ว่าด้วยเรื่องรถ และอะไหล่ซึ่งเป็นของคู่กัน มีรถก็ ย่อมต้องมีอะไหล่ เพราะรถราใช้ไปทุกวี่ทุกวัน ก็ย่อมต้องมีเสื่อมมีพังเป็นธรรมดา
แต่
ปัญหามีอยู่ว่าเมื่อถึงเวลา ที่ต้องเลือกอะไหล่ให้กับรถคู่ใจของเรา
มันมีทั้ง แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม อ๊ะ! แล้วแบบนี้จะรู้ได้ยังไง
เลือกแบบไหนล่ะถึงจะดี เรื่องนี้คนใช้รถอย่างเราๆ ควรต้องรู้ไว้
เพื่อไขข้อข้องใจ ที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงโดนหลอกให้เสียตังค์
เสียความรู้สึกในภายหลัง จะดีเป็นที่สุด
อะไหล่ แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม คืออะไร ดูยังไง?
1.อะไหล่แท้ คือ
อะไหล่จากบริษัทรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ คุณภาพก็จะเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท
ส่วนมากจะมีราคาสูง ซึ่งก็ให้ความมั่นใจในด้านของคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน
2.อะไหล่เทียบ คือ
อะไหล่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้กับรถยนต์หลายยี่ห้อ เช่น
ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์หัวฉีด (ปั๊มติ๊กในถัง) ของรถญี่ปุ่น
และรถเกาหลีส่วนใหญ่จะมีลักษณะและขนาดเท่ากันทำให้ใช้แทนกันได้
แต่อะไหล่แท้บางยี่ห้อแพง เราก็สามารถเลือกยี่ห้อถูกกว่ามาใช้แทนได้
คุณภาพก็จัดอยู่ในระดับอะไหล่แท้
3.อะไหล่เทียม
คือ อะไหล่ที่ผลิตโดยโรงงานผลิตอะไหล่ออกมาขายในยี่ห้อของตนเอง
ระดับคุณภาพจะมีทั้งคุณภาพต่ำ คุณภาพเทียบเท่าอะไหล่แท้
และคุณภาพสูงกว่าอะไหล่แท้ อะไหล่เหล่านี้บางส่วนจะผลิตโดยโรงงานที่เป็น
หรือเคยเป็นผู้ผลิตอะไหล่ส่งให้แก่บริษัทรถยนต์
สินค้าเหล่านี้จะเป็นสินค้าตัวเดียวกับอะไหล่แท้เลยทีเดียว
แต่เมื่อโรงงานเอาออกมาขายอาจจะต้องลบตราแท้บนสินค้านั้นๆ ออก
ตัวอย่างเช่นชุดแม่ปั๊มเบรก-คลัทช์ สำหรับรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อ SEIKEN
หรือพวกหวีคลัทช์-ผ้าคลัทช์รถญี่ปุ่นจะมี 2 ยี่ห้อหลักคือ AISIN กับ DAIKIN
หรือ EXEDY ยี่ห้อเหล่านี้เป็นอะไหล่แท้ OEM
หลายรุ่นราคาห่างจากอะไหล่แท้กันเป็นเท่าตัว
สินค้าแบบนี้ส่วนใหญ่จะขายในราคาต่ำกว่าอะไหล่แท้เนื่องจากไม่ต้องผ่านการ
บวกกำไรอีกทอดหนึ่งโดยบริษัทรถยนต์
อะไหล่
บางส่วนผลิตโดยโรงงานที่ ไม่ได้เป็นผู้ผลิตอะไหล่ส่งให้แก่บริษัทรถยนต์
คือสินค้าอัพเกรดต่างๆ เช่น ช็อคอับ คอยล์สปริง ผ้าเบรก เป็นต้น
สินค้าเหล่านี้ส่วนมากมีคุณภาพและราคาสูงกว่าอะไหล่แท้
อะไหล่เทียมบางส่วนวางระดับสินค้าอยู่ในระดับต่ำด้วยข้อจำกัดเรื่องราคาและเทคโนโลยีทำให้คุณภาพก็จะต่ำกว่าอะไหล่แท้
4. อะไหล่ปลอม
ผลิตโดยโรงงานเล็กๆ ที่ขาดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ
จึงใช้วิธีปลอมสินค้าที่ติดตลาดได้รับการยอบรับจากลูกค้า
อะไหล่ปลอมจะมีทั้งการเลียบแบบอะไหล่แท้ และอะไหล่ทดแทนยี่ห้อดังๆ เช่น
ไส้กรองต่างๆ กลุ่มลูกหมากช่วงล่างรถญี่ปุ่น ที่พบบ่อยจะเป็นยี่ห้อ 555
หรือผ้าดิสเบรก AKEBONO เป็นต้น
ข้อแนะนำในการเลือกอะไหล่รถยนต์
อะไหล่
ที่เกี่ยวกับ ภายในเครื่องยนต์และคุณภาพของมันมีผลต่อความเสียหายอื่นๆ
เช่น สายพานไทมิ่งนี่แนะนำให้ใช้อะไหล่แท้
เพราะสายพานไทมิ่งแท้โดยเฉพาะรถญี่ปุ่น สเป็คของมันจะต่างจากสายพานไทมิ่ง
OEM แม้ว่าจะผลิตมาจากโรงานเดียวกัน
ทางโรงงานก็ยังระบุระยะเวลารับประกันไม่เท่าอะไหล่แท้ ประมาณ 5-80,000
กม.เท่านั้น ส่วนรอกตั้งสายพานไทมิ่งเลือกใช้ยี่ห้อที่คุ้นหู เช่น
รถญี่ปุ่นจะใช้ยี่ห้อ NSK KOYO NTN เป็นหลัก ส่วนรถยุโรปจะเป็น SKF FAG
TIMKEN เป็นต้น รอกยี่ห้อเหล่านี้คุณภาพมาตรฐานเท่าแท้
ใช้อะไหล่ตามนี้จะได้คุณภาพเท่าอะไหล่แท้ศูนย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด

ระบบขับเคลื่อน
เช่น ผ้าคลัทช์ หวีคลัทช์ รถญี่ปุ่นเลือกใช้ยี่ห้อ AISIN หรือ DAIKIN
ราคาชุดคลัทช์แท้ของรถกระบะประมาณ 5,500-6,500 บาทแล้วแต่รุ่น และยี่ห้อ
ถ้าเลือกยี่ห้อ AISIN หรือ DAIKIN
ราคาอะไหล่ทั้งชุดพร้อมลูกปืนคลัทช์+ลูกปืนฟลายวิลล์สำหรับรถกระบะเครื่อง
2.5 ลิตร ราคาไม่เกิน 3 พันบาท ถ้าเป็นรถยุโรป ชุดยกคลัทช์จะเป็นยี่ห้อ
SACHS หรือ LUK ราคาชุดละ 4-5 พันบาท ถ้าเป็นอะไหล่แท้ก็บวกขึ้นไปอีก 40-50
% ตามคุณภาพมาตรฐานของยี่ห้อนั้นๆ
ส่วนอะไหล่ช่วงล่าง รถ
ญี่ปุ่น พวกลูกหมากก็สามารถใช้ยี่ห้อ 555 แท้ได้
หากเป็นรถยุโรปก็พิจารณายี่ห้อ TRW หรือ LEMFORDER
คุณภาพใกล้เคียงอะไหล่แท้ แต่ราคาประหยัดกว่า
โช้คอัพ แนะ
นำว่าไม่ จำเป็นต้องใช้โช้คอัพแท้
เพราะเป็นอะไหล่ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบภายในของรถ อีกอย่าง
คุณภาพของอะไหล่ก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน
ส่วนจะเลือกอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเรื่องสมรรถนะและงบประมาณ
และโช้คอัพในตลาดก็มีให้เลือกเยอะมาก ของดีราคาประหยัดจึงหาได้ไม่ยากนัก
ผ้าเบรก ถ้า
คุณรู้ตัว ว่าเป็นคนขับรถเร็ว มีโอกาสได้ใช้เบรกที่ความเร็วสูงบ่อยๆ
ผ้าเบรกแท้ย่อมไม่สามารถตอบสนองการใช้งานแบบนี้ได้
ดังนั้นคุณจึงต้องเลือกใช้ผ้าเบรกเกรดเฮฟวี่ดิวตี้เพิ่อคุณสมบัติการทนความ
ร้อนที่สูงขึ้น เป็นต้น
อะไหล่
มีหลายประเภท หลายยี่ห้อมากมายให้เลือกสรร การเลือกใช้อะไหล่เกรดไหน
ยี่ห้อใด
ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลว่ามีงบประมาณและต้องการคุณภาพ
มาก-น้อยแค่ไหน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการได้อะไหล่คุณภาพดีในงบประมาณที่ประหยัดที่สุดก็ดู
เหมือนจะเป็นความต้องการสูงสุดของผู้ใช้รถทั้งหลาย
ดังนั้นรู้จักความแตกต่าง
และข้อดี-ข้อเสียของอะไหล่แต่ละประเภทแล้วก็อย่าลืม หยิบไปคิดพิจารณา
ก่อนการซื้อหาอะไหล่ มันช่วยคุณได้จริงๆ นะ