัตนา อนันทนุพงศ์ ยังสั่งเนรมิตโซนจัดแสดงและประกวดรถให้มีความยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายสไตล์ยุโรปที่งดงามตระการตา เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยของรถโบราณ และสร้างสรรค์จุดดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจรถโบราณ คือจัดกิจกรรมถ่ายภาพกับรถโบราณ แล้วโพสต์ผ่าน Fanpage Futurepark Society งานนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 มิ.ย. ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต.


หลักฮวงจุ้ย การเลือกชั้นคอนโด


    นอกจากของตกแต่งห้องจะบอกถึงบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของแล้ว น่าจะดีกว่าหากได้เลือกสิ่งที่ชอบ แถมยังเป็นมงคลต่อชีวิตและที่พักอาศัยด้วย โดยเฉพาะคนขี้เหงาในเมือง ที่มักจะเลือกพักที่คอนโดฯ เสียส่วนใหญ่ หนึ่งในวิธีคลายเหงาของพวกเขาคือการหมดเวลาไปกับการเลือกของมาตกแต่งห้อง ซึ่งนับเป็นอีกวิธีที่สร้างความสุขได้ไม่น้อย

     แต่ก่อนที่จะเลือกของตกแต่งเพื่อเสริมมงคลให้ห้องนั้น มีคนสงสัยกันมากว่าฮวงจุ้ยระหว่างคอนโดฯ กับบ้านต่างกันหรือไม่ ขอบอกตรงนี้เลยว่าต่างกัน โดยจุดแตกต่างจะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก คือ ชัยภูมิที่ตั้งคอนโดฯ จะมีการแยกระดับชั้นอย่างเด่นชัด และมีการแบ่งแยกห้องเป็นส่วนตัวค่อนข้างเด็ดขาด ซึ่งคำถามที่ฮอตฮิตที่สุดก่อนซื้อคอนโดฯ ก็คือ อยู่ชั้นไหนจึงจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย และเป็นมงคลต่อชีวิตมาก

     ในการเลือกชั้นคอนโดฯ นั้น มีอยู่หลายแบบ ขึ้นกับการเลือกใช้ "ระบบฮวงจุ้ย" ว่าจะเลือกระบบใด ซึ่งสามารถมองในภาพรวมได้ 2 แบบ ใหญ่ๆ คือเลือกโดยการดูพลังของธรรมชาติภายนอกแบบโดยรวม หรือที่เรียกว่า ยุค เป็นหลัก และการเลือกโดยดูจากตัวบุคคล เช่นการใช้ ปีเกิด เป็นหลัก

     สำหรับหลักการเลือกชั้นคอนโดฯ ตามยุค ในหลักการของยุค ทั้ง 5 จะมีการแบ่งรอบปี 60 ปี หรือ 60 กะจื้อ ออกเป็น 5 กลุ่มธาตุ คือ ธาตุดิน ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ โดยช่วงปี พ.ศ. 2539-2550 จะจัดอยู่ในยุคธาตุไฟ

       ส่วนช่วงปี พ.ศ. 2551-2562 จะจัดอยู่ในยุคธาตุไม้ ซึ่งชั้นของอาคารที่รุ่งเรืองในช่วง พ.ศ. 2539-2550 ได้แก่ ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 0, 2, 5, 7 เช่น ชั้นที่ 2, 5, 7, 10, 12, 15, 17 เป็นต้น
       ส่วนชั้นของอาคารที่รุ่งเรืองในช่วง พ.ศ. 2551-2562 ได้แก่ ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 2, 3, 7, 8 เช่น ชั้นที่ 2, 3, 7, 8, 12, 13, 17, 18 เป็นต้น

     ส่วนหลักการเลือกชั้นคอนโดฯ ตามปีเกิดนั้น สามารถสังเกตได้ ดังนี้
     - ปีชวดคือธาตุน้ำ
     - ปีฉลูคือธาตุดิน
     - ปีขาลคือธาตุไม้
     - ปีเถาะคือธาตุไม้
     - ปีมะโรงคือธาตุดิน
     - ปีมะเส็งคือธาตุไฟ
     - ปีมะเมียคือธาตุไฟ
     - ปีมะแมคือธาตุดิน
     - ปีวอกคือธาตุทอง
     - ปีระกาคือธาตุทอง
     - ปีจอคือธาตุดิน
     - ปีกุนคือธาตุน้ำ
     โดยเลือกชั้นที่พลังธาตุเป็นธาตุเดียวกัน หรือมาช่วยส่งเสริมกัน โดยใช้หลักแห่งธาตุทั้งห้า หรือเบญจธาตุ โดยสามารถแบ่งได้เป็น
     ปีชวด ควรอยู่ชั้นที่ 1,6,4,9
     ปีฉลู ควรอยู่ชั้นที่ 2,7,5,10
     ปีขาล ควรอยู่ชั้นที่ 3,8,1,6
     ปีเถาะ ควรอยู่ชั้นที่ 3,8 1,6
     ปีมะโรงควรอยู่ชั้นที่ 2,7,5,10
     ปีมะเส็ง ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 3, 8
     ปีมะเมีย ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 3, 8
     ปีมะแม ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 5, 10
     ปีวอก ควรอยู่ชั้นที่ 5, 10, 4, 9
     ปีระกา ควรอยู่ชั้นที่ 5, 10, 4, 9
     ปีจอ ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 5, 10
     ปีกุน ควรอยู่ชั้นที่ 4, 9, 1, 6 ทั้งนี้ เลขชั้นดังกล่าว หมายถึงเลขลงท้ายของแต่ละชั้น อาทิ เลข 1 หมายถึง ชั้นที่ 1, 21, 31, 41

     ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของการเลือกของมาตกแต่งห้องให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยกัน บ้าง โดยลองหาภาพวาด หรือลวดลายพื้นกระเบื้อง หรือผ้าม่านที่เป็นรูป "ดอกไม้" เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งจะส่งผลให้ชีวิตเบ่งบาน สำราญใจ ด้วยมีสีสันเข้ามาประดับเส้นทางชีวิตให้สดใสนั่นเอง

     รูป "ระลอกน้ำ" จะนำพามาซึ่งความสบายใจ ส่งผลให้ไม่ว่าเจ้าของห้องจะเจอะเจอเรื่องใดมาก็ตาม หากได้เห็น ภาพนี้แล้วจะรู้สึกใจเย็นขึ้น มีสติ คิดรอบคอบ ซึ่งจะส่งผลดีต่อชีวิตในระยะยาว

     ส่วนรูป "เหรียญทอง" จะนำพามาซึ่งชัยชนะ การไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ หรืออาจหา "ปลาทอง" มาเลี้ยงในตู้กระจก หรือโถแก้ว เพื่อเรียกโชคลาภ เงินทอง เพื่อความร่ำรวย มีกินมีใช้ตลอดไป ไม่ตกอับยากจน รวมทั้ง "ฮก ลก ซิ่ว" อันเป็นมงคลยิ่ง ควรตั้งไว้บนชั้นในห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น เพื่อเสริมบารมีชีวิต

     พูดถึงห้องนั่งเล่นก็อดจะกล่าวถึงลักษณะทางฮวงจุ้ยที่ดีของการตกแต่งห้อง นั่งเล่นไม่ได้ โดยหลักคร่าวๆ ก็คือ ควรเลือกโทนสีการตกแต่งให้เป็นโทนสีที่สมาชิกภายในครอบครัวชอบ เพราะสีสันถือเป็นพลังงานที่มีผลกระทบกับผู้อยู่อาศัยน้อยกว่ากระแสอากาศมาก หากเลือกสีสันที่ชอบจะเป็นผลดีในเชิงจิตใจมากกว่า ทั้งนี้ ยังสามารถตกแต่งห้องนั่งเล่นให้เน้นความสัมพันธ์ประจำปีได้ โดยในปี พ.ศ. 2551 นี้ อยู่ที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรนำต้นไม้ที่มีใบชนิดแช่น้ำไปตั้งอยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

     เมื่อทราบถึงของแต่งห้องอันเป็นมงคลต่อชีวิตแล้ว ก็อยากให้ทราบถึงของที่ไม่ควรนำมาแต่งห้อง ได้แก่ ภาพวาด หรือลวดลายพื้นกระเบื้อง ผ้าม่านหรือพรมที่เป็นรูป "งู" เพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาต ซึ่งส่งผลให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์

     ส่วนคนที่ชื่นชอบ "นาฬิกาทราย" ชอบได้ แต่อย่านำมาไว้ที่ห้องจะดีกว่า เพราะนาฬิกาทรายจะมีลักษณะของการไหลเวียนอยู่เรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นต้องเผชิญกับการงาน หน้าที่ต่างๆ รวมทั้งภารกิจอันหนักอึ้ง ทำให้เหนื่อยและต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างสุขสบายเลย

     หากใครชอบแก้บนด้วย "ม้าลาย" ก็ให้ใช้เฉพาะกับการแก้บน หรือทำอย่างอื่น แต่ไม่ควรนำมาแต่งห้อง เพราะจะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยและคนร่วมห้องมีแต่เรื่องแตกแยกกัน และจะไม่มีโชคลาภเข้ามาหาเลย

     ของตกแต่งห้องที่เป็นรูป "จระเข้" ก็เช่นกัน เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ซึ่งจะทำให้อับโชค และมีคนคอยคิดมุ่งร้ายต่อคุณและคนในครอบครัว

     สุดท้ายคือของแต่งห้องรูป "หนู" ไม่ควรนำมาแต่งห้อง เพราะมีความหมายไม่เป็นมงคลเช่นกัน เนื่องจากจะทำให้ถูกหักหลัง หรือถูกหลอกลวงจากคนนอกที่อาจมาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์เอาเปรียบได้ง่าย

     แนะนำกันพอสังเขป สำหรับในชีวิตจริงไม่ว่าจะอาศัยอยู่ชั้นใดของคอนโดฯ ก็ตาม หากปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว สิ่งไม่ดีทั้งหลายจะแพ้ไปเอง พึงระวังการนำของตกแต่งที่ไม่ดีออกไป เพื่อมงคลแก่ชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการทำความดีคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะต่อให้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยแค่ไหน แต่ถ้าในแต่ละวันปล่อยจิต ละเลยใจ ชีวิตก็จะพบแต่ความยุ่งเหยิง

http://www.thaihomeonline.com/images/120x120.gif

บ้านมือสอง ขายบ้าน

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ไขปัญหา อะไหล่ แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม



ว่าด้วยเรื่องรถ และอะไหล่ซึ่งเป็นของคู่กัน มีรถก็ ย่อมต้องมีอะไหล่ เพราะรถราใช้ไปทุกวี่ทุกวัน ก็ย่อมต้องมีเสื่อมมีพังเป็นธรรมดา

แต่ ปัญหามีอยู่ว่าเมื่อถึงเวลา ที่ต้องเลือกอะไหล่ให้กับรถคู่ใจของเรา มันมีทั้ง แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม อ๊ะ! แล้วแบบนี้จะรู้ได้ยังไง เลือกแบบไหนล่ะถึงจะดี เรื่องนี้คนใช้รถอย่างเราๆ ควรต้องรู้ไว้ เพื่อไขข้อข้องใจ ที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงโดนหลอกให้เสียตังค์ เสียความรู้สึกในภายหลัง จะดีเป็นที่สุด

อะไหล่ แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม คืออะไร ดูยังไง?
1.อะไหล่แท้ คือ อะไหล่จากบริษัทรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ คุณภาพก็จะเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท ส่วนมากจะมีราคาสูง ซึ่งก็ให้ความมั่นใจในด้านของคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน
2.อะไหล่เทียบ คือ อะไหล่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้กับรถยนต์หลายยี่ห้อ เช่น ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์หัวฉีด (ปั๊มติ๊กในถัง) ของรถญี่ปุ่น และรถเกาหลีส่วนใหญ่จะมีลักษณะและขนาดเท่ากันทำให้ใช้แทนกันได้ แต่อะไหล่แท้บางยี่ห้อแพง เราก็สามารถเลือกยี่ห้อถูกกว่ามาใช้แทนได้ คุณภาพก็จัดอยู่ในระดับอะไหล่แท้

3.อะไหล่เทียม
คือ อะไหล่ที่ผลิตโดยโรงงานผลิตอะไหล่ออกมาขายในยี่ห้อของตนเอง ระดับคุณภาพจะมีทั้งคุณภาพต่ำ คุณภาพเทียบเท่าอะไหล่แท้ และคุณภาพสูงกว่าอะไหล่แท้ อะไหล่เหล่านี้บางส่วนจะผลิตโดยโรงงานที่เป็น หรือเคยเป็นผู้ผลิตอะไหล่ส่งให้แก่บริษัทรถยนต์ สินค้าเหล่านี้จะเป็นสินค้าตัวเดียวกับอะไหล่แท้เลยทีเดียว แต่เมื่อโรงงานเอาออกมาขายอาจจะต้องลบตราแท้บนสินค้านั้นๆ ออก ตัวอย่างเช่นชุดแม่ปั๊มเบรก-คลัทช์ สำหรับรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อ SEIKEN หรือพวกหวีคลัทช์-ผ้าคลัทช์รถญี่ปุ่นจะมี 2 ยี่ห้อหลักคือ AISIN กับ DAIKIN หรือ EXEDY ยี่ห้อเหล่านี้เป็นอะไหล่แท้ OEM หลายรุ่นราคาห่างจากอะไหล่แท้กันเป็นเท่าตัว สินค้าแบบนี้ส่วนใหญ่จะขายในราคาต่ำกว่าอะไหล่แท้เนื่องจากไม่ต้องผ่านการ บวกกำไรอีกทอดหนึ่งโดยบริษัทรถยนต์

อะไหล่ บางส่วนผลิตโดยโรงงานที่ ไม่ได้เป็นผู้ผลิตอะไหล่ส่งให้แก่บริษัทรถยนต์ คือสินค้าอัพเกรดต่างๆ เช่น ช็อคอับ คอยล์สปริง ผ้าเบรก เป็นต้น สินค้าเหล่านี้ส่วนมากมีคุณภาพและราคาสูงกว่าอะไหล่แท้

อะไหล่เทียมบางส่วนวางระดับสินค้าอยู่ในระดับต่ำด้วยข้อจำกัดเรื่องราคาและเทคโนโลยีทำให้คุณภาพก็จะต่ำกว่าอะไหล่แท้

4. อะไหล่ปลอม ผลิตโดยโรงงานเล็กๆ ที่ขาดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ จึงใช้วิธีปลอมสินค้าที่ติดตลาดได้รับการยอบรับจากลูกค้า อะไหล่ปลอมจะมีทั้งการเลียบแบบอะไหล่แท้ และอะไหล่ทดแทนยี่ห้อดังๆ เช่น ไส้กรองต่างๆ กลุ่มลูกหมากช่วงล่างรถญี่ปุ่น ที่พบบ่อยจะเป็นยี่ห้อ 555 หรือผ้าดิสเบรก AKEBONO เป็นต้น

ข้อแนะนำในการเลือกอะไหล่รถยนต์
อะไหล่ ที่เกี่ยวกับ ภายในเครื่องยนต์และคุณภาพของมันมีผลต่อความเสียหายอื่นๆ เช่น สายพานไทมิ่งนี่แนะนำให้ใช้อะไหล่แท้ เพราะสายพานไทมิ่งแท้โดยเฉพาะรถญี่ปุ่น สเป็คของมันจะต่างจากสายพานไทมิ่ง OEM แม้ว่าจะผลิตมาจากโรงานเดียวกัน ทางโรงงานก็ยังระบุระยะเวลารับประกันไม่เท่าอะไหล่แท้ ประมาณ 5-80,000 กม.เท่านั้น ส่วนรอกตั้งสายพานไทมิ่งเลือกใช้ยี่ห้อที่คุ้นหู เช่น รถญี่ปุ่นจะใช้ยี่ห้อ NSK KOYO NTN เป็นหลัก ส่วนรถยุโรปจะเป็น SKF FAG TIMKEN เป็นต้น รอกยี่ห้อเหล่านี้คุณภาพมาตรฐานเท่าแท้ ใช้อะไหล่ตามนี้จะได้คุณภาพเท่าอะไหล่แท้ศูนย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด



ระบบขับเคลื่อน
เช่น ผ้าคลัทช์ หวีคลัทช์ รถญี่ปุ่นเลือกใช้ยี่ห้อ AISIN หรือ DAIKIN ราคาชุดคลัทช์แท้ของรถกระบะประมาณ 5,500-6,500 บาทแล้วแต่รุ่น และยี่ห้อ ถ้าเลือกยี่ห้อ AISIN หรือ DAIKIN ราคาอะไหล่ทั้งชุดพร้อมลูกปืนคลัทช์+ลูกปืนฟลายวิลล์สำหรับรถกระบะเครื่อง 2.5 ลิตร ราคาไม่เกิน 3 พันบาท ถ้าเป็นรถยุโรป ชุดยกคลัทช์จะเป็นยี่ห้อ SACHS หรือ LUK ราคาชุดละ 4-5 พันบาท ถ้าเป็นอะไหล่แท้ก็บวกขึ้นไปอีก 40-50 % ตามคุณภาพมาตรฐานของยี่ห้อนั้นๆ

ส่วนอะไหล่ช่วงล่าง รถ ญี่ปุ่น พวกลูกหมากก็สามารถใช้ยี่ห้อ 555 แท้ได้ หากเป็นรถยุโรปก็พิจารณายี่ห้อ TRW หรือ LEMFORDER คุณภาพใกล้เคียงอะไหล่แท้ แต่ราคาประหยัดกว่า
โช้คอัพ แนะ นำว่าไม่ จำเป็นต้องใช้โช้คอัพแท้ เพราะเป็นอะไหล่ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบภายในของรถ อีกอย่าง คุณภาพของอะไหล่ก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนจะเลือกอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเรื่องสมรรถนะและงบประมาณ และโช้คอัพในตลาดก็มีให้เลือกเยอะมาก ของดีราคาประหยัดจึงหาได้ไม่ยากนัก


ผ้าเบรก
ถ้า คุณรู้ตัว ว่าเป็นคนขับรถเร็ว มีโอกาสได้ใช้เบรกที่ความเร็วสูงบ่อยๆ ผ้าเบรกแท้ย่อมไม่สามารถตอบสนองการใช้งานแบบนี้ได้ ดังนั้นคุณจึงต้องเลือกใช้ผ้าเบรกเกรดเฮฟวี่ดิวตี้เพิ่อคุณสมบัติการทนความ ร้อนที่สูงขึ้น เป็นต้น

อะไหล่ มีหลายประเภท หลายยี่ห้อมากมายให้เลือกสรร การเลือกใช้อะไหล่เกรดไหน ยี่ห้อใด ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลว่ามีงบประมาณและต้องการคุณภาพ มาก-น้อยแค่ไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการได้อะไหล่คุณภาพดีในงบประมาณที่ประหยัดที่สุดก็ดู เหมือนจะเป็นความต้องการสูงสุดของผู้ใช้รถทั้งหลาย ดังนั้นรู้จักความแตกต่าง และข้อดี-ข้อเสียของอะไหล่แต่ละประเภทแล้วก็อย่าลืม หยิบไปคิดพิจารณา ก่อนการซื้อหาอะไหล่ มันช่วยคุณได้จริงๆ นะ




http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

ยั่วใจ! Mazda 2 โฉมใหม่หรือนี่


หลุด ออกมาแล้ว Mazda2 โฉมใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวจริง และพร้อมวางจำหน่ายในช่วงปี 2014 โดยล่าสุดทางค่ายมาสด้าแจ้งว่า ซับคอมแพกต์ตัวชูธงของค่ายนี้  จะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี "สกายแอคทีฟ" (SKYACTIV) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของ Mazda CX-5 ด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้ Mazda ประกาศว่ามีแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทุกรุ่นให้มีวงจร 4 ปี/รุ่น
สำหรับโฉมเต็มของ Mazda2 ตัวใหม่จะสวยสะดุดตาสักแค่ไหน อดใจรอกันอีกไม่นาน Sanook! Auto จะรายงานให้ทราบเป็นระยะ

เคล็ดลับควรรู้ ทำให้บ้านเย็น

http://www.banidea.com/wp-content/uploads/2011/10/home-banidea-002.jpg

สภาพอากาศที่ทวีคูณความร้อนขึ้นทุกวัน จึงขอแนะนำเคล็ดลับดีๆ ที่เจ้าของบ้านหลาย ท่านอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อเตรียมรับมือกับอากาศร้อน ด้วยวิธีที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ในระยะยาว

- ศึกษาทิศแดดทางลม สำหรับเจ้าของบ้านสร้างใหม่

ก่อน สร้างบ้านควรศึกษาเรื่องทิศทาง และวางผังบ้านให้ตรงกับหลักการ โดยบริเวณหน้าบ้าน ห้องรับแขก หรือห้องนอน ไม่ควรหันหน้าไปในทิศตะวันตก เพราะจะทำให้พื้นที่นั้นรับแดดตลอดช่วงบ่าย และวนเวียนอยู่ภายในจนถึงกลางคืนทำให้บ้านร้อน
ถ้าเป็นไปได้ควรหันหน้า บ้านไป ทางทิศใต้ จะสามารถรับลมได้ดีถึง 8 เดือน ในช่วงเดือน ก.พ.-ต.ค. ส่วนทิศเหนือจะรับลมได้เพียง 3 เดือนที่เหลือเท่านั้น และควรทำหน้าต่างแบบบานเปิด ซึ่งสามารถรับลมได้มากกว่า

- เลือกใช้วัสดุที่ช่วยป้องกันและสะท้อนความร้อนได้จริง

70%ของ ความร้อนภายในบ้านมาจากหลังคา ดังนั้นจึงไม่ควรเสียดายเงินในการวางระบบและเลือกซื้อวัสดุที่ดีที่จะช่วย ป้องกันความร้อนที่ไหลมาทางหลังคา บ้านใหม่ควรให้ความสำคัญกับการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคาป้องกัน ความร้อนที่สามารถติดตั้งได้ในบ้านสร้างใหม่เท่านั้น ส่วนบ้านเก่าสามารถป้องกันความร้อนจากหลังคาด้วยการปูฉนวนกันความร้อนบนฝ้า เพดาน

ข้อแนะนำสำคัญคือ หลังคาทรงจั่วจะสามารถระบายความร้อนได้ดีกว่าหลังคาทรงแบน หรือหลังคาดาดฟ้า ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

- จัดสวน แต่งระแนงไม้ ช่วยให้เย็นกายเย็นใจ

นอก จากการปรับที่เกี่ยวกับโครงสร้างที่ตัวบ้านแล้ว เจ้าของบ้านยังสามารถปรับบริเวณภายนอกบ้าน ด้วยการต่อไม้ระแนงขึ้นจากรั้วในทิศที่แดดส่อง หรือปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังช่วยสร้างร่มเงาตกกระทบ และช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน

- ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียมก็เย็นได้

คุณ สามารถลดดีกรีความร้อนให้ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม หรืออพาร์ตเมนต์ได้ ด้วยการป้องกันความร้อนที่มาจากหลังคา ด้วยการปูฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ในกรณีที่ต้องการป้องกันความร้อนจากด้านข้างสามารถเสริมฉนวนกันความร้อนได้ บริเวณผนังห้อง ด้วยระบบผนังเบาที่ทำเสริมผนังเดิมออกมา

สิ่ง สำคัญ ที่ไม่ควรลืมนอกจากจะลดอุณหภูมิให้แก่บ้านแล้ว ควรคำนึงถึงการช่วยลดอุณหภูมิให้แก่โลกของเราด้วย เพียงเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเคล็ดลับเหล่านี้เป็นวิธีที่สามารถทำได้ไม่ยาก

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

BMW 320i Luxury line หรูครบเครื่องสมรรถนะ

รถยนต์หรูจากยุโรปในแดนเยอรมันชื่อค่ายรถยนต์ที่หลายอาจจะโดนใจคงไม่มีใครที่มากไปกว่าค่ายรถยนต์  BMW   
โดยเฉพาะรถยนต์คอมแพ็คคาร์  BMW Series 3 อีกเจ้าตำนานคอมแพ็คคาร์ ที่ครองใจคนทั่วโลกที่เมื่อปีกลายเพิ่งส่งเวอร์ชั่นใหม่ออกมาทำตลาดกัน
                การเข้ามาทำตลาดในไทยของ  New! BMW Series 3 ใหม่ ถือว่ามาเร็วเกินคาดมากกว่าที่คิดหลังจากที่รถยนต์รุ่นเก่าทำตลาดมาได้ไม่ นาน และการมาของรุ่นใหม่ก้ทำให้หลายคนสนใจ โดยเฉพาะการพัฒนาที่มากขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงการออกแบบที่หรูหรา


                ราคาที่เคาะขายที่ 2.67 ล้านบาท น่าจะทำให้หลายคนสนใจ ยิ่ง BMW Series 3 รุ่นใหม่ ยังมาพร้อมการออกแบบที่เน้นหนักในเรื่องความหรูหราที่ไม่ได้ดุแก่ มิหนำซ้ำตัวรถยังให้ความเป็นปัจเจกมากยิ่งขึ้นตามความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำเสนอตัวตน ใน 3 แบบ ได้แก้ Sport Line  -ตัวตนความสปอร์ต , Modernline - ตัวตนในความทันสมัย และ ท้ายสุด Luxury line  ตัวตนความหรู อย่างคันที่เรานำมาทดสอบในครั้งนี้

                หน้าตา BMW Series 3 ใหม่ ถือว่าออกแบบมาได้อย่างลงตัว เส้นสายการออกแบบโดยรวมเน้นที่ความทันสมัยและสปอร์ตพร้อมกัน คลุกเคล้าความหรู และที่ขาดไม่ได้คือเอกลักษณ์กระจังหน้าไตคู่ ที่สิบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
                ด้านข้างได้รับเส้นสายความทันสมัยและดูหรูคล้ายรุ่นพี่ใน Series 5 ที่เปิดตัวออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่บั้นท้ายค่อนข้างจะคล้ายกันในเรื่องความหรูหรา ส่วนในเวอร์ชั่น Luxury line  เน้นการตบแต่งด้วยรายละเอียดโครเมี่ยมมากขึ้น ทำให้รถดุดีมากกว่าที่มันควรจะเป็น
                ในห้องโดยสาร  BMW 320i Luxury line  มาพร้อมการตบแต่งที่เน้นในเรื่องการออกแบบที่เน้นความหรูตามชื่อของรุ่น ความหรูหราทั้งหมด ถูกอัดแน่นในห้องโดยสารจนคุณสามารถรู้สึกได้ตั้งแต่การออกแบบ ที่ใช้สีดำ กับเบาะหนังสีชานม ออกโทนน้ำตาลแดงทีไม่ว่าใครก็อาจจะรู้สึกว่ามันดี  เมื่อปรับเบาะหย่อนตัวลงนั่งต้องยอมรับว่าออกแบบมาได้อย่างดี ช่วยให้ง่ายด้วยการปรับนั่งไฟฟ้า
                ตรงหน้ามาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังชั่นที่ให้ออพชั่นต่างๆหยิบจับง่าย หน้าปัดให้ความสปอร์ตลงตัวดูดีชัดเจน เหมาะกับคนแก่ด้วยตัวเลขที่มีขนาดใหญ่ พอสมควร

                ตรงกลางคอนโซลหน้ามาพร้อมหน้าจอบอกสถานะต่าง ช่วยให้คุณมีข้อมูลมากมายในการขับขี่ เพิ่มความลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟังชั่น connected Drive  ที่ให้ในการเชื่อต่อ แถมคุณยังสามารถเชื่อกับ สังคมออนไลน์ได้ทันที แต่การจะทำได้นั้นคุณอาจจะต้องฝึกกระดิกนิ้วกับ controller   ที่อยู่ตรงกลางด้านล่างข้างคันเกียร์  ซึ่งก็ใช้งานง่ายพอตัว แต่อย่างที่บอกคุณจะต้องฝึกฝนกันเสียหน่อย

                เบาะนั่งตอนหลังแอบลองไปนั่งพบว่ามันให้ความสบายมากพอสมควร แม้เบาะนั่งนี้จะอยู่ในรถยนต์คอมแพ็คคาร์แต่ก็เป็นเบาะนั่งที่มีความสบาย อย่างมาก จนเรียกว่า ไม่แพ้ตัวหรูที่เราคุ้นเคยกัน ดี เช่นเดียวกันคนตัวใหญ่ก็ยังมีพื้นที่เหนือหัวละวางขา อีกถมเถ
                การออกแบบภายนอกและภายในที่ลงตัว มันก็ย่อมต้องลงตัวด้วยขุมพลังที่ทรงสมรรถนะ และใน BMW 320i luxury  line  ใหม่นี้ก็มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จ คู่ ด้วยเทคโนโลยี  BMW Twinpower  Turbo  ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม
 ขุม พลังบล็อกนี้ตอบโจทย์ด้วยกำลังสูง สุด 184 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ออกแบบให้ตอบสนองในแบบระนาบ ตั้งแต่ 1,250-4,500 รอบต่อนาที ตอบโจทย์ในเรื่องการขับขี่ที่ดูมีสรรถนะ เหนือชั้นด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบสนองการขับขี่ที่ไม่ว่าใครก็ต้องสนใจ


ตามราย ละเอียดทางเทคนิคแล้ว  BMW  เคลมอัตราเร่ง  BMW 320i 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลาเพียง 7.3 วินาที ถือว่าค่อนข้างรวดเร็วทันใจเกินคาด ใกล้เคียงรถสปอร์ตบางรุ่นเสียด้วยซ้ำ
เมื่อ เราขับขี่ BMW 320i  ออกมาบนเส้นทางเดินทางมุ่งหน้าไปยังระยอง เพื่อลองการขับขี่ในภาพรวมของ  BMW 320i Luxury line  สิ่งแรกที่น่าประทับใจนั้นก็ไม่พ้น เครื่องยนต์ที่ไม่ว่าใครก็ต้องโดนอย่างแน่นอน
อย่าง ที่พูดถึงเครื่องยนต์ไปแล้วใน เรื่องของพละกำลังต่างๆ นานา เราก็ต้องยอมรับว่ามันมีการตอบสนองที่ดีค่อนข้างมาก ยิ่งในช่วงการขับขี่ในเมืองเรือนร่างสปอร์ตหรูๆ ใครจะคิดว่ามันดิบดุเกินคาดกว่าที่คิด คุณสามรถปั้นคันเร่งทำ 0-100 เล่นๆ อวดสาวข้างทางก็ได้ ถ้าต้องการ หรือจะขับเอาหล่อไปเนิบๆแบบผู้ดีก็ได้ถ้าต้องการ เรียกว่าเป็นรถที่ได้หลายอารมณ์ตั้งแต่ที่ยังไม่ต้องปรับบุคคลิก
แม้ว่า คุณน่าจะรู้สึกดีในการขับขี่เจ้า  BMW Series 3  ใหม่ ไปตามถนนในเมือง และถึงในโบว์ชัวร์จะบอกว่า คุณสามารถสร้างอัตราประหยัดสูงสุดได้ถึง 12.5 กิดลเมตร / ลิตร แต่จากการขับขี่ของเราในเมืองก็พบว่าสมรรถนะที่เลอเลิศต้องแรกมาด้วยน้ำมัน ระดับ 8.9 ก.ม./ลิตร ในสภาพรถติดสุดติ่ง แต่แน่นอนว่า  มันมีตัวช่วยกับระบบการขับขี่ที่ปรับให้โดนใจตามต้องการ
เมือ พูดถึงโหมดการขับขี่ นั่นคือส่งที่ BMW series 3  ใหม่ ต้องการนำเสนอ โดยมาพร้อมกับการออกแบบรถให้ตอบสอนงตามความต้องการในสภาวการณ์ขับขี่ประกอบ ด้วย  Eco Pro,comfort,Sport  และ  Sport + ที่ให้ตอบโจทย์ตามความต้องการ ซึ่งตลอดการเดินทางเราทำตัวเลขในเมืองที่ 8.9 ด้วยสภาพรถติดและอยู่ในโหมด  comfort   ซึ่งเป็นตัวเลือกปกติของรถ จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ว่า ถ้าคุณขับด้วยโหมด  Eco Pro  อาจจะพบว่ามันตอบความประหยัดมากกว่านี้ก็เป็นไปได้

เมื่อ ออกนอกเมือง ถนนเริ่มว่างทำให้เราเริ่มมีโอกาส ทำความรู้จักเจ้า  BMW 320i luxury  มากขึ้น เครื่องยนต์2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติมากถึง 8 สปีด น่าจะเป็นที่ถูกใจของใครหลายคน

การขับ ขี่ของเรายังคงที่โหมด Comfort  เอเน้นความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ในโหมดนี้ ตัวตนของรถจะได้ฟีลลิ่งความหรูหราล้วนๆ  ทั้งช่วงล่างที่นุ่มนวล ด้วยการเซทติ้งแบบเฉพาะที่เป็นเอกสิทธิ์ในการทำรถ ยิ่งเมื่อได้เรือนร่างที่ดูดีขึ้นแต่เบากว่าเดิมถึง 45 ก.ก. แถมด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่ยังคงอยู่ ก็ยิ่งทำให้มันเป็นรถที่มีความเป็นตัวตนในสไตล์ที่คล่องตัว และมั่นใจได้เสมอ
พวง มาลัยเองอาจจะหนักแน่นในสไตล์รถหรู แต่เมื่อควงไปมาในโค้งก็จะพบว่ามันมีความคล่องตัวและเฉียบแต่ยังไม่คมแบบ สปอร์ตอย่างที่คิด ทว่าด้วยความเป็นตัวตนทางด้านความหรูหรา ลองคิดดูว่าเจ้าสาม สามารถพาคุณซิ่งตวัดผ่านโค้งที่ความเร็ว 150-160 ก.ม./ชม. จนคนที่มาแอบแซวคุณบนถนนมีเหวอ มันคงจะสะใจใช่ไหมล่ะ


ด้าน เครื่องยนต์เองก็ทำหน้าที่ได้ดีจน น่าประทับใจ ที่จริงเกียร์ 8 สปีด ย่อมมีประโยชน์อย่างมากต่อการที่มันให้อัตราประหยัด และมันก็ดูจะเป็นเช่นนั้น เมื่อเราลองดูหน้าปัดพบที่ความเร็ว 90 ก.ม./ช.ม. คุณได้รอบเครื่องยนต์ 1600 รอบ และเพียงเพิ่มความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. คุณก็ได้รอบเครื่องยนต์ 1700 รอบต่อนาที  ซึ่งนั้นหมายถึงในช่วงความเร็วเดินทางที่มนุษย์เขาใช้กันคุณอาจจะฟัดได้ถึง 150 ก.ม./ช.ม. อย่างไม่ต้องสงสัย

หลัง ขับชิวมาพักใหญ่ ในที่สุดก็ได้เวลาลองโหมดต่างๆ โดยเฉพาะโหมดสปอร์ต ที่อาจจะต้องคลำและคลึงตัวปุ่มสักเล็กน้อย แต่เมื่อคุณลองหมุนบ่อยๆ ก็น่าจะชินมือ
เซ ทโหมดเรียบร้อย สิ่งแรกที่สัมผัสได้ทันทีคือความแตกต่างของตัวรถที่ไม่ว่าจะการตอบสนองของ เครื่องหรือเกียร์ก็เรียกว่าผิดหูผิดตา เช่นเดียวกันกับ ช่วงล่างที่รู้สึกแน่นกระชับขึ้น จนเหมือนมีรถสปอร์ตในกำมือ
การขับ ขี่ในโหมดนี้ การตอบสนองที่ดีช่วยให้คุณสามารถขับขี่แบบสปอร์ตได้อย่างลงตัว ระบบเกียร์มีเร่องการเอนจินเบรกมากขึ้น รวมถึงเร่งได้ง่ายขึ้น ช่วงล่างที่แน่นขึ้นก็ทำให้คุณเข้าโค้งหรือมุดซ้ายขวาได้อย่างมั่นใจยิ่ง ขึ้น แต่ทั้งหมดนั้นคุณจะไม่เจอความเร็วสูงสุดของรถ เพราะจากที่ขี่ดุในโหมดนี้ เน้นความสนุกสนาน แต่ถ้าจะทำความเร็วสูงสุด ซึ่งเราได้ 232 ก.ม./ช.ม. ส่วน BMW  เคลมที่ 230 ก.ม./ช.ม. คุณต้องใช้โหมดสปอร์ตในการขับขี่
แม้จะ ขับสนุกมากมาย แต่เมื่อได้เวลาย้อนกลับมาดูอัตราความประหยัดก้อาจจะทำให้หลายคนใจหายพอ สมควร แต่เราก็ยินดีที่จะบอกว่า มันได้ตัวเลขที่ดีขึ้นกว่าพอสมควร ยิ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ด้วยกัน โดยในการทำความเร็วสูงสุด ขับขี่เดินทางด้วยช่วง 130-140 ก.ม./ช.ม.  เราได้อัตราประหยัดน้ำมันที่ 14.3 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าโอเคทำได้ดีเกินคาด เมื่อเทียบกับสมรถนะที่เร้าใจ ความหรูหรา และความมั่นใจ
BMW 320i Luxury  เป็น รถยนต์ที่เน้นในเรื่อง ความหรูมีคัวตนในความสปอร์ตและตอบโจทย์ในทุกเรื่องในการขับขี่ แต่เมื่อมองค่าตัวที่ 2.679 ล้นบาท ก็ต้องยอมรับว่า อาจจะเป็นจำนวนเงินที่มาก แต่ถ้าคุณมีโอกาสเป็นเจ้าของนี่คือรถที่ครบครันในเรื่องตัวตน ..สวัสดี

เรื่องและขับทดสอโดย ณัฐยศ ชูบรรจง
ขอบคุณ รถทดสอบ  BMW 320 I Luxury line โดย BMW  ประเทศไทย

ผลการทดสอบ BMW 320 I luxury line
BMW 320 I luxury line
ราคาจำหน่าย 2,679,000 บาท

http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

ดวงออฟฟิศตามราศี

http://www.ecitepage.com/download/file.php?id=18059&t=1

เรื่องดวง ชะตาราศีมีหรือคะ ที่สาวๆ เราจะไม่ชอบ ดูดวงให้ตัวเองกันมาเยอะแล้ว คราวนี้ลองมาดูดวงออฟฟิศกันบ้าง วิธีการก็ไม่ยากเลยค่ะ แค่ลองสำรวจว่าเพื่อนร่วมงานมีราศีอะไรกันบ้าง เพราะบรรยากาศของที่ทำงาน ก็ได้รับอิทธิพลจากบุคลิกลักษณะตามราศีของผู้ทำงานนั่นแหละ

จาก ราศีทั้ง 12 นี้ เราจะสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ธาตุตามราศี หลัก ๆ นั่นคือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และ ธาตุไฟ คุณลองดูกันซิว่าเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่อยู่ในธาตุไหน นั่นละค่ะคือธาตุของออฟฟิศ ซึ่งจะช่วยทำนายได้ถึงจุดเด่นที่เป็นโอกาสอันดี และจุดด้อยที่คอยจะเป็นปัญหา จับจุดได้อย่างนี้ก็รับรองว่าทำงานง่ายสบายบรื๋อแน่ค่ะ
ออฟฟิศธาตุน้ำ
ราศีของผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ : ราศีมีน (20 ก.พ.-20 มี.ค.), ราศีกรกฎ (23 มิ.ย.-23 ก.ค.) และราศีพิจิก (24 ต.ค.-22 พ.ย.)

ลักษณะเด่นของที่ทำงาน : อ่อนไหว ใช้อารมณ์เยอะ มีระบบอุปถัมภ์ค้ำชู
ข้อดี : เพื่อนร่วมงานมีน้ำใจและเข้าอกเข้าใจกันดี การที่แสดงอารมณ์ได้มาก บางครั้งก็เป็นข้อดีที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์พุ่ง กระฉูด เกิดไอเดียแปลกใหม่
ข้อเสีย : ที่น่าเป็นห่วงคืองานจะไม่เป็นงาน เพราะมัวแต่กลัวทำร้ายจิตใจกันบ้างละ กลัวจะต้องโกรธเคืองกันบ้างละ พอมีข้อบกพร่องต้องแก้ไขก็ไม่กล้าพูดจากันตรงๆ คุณรู้ไหมว่ามัวแต่เกรงใจกันอย่างนี้ เมื่อปัญหาบานปลายจะยิ่งเป็นการทำร้าย เพื่อนร่วมงานเสียมากกว่า    นอกจากนี้ออฟฟิศแบบนี้ยังมักจะมีปัญหาถ้าเกิดมีคนตรงไปตรงมาหลุดเข้ามาทำงาน ร่วมด้วย ก็มักจะถูกรุมเกลียดซะงั้น เพราะคนเหล่านี้จะมองว่าทำร้ายคนอื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องงานก็ตามทีจึงต้องละมุนละม่อมกับเขาหน่อย
ออฟฟิศธาตุลม
ราศีของผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ : ราศีกุมภ์ (20 ม.ค.-19 ก.พ.), ราศีเมถุน (22 พ.ค.-22 มิ.ย.) และราศีตุล (24 ก.ย.-23 ต.ค.)

ลักษณะเด่นของที่ทำงาน : ทรงภูมิ มีความคิด ชอบตั้งคำถามต่อสิ่งต่าง ๆ
ข้อดี : เป็นการรวมตัวกันของนักคิด ฉลาด มีหลักการ พร้อมที่จะประชุมสุมหัวกันจนได้ไอเดียเจ๋ง ๆ และชอบคิดหาทางออกหรือวิธีทำงานใหม่ ๆ เพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น
ข้อเสีย : คล้าย ๆ กับนักการเมืองที่ถึงจะช่างคิด แต่ไม่มีใครอยากลงมือทำสักเท่าไหร่ ดีไม่ดีก็แค่รู้มา แต่เอาเข้าจริงทำไม่เป็นหรอก! ทำให้ผลงานไม่ค่อยเสร็จสิ้นออกมาตามราคาคุยและตามเวลา ความที่ชอบอวดรู้ก็เลยเอาแต่ถกเถียงปัญหากันอยู่นั่น แต่ไม่ได้คำตอบหรือตัดสินใจไม่ได้เลยสักอย่าง ออฟฟิศเช่นนี้ ยังไม่ค่อยจะใส่ใจความรู้สึกกันสักเท่าไหร่ ก็ต้องแยกแยะกันให้ได้ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว
ออฟฟิศธาตุไฟ
ราศีของผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ : ราศีเมษ (21 มี.ค.-20 เม.ย.), ราศีสิงห์ (24 ก.ค.-23 ส.ค.) และราศีธนู (23 พ.ย.-22 ธ.ค.)

ลักษณะเด่นของที่ทำงาน : กระตือรือร้น มุ่งมั่น สร้างสรรค์
ข้อดี : ทุกคนสนุกกับการทำงานกระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ชอบผจญกับอุปสรรคที่ท้าทายมากกว่าทำงานง่าย ๆ ซ้ำซาก ชอบทำงานสำคัญชิ้นใหญ่ ทำงานเป็นทีมเวิร์กได้ดี เพราะใจกว้างและจริงใจ
ข้อเสีย : ความที่กระตือรือร้นจัด ชอบคิดล่วงหน้า บางครั้งก็ทำให้กลัวเกินกว่าเหตุ จนทำเอาปัญหาจิ๊บจ๊อยก็กลายเป็นวิกฤติการณ์ใหญ่โตไปได้ บรรยากาศการทำงานสุดเหวี่ยงทุ่มสุดตัว บางครั้งก็ทำให้ล้าจนหมดไฟเอากลางคันทั้งที่งานยังไม่เสร็จ บางครั้งก็ไอเดียฟุ้งจัดจนทำให้งานชุ่ย ขาดความละเอียดถี่ถ้วน และคนออฟฟิศนี้จะเบื่อขึ้นมาทันทีถ้าต้องทำงานซ้ำซากจำเจ หรือไม่อยู่ในความสนใจ อย่างนี้ต้องระวังให้ดีว่างานจะไม่เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาเอานะคะ
ออฟฟิศธาตุดิน
ราศีของผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ : ราศีมังกร (23 ธ.ค.-19 ม.ค.) ราศีพฤษภ (21 เม.ย.-21 พ.ค.) และราศีกันย์ (24 ส.ค.-23 ก.ย.)

ลักษณะเด่นของที่ทำงาน : การจัดการดีเยี่ยม เป็นระบบชอบลงมือทำ เชื่อใจได้
ข้อดี : เป็นกลุ่มคนที่เก่งกาจด้านการจัดการงานให้เสร็จทันเวลาและตรงตามงบประมาณยึด มั่นในสิ่งที่จับต้องได้ ตรวจสอบได้วัดผลได้ และที่สำคัญคือต้องนำมาซึ่งผลประโยชน์ผลกำไร งานทุกอย่างเน้นในรายละเอียด นั่นคือเพียงแค่ไอเดียยังไม่พอ แต่ต้องรู้ด้วยว่าจะใช้วิธีไหนเพื่อให้ไอเดียนั้นบรรลุผล ทุกคนชำนาญเรื่องการเงิน และแน่นอนว่ายอมทำงานหนักก็เพื่อเงินรายได้ที่คุ้มค่า
ข้อเสีย : การทำงานมักจะต้องเป็นไปตามระเบียบวิธีที่วางไว้ตรงเป๊ะ ทำให้จำเจน่าเบื่อ การจะเปลี่ยนแปลงหรือเริ่มอะไรใหม่ ๆ ทำได้ยากสุด ๆ เว้นแต่ว่าระบบระเบียบหรืออุปกรณ์เดิมที่ใช้มานั้นเสื่อมเสียจนใช้ไม่ได้ แล้วจริง ๆ และกว่าจะยอมรับสิ่งใหม่ ๆ คนกลุ่มนี้ก็จะต้องแน่ใจในทุกรายละเอียดว่า มีวิธีการที่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างชัดเจนจริง

บทความโดย: อ.สุมิตรา

http://www.thaihomeonline.com/images/120x120.gif

บ้านมือสอง ขายบ้าน