วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

MINI THAILAND ปรับมาตรฐานรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

MINI Thailand ประกาศปรับมาตรฐานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับรถยนต์มินิใหม่ทุกรุ่น เพื่อรองรับการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 พร้อมปรับราคาจำหน่ายลงทุกรุ่น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554...

MINI Thailand ประกาศปรับมาตรฐานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์มินิทุกรุ่นโดยตรงจาก โรงงานผู้ผลิต สำหรับการใช้งานในประเทศไทย ให้สามารถรองรับการใช้พลังงานทางเลือกแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ พร้อมประกาศปรับราคาจำหน่ายลงทุกรุ่น ตามสิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิต สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก



มร.แมทธิ อัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของมินิ ประเทศไทย ในการตอบสนองนโยบายของภาครัฐเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก มินิ ประเทศไทย จีงได้ทำการปรับเปลี่ยนมาตรฐานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์มินิ ที่ได้รับการผลิตมาเพื่อจำหน่ายและใช้งานในประเทศไทย ให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ พร้อมกันนี้ มินิ ประเทศไทย ขอมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกนี้ คืนให้แก่ลูกค้า ด้วยการปรับราคาจำหน่ายรถยนต์มินิ ที่นำเข้าโดยมินิ ประเทศไทยลงทุกรุ่น เช่นปรับราคาจำหน่ายลดลง 150,000 บาทสำหรับ MINI One ลดลง 200,000 บาทสำหรับ MINI Cooper และ ลดลง 250,000 บาทสำหรับ MINI Cooper S โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554 นี้ เป็นต้นไป”



ราคารถ MINI ในประเทศไทย
MINI One ..........................................1,940,000 บาท
MINI Cooper Look 1..........................2,190,000 บาท
MINI Cooper Look 2..........................2,490,000 บาท
MINI Cooper Funky Edition..............2,490,000 บาท
MINI Cooper S Look 1......................2,640,000 บาท
MINI Cooper S Look 2......................2,840,000 บาท
MINI Cooper S Glorious Edition.......2,840,000 บาท
MINI Cooper Clubman.......................2,590,000 บาท
MINI Cooper S Clubman....................3,040,000 บาท
MINI Cooper S Clubman Hampton....2,740,000 บาท
MINI Cooper Convertible...................2,690,000 บาท
MINI Cooper S Convertible................3,040,000 บาท
MINI Cooper Countryman..................2,590,000 บาท
MINI Cooper S ALL4 Countryman....3,040,000 บาท



MINI E20
พลังงาน ทางเลือกแก๊สโซฮอล์ E20 สำหรับลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ เพื่อต่อยอดแนวความคิด MINIMALISM เพื่อสืบทอดแนวความคิดของการใช้พลังงานทางเลือก ตามหลักการของ MINIMALISM ที่เป็นปรัชญาในการผลักดันให้รถยนต์มินิ เป็นรถที่ประหยัดพลังงาน และมีอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ มินิ ประเทศไทยจึงได้ทำการปรับมาตรฐานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์มินิทุก รุ่น ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจำหน่ายและใช้งานในประเทศไทย ให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน E20 ได้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาดความจุ 1.6 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีระบบอัดอากาศ Twin Scroll Turbo และระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC ที่ติดตั้งอยู่ในรถ MINI Cooper S นั้น ยังได้รับรางวัลชนะเลิศจากงาน International Engine of the Year Award 2011 ในประเภทเครื่องยนต์คลาสความจุ 1.4-1.8 ลิตร โดยได้รับการยกย่องให้เป็น ‘The world’s most efficient power unit’ ในคลาสความจุนี้ด้วย ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำทั้งในด้านประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และความประหยัดพลังงานอย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ การปรับมาตรฐานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์มินิ ที่นำเข้าโดยมินิ ประเทศไทย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยได้ในระยะยาว ถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและผลิตมาตามสภาพการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับ ประเทศไทย ซึ่งมีสภาพอากาศและการใช้งานแตกต่างจากรถยนต์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานใน ประเทศโซนยุโรป



MINI MALISM Analyser
อีกหนึ่งเทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้วิธีการขับขี่ที่ประหยัดพลังงาน ในสไตล์ MINIMALISM
MINI Connected เป็นอุปกรณ์ต่อเชื่อมระหว่างรถยนต์มินิ กับ iPhone4 เพื่อสนับสนุนการใช้งานในรูปแบบ In-Car Infotainment หรือระบบข้อมูลและความบันเทิงภายในรถยนต์ ซึ่งได้ผนวกรวมเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว โดยที่ MINI Connected สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรม Facebook, Twitter, Web news และ Web radio รวมถึงโปรแกรม MINIMALISM Analyzer ซึ่งทำหน้าที่แสดงผลวิเคราะห์ข้อมูลความประหยัดน้ำมันและการคายไอเสีย คาร์บอนไดออกไซด์ที่คำนวณผ่านระบบคอมพิวเตอร์ On-board ของรถยนต์มินิ โดยแปลงผลที่ได้ออกมาเป็นรูปแบบของคะแนน เช่นเดียวกับการเล่นเกมผ่านทาง iPhone4 พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการขับเพื่อช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น นอกจากนั้นคะแนนที่ได้จากการขับขี่ที่บันทึกด้วยโปรแกรม MINIMALISM Analyzer ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ MINIMALISM Analyzer ของมินิคันอื่น เพื่อสามารถนำมาเปรียบเทียบอันดับ ranking ของการขับขี่แบบประหยัดพลังงานได้ เสมือนการเล่นเกมแข่งกัน เพื่อสร้างสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ และการคายไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลง.


วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

TOYOTA MOTOR SPORT สนามที่ 5 สะพานหิน ภูเก็ต

ระเบิดความมันส์กับ Toyota Motor Sport Vios-Yaris One Make Race & Prius Eco Challenge สนามที่ 5 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต...

การ แข่งขัน Toyota Motor Sport 2011 สนามที่ 5 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 8 – 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา -- ผลการแข่ง “เอ๊กซ์” สุพงศ์ ขำต้นวงษ์ จาก Toyota Racing School โชว์ฟอร์มเฉียบ คว้าแชมป์ Vios One Make Race Class C ขณะที่ Yaris One Make Race แชมป์ตกเป็นของ “อาทิตย์ เรืองสมบูรณ์” -- ส่วน Vios One Make Race Lady Cup แชมป์ตกเป็นของ “พิมพรรณ หงษ์ปาน” การแข่งขันรายการใหม่ล่าสุด Prius 800 ก Km. Eco Challenge แชมป์ตกเป็นของ “หลุยส์” อัมรินทร์ สิมะโรจน์ ดารานักแสดงจากช่อง 7

นับ ได้ว่าเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับค่าย Toyota ที่ลงมาจัดกิจกรรม Motor Sport 2011 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน ใจกลางเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยการมอบเทคโนโลยีความรู้ด้านยานยนต์ การอบรมวิธีขับขี่รถยนต์ที่ปลอดภัย โครงการถนนสีขาว และเกมสันทนาการต่างๆ ที่ขนมาให้ความบันเทิงกับพี่น้องชาวใต้ในจังหวัดภูเก็ตได้รับชม รวมไปถึงความมันส์บนกีฬารถแข่งทางเรียบ Vios-Yaris One Make Race กับรายการแข่งรถมาราธอนประหยัดน้ำมัน Prius 800 Km. Eco Challenge สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้เป็นอย่างดี

Toyota Motor Thailand Co.ltd โดยหัวเรือใหญ่ของค่าย คุณวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองประธานกรรมการบริษัท Toyota และสำนักแต่งคู่บารมี TRD Thailand Co.ltd นำโดย คุณสุทธิพงศ์ สมิทชาติ ร่วมกับภาครัฐ การกีฬาแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองจังหวัดภูเก็ต จัดงาน Toyota Motor Sport 2011 Vios-Yaris One Make Race & Prius Eco Challenge โดยปรับสภาพถนนของสวนสาธารณะสะพานหินให้กลายเป็นสนามแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ เน้นมาตรฐานความปลอดภัยบนความยาวของตัวสนามในระยะทาง 2.1 กิโลเมตร

การ แข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการ “โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2011” สนามที่ 5 ระเบิดความมันส์อย่างยิ่งใหญ่เมื่อ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บริษัทฯ และนายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมเปิดการแข่งขันท่ามกลางพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยทีมนักแข่ง Toyota Star Team ร่วมสร้างสีสันตลอดการแข่งขัน อาทิ “ไผ่” พาทิศ พิศิฐกุล “ต๊ะ” วริษฐ์ ทิพโกมุท “ใหม่” สุคนธวา เกิดนิมิตร และ นาตาลี เดวิส -- พร้อมนักแข่งหน้าใหม่จาก Toyota Racing School ได้แก่ “ช้อป” อวิรุธทธิ์ ข้าวบ่อ -- “เบลล์” จิรวรรณ พงษ์เภตรา -- “เอ๊กซ์” สุพงศ์ ขำต้นวงษ์ และ “โบนัส” สมหทัย เหรียญทอง

Vios One Make Race Lady Cup
สร้าง สีสันด้วยนักแข่งหญิงดาวรุ่ง 16 คน กับการแข่งขัน 17 รอบสนาม พร้อมนักแข่งจาก Toyota Star Team ได้แก่ นาตาลี เดวิส และ 2 นักแข่งสาวจาก Toyota Racing Schoo “เบลล์” จิรวรรณ พงษ์เภตรา และ “โบนัส” สมหทัย เหรียญทอง – เริ่มต้นออกสตาร์ท นักขับหญิงจอมนิ่ง พิมพรรณ หงษ์ปาน จากทีม ELF BARA Windsor Sittipol พุ่งตัวรถ ออกขึ้นนำในอันดับที่ 1 โดยมี ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ ทีม Autogas AC ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น บุตรสาวคนเก่งของมนุษย์ Motor Sport ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ไล่ตามมาในอันดับที่ 2 โดยตลอดการแข่งขัน ธัญชนกใช้ความพยายามโดยหาจังหวะไล่แซงหลายครั้งหลายหนแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากพิมพรรณ หงษ์ปาน ควบคุมจังหวะการขึ้นนำได้ดีแบบม้วนเดียวจบ สามารถรักษาตำแหน่งอันดับที่ 1 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่ต้นจนจบ 17 รอบสนาม สรุปแชมป์ประจำสนามตกเป็นของพิมพรรณ หงษ์ปาน ส่วนอับดับ 2 ได้แก่ ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ อันดับ 3 ได้แก่ ธัญยมัย คงการค้า อันดับ 4 ได้แก่ ทิพวรรณ ภู่ระยับ และ อันดับ 5 ฑิฆัมพร เรืองรองรัตนา

โดย เฉพาะนักขับหญิง ฑิฆัมพร เรืองรองรัตนา เจ้าของหมายเลข 25 ในรุ่น Vios One Make Race Lady Cup กับรถแข่ง Vios สีส้มแปร๊ดแสบตา ซึ่งสามารถควบรถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 ให้จับตามองเธอเอาไว้ให้ดี เนื่องจากเด็กคนนี้เพิ่งเข้าลงทำการแข่งขันเพียงไม่กี่สนาม แต่ฝีมือการขับขี่นั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียวจากการผ่านคอร์สอบรมการขับขี่ควบ คุมรถแข่ง ของกิติภูมิ จาวจักรศิริ มือ Motor Sport และอดีตแชมป์รถแข่งหลายรายการของประเทศไทย ประกอบกับผู้ให้การสนับสนุนทีมแข่งอย่าง Cat AiT Racing Team ทีมแข่งรถมากประสบการณ์ที่ใช้สีส้มเป็นสีประจำทีม

Vios One Make Race Class C
รายการ แข่งขันที่ใกล้ชิดกับผู้ชมมากที่สุด ด้วยฝูงรถแข่งที่พัฒนาขึ้นจากรถ Production Car เรียงรายบนจุดสตาร์ทยาวเหยียดถึง 25 คัน เริ่มต้นการแข่งขัน สุพงศ์ ขำต้นวงษ์ จากทีม Toyota Racing School ออกสตาร์ทขึ้นนำห่างในอันดับที่ 1 ตามด้วยกัณต์ธรช์ เมี้ยนทอง และ ทันสิษฐ์ ศุจินธร ในอันดับที่ 2 และ 3 วิ่งเกาะกลุ่มนำกันมาอย่างเหนียวแน่น ขณะที่อวิรุทธ์ ข้าวบ่อ อีกหนึ่งนักแข่งจากทีม Toyota Racing School ซึ่งอยู่ในกลุ่มท้ายขบวนในช่วงแรก สามารถเร่งแซงไล่อันดับขึ้นมาได้ในรอบหลังๆ จนขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 จบการแข่งขัน แชมป์ตกเป็นของสุพงศ์ ขำต้นวงษ์ จากทีม Toyota Racing School ตามมาด้วย กัณต์ธรช์ เมี้ยนทอง ในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ทันสิษฐ์ ศุจินธร อันดับ 4 เป็นของ “ช้อป” อวิรุทธ์ ข้าวบ่อ จาก ทีม Toyota Racing School และอันดับ 5 ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา

Yaris One Make Race Class B
มา ถึงรุ่นสุดท้ายของการแข่งขันด้วยรถแข่งขันทั้งสิ้น 10 คัน สตาร์ทออกนำโดย อาทิตย์ เรืองสมบูรณ์ โดยมี อาเฉิน - เฉิน เจี้ยน หงส์ นักแข่งไต้หวัน ตามมาในอันดับ 2 โดยตลอดการแข่งขัน เฉิน เจี้ยน หงส์ นักขับเลือดมังกรพยายามเข้าบี้ท้าย กดดัน “อาทิตย์” อย่างหนักเพื่อหาจังหวะแซงในแทบทุกโค้งของสนาม แต่อาทิตย์ก็สามารถรักษาตำแหน่ง ปิดไลน์เอาไว้ได้ตลอดจนจบการแข่งขัน อาทิตย์ เรืองสมบูรณ์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ตามมาด้วย เฉิน เจี้ยน หงส์ ในอันดับที่ 2 และ จินดา ศรีแสนสุชาติ ในอันดับ 3

Prius Eco Challenge
การ แข่งขันในรุ่น Prius Eco Challenge สนามนี้ เป็นรายการแข่งขันใหม่ล่าสุดที่จัดขึ้นในรูปแบบของการขับพิสูจน์สมรรถนะความ ประหยัด ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง ของรถยนต์ “PRIUS” จากกรุงเทพฯ ถึงภูเก็ต รวมระยะทาง ทั้งสิ้น 817 กิโลเมตร โดยมีรถที่ใช้ในการแข่งขันจำนวนทั้งสิ้น 15 คัน ขับโดยศิลปินดารา และเซเลบริตี้รับเชิญ อาทิ “น็อต” วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์, “ท็อป” ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี, “หลุยส์” อัมรินทร์ สิมะโรจน์, “กระแต” ศุภักษร ไชยมงคล, “แอริณ” สิรีภรณ์ ยุกตะทัต, ฯลฯ พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางเป็นสักขีพยานในการแข่งขันครั้งนี้ โดยผลการแข่งขัน ผู้ที่สามารถทำสถิติการประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด ได้แก่ “หลุยส์” อัมรินทร์ สิมะโรจน์ ทำสถิติได้ 28.5 กิโลเมตร ต่อลิตร


นอก จาก นี้ยังมีการโชว์สมรรถนะจากรถยนต์ Toyota ที่เป็นรถ Standard อาทิ Toyota Corolla Altis Side Show / Vios & Yaris Battle Show / Toyota Hilux Vigo Champ Drift Show / Super Car-Super 1500 /2000 Show ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายให้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลกันทั้งครอบ ครัว พร้อมทั้งกิจกรรมจากโครงการถนนสีขาว กิจกรรมรณรงค์การขับขี่อย่างปลอดภัยบนท้องถนน / การอบรมในโครงการ Racing School เพื่อการขับขี่อย่างถูกต้องในการแข่งขัน และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง พบกันอีกครั้งกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Toyota Motor Sport 2011 สนามสุดท้าย ในรายการ Bangsan Thailand Speed Festival จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 23 – 27 พฤศจิกายน ศกนี้.

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ฮอนด้า หยุดการผลิตถึง 21 ต.ค.

ฮอนด้า ออโตโมบิล ประกาศหยุดการผลิตรถยนต์ต่อไปจนถึงวันที่ 21 ต.ค. นี้ และยืนยันไม่นำชิ้นส่วน อะไหล่ และรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม มาจำหน่ายเด็ดขาด
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ประกาศว่า  เนื่องจากบริเวณนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงมีระดับน้ำสูงอยู่มาก ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ ในบริเวณโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าได้ในขณะนี้ บริษัทฯ จึงประกาศหยุดการผลิตรถยนต์ต่อไปจนถึงวันที่ 21 ต.ค. 2554
แม้ว่าบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องหยุดการผลิตมาตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่บริษัทฯ มีนโยบายในการดูแลพนักงานทั้งหมดของโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ ท่วม โดยยังคงจ่ายค่าแรงให้ตามปกติ
และย้ำจะไม่นำชิ้นส่วน อะไหล่ และรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม มาจำหน่ายให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและคลายความกังวลใจในเรื่องคุณภาพรถใหม่ของ ฮอนด้าที่เตรียมส่งมอบให้แก่ลูกค้า
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับความเสีย หายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ร่วมกับผู้จำหน่าย ขอมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30% เมื่อลูกค้านำรถเข้ารับบริการซ่อมบำรุงที่ศูนย์บริการฮอนด้า
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด บริษัทฯ ขอเรียนว่าทั้งนี้ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศยังคงเปิดให้บริการและรับ สั่งจองรถตามปกติ     หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วอลโว่จับ S40 / V50 จัดเต็มชุดแต่งสปอร์ต

วอลโว่  จับรถสองรุ่นยอดนิยม S40 ซีดานหัวใจสปอร์ตและ V50 เอสเตทรุ่ เพิ่มของเล่นกับแพ็คเกจชุดแต่งสปอร์ตแบบเต็ม ๆ แต่ขายราคาเดิม 1.799 ล้านบาท

นางฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย)  กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา แคมเปญเพิ่มชุดแต่งสปอร์ตในราคาพิเศษสำหรับรถหลายรุ่นซึ่งได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก ดังนั้นวอลโว่ จึงนำแคมเปญนี้กลับมาอีกครั้ง โดยนำ S40 และ V50 มาจัดแคมเปญแถมชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน แต่จำหน่ายในราคาเดิม
สำหรับรุ่น S40 วอลโว่ติดตั้งชุดแต่งสปอร์ตมูลค่า 250,000 บาท ได้แก่ ระบบนำทางอัจฉริยะ สปอยเลอร์สไตล์สปอร์ตหน้า-หลัง พร้อมกับสปอยเลอร์ฝากระโปรงท้ายที่โดดเด่นโดนใจ ขอบล่างของประตูพร้อมสเกิร์ตด้านข้างเพิ่มรูปลักษณ์เฉี่ยวปราดเปรียวมากขึ้น สะดุดตากับกรอบกระจกอลูมิเนียมมองข้าง แป้นเหยียบเบรกสไตล์สปอร์ต ตราสัญลักษณ์สปอร์ต และล้ออลูมิเนียมลายเท่ 18”   พร้อมทั้งให้ความสะดวกสบายกับพื้นที่กว้างขวางภายใน อุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งในบริเวณที่ใช้งานได้สะดวก เบาะทุกที่นั่งซึ่งสามารถพับราบลงเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกของขนาดใหญ่ได้ เต็มที่

ส่วน V50 รถยนต์นั่ง 5 ประตูสำหรับครอบครัวหัวใจสปอร์ตรุ่นเดียวในตลาด มาพร้อมกับระบบนำทางอัจริยะ  และสปอยเลอร์หลังคาที่เพิ่มความเท่และดูเพรียวลมมากขึ้น  เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่นเดียวกันกับรถขนาดใหญ่ ไฟท้ายยังคงเป็นดีไซน์ทันสมัยแนวตั้งนำไปสู่หลังคาด้านท้ายซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของวอลโว่ ภายในกว้างขวางสะดวกสบายเช่นเดียวกับ S40 แต่ด้านท้ายจะยาวกว่า 45 มม.
ที่สำคัญ แคมเปญนี้ มีมูลค่าสูงสุด 2.5 หมื่นบาทให้ฟรี แต่วอลโว่จำหน่าย ในราคาเดิม 1.799 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ สิ้นปี เท่านั้น อยากเท่ แต่จ่ายเงินเท่าเดิม รีบไปได้เลย

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ฟอร์ดเคาะราคาเรนเจอร์ใหม่6.99-8.69แสน

เปิดราคา 3 รุ่นแรกที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร พร้อมเปิดรับจองทั่วประเทศ 11 ต.ค.นี้ ก่อนส่งรถเข้าโชว์รูมปลาย พ.ย.
สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธาน ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ 3 รุ่นแรก พร้อมเปิดรับจองรถกระบะขนาดคอมแพ็คระดับโลกรุ่นใหม่ในวันที่ 11 ต.ค. ก่อนวางจำหน่ายทั่วประเทศในช่วงปลายเดือนพ.ย. ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ เรนเจอร์ ใหม่ เปิดตัวด้วยสนนราคาสำหรับรุ่นสูง 3 รุ่นแรกที่ 6.99 –869 แสนบาท โดยลูกค้าที่สั่งจองฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในช่วงก่อนการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะได้รับประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี 
สำหรับราคาที่เปิดตัว ประกอบไปด้วย รุ่นโอเพ่นแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6.99 แสนบาท รุ่นดับเบิลแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ 2.2 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7.99 แสนบาท และรุ่นดับเบิลแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ 2.2 ลิตร ไวลด์แทรค เกียร์อัตโนมัติ 8.69 แสนบาท
"เรนเจอร์ใหม่จะมอบคำจำกัดความใหม่ให้แก่รถกระบะขนาดคอมแพ็คด้วยการผสาน ความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันเหนือชั้นเข้ากับอุปกรณ์เทคโนโลยีสุดทันสมัยแบบ เดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทั้งยังมอบความสะดวกสบายในการขับขี่และให้การประหยัดน้ำมันที่เหนือชั้น" 
เครื่องยนต์ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ 2.2 ลิตร วีจี เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าและมอบการตอบสนองดีเยี่ยมด้วยแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ด้วยระบบส่งกำลังชุดใหม่ที่ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น และมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือชั้น
เรนเจอร์ ใหม่ รุ่นโอเพ่นแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ มาพร้อมระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา และรุ่นดับเบิลแค็บ 4X2 ไฮ-ไรเดอร์ มาพร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ ได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วและยางขนาด 265/65 R17 เพื่อการตอบสนองที่ดีเยี่ยม ขณะที่รุ่นดับเบิลแค็บ 4x2 ไฮ-ไรดอร์ 2.2 ลิตร ไวลด์แทรค พร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ พร้อมด้วยชุดแต่งแบบสปอร์ตครบครัน และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้นด้วยการติดตั้งเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ด สลิปเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
สำหรับราคาจำหน่ายและข้อมูลจำเพาะของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รุ่นอื่นๆ จะประกาศอย่างเป็นทางการภายในงานมหกรรมยานยนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ในเดือนพ.ย.ที่จะถึงนี้

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รถจมน้ำ ทำไงดีหลังน้ำลด

Pic_208452
วิธีการแก้ไขปัญหารถจมน้ำเบื้องต้น...

สถานการณ์ของอุทกภัยใน ประเทศที่กำลังส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อยานพาหนะที่ไม่สามารถ เคลื่อนย้ายได้ทัน รถจมน้ำ คือ สิ่งที่แย่สำหรับเจ้าของที่จะต้องหาทางนำมันกลับมาซ่อมแซมหลังจากน้ำลดหรือ ไม่ก็ขายทิ้ง สภาวะดังกล่าวมีความรุนแรงและกำลังเกิดขึ้นกับพื้นที่ภัยพิบัติในภาคเหนือ ตอนล่าง รวมถึงภาคกลาง ที่มวลน้ำทั้งหมดมาบรรจบกัน ซึ่งกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตการณ์ดังกล่าวไปได้ คงต้องใช้เวลากันอีกนานนับเดือนเลยทีเดียว

-อย่าพยายามรีบร้อนติด เครื่องยนต์รถที่เพิ่งเอาขึ้นจากน้ำ หรือน้ำลดลงไปจากการท่วมมิดเครื่องยนต์เป็นอันขาด เพราะน้ำที่แทรกซึมอยู่ในเครื่องยนต์อาจจะทำให้กลไกภายในตัวเครื่อง เช่น ก้านสูบกับก้านกระทุ้งวาล์วได้รับความเสียหาย

-ห้าม พ่วงต่อกระแสไฟ เช่น พ่วงแบตเตอรี่ เพื่อติดเครื่องยนต์รถที่ใหม่กว่ารุ่นปี ค.ศ. 1989 หรือ พ.ศ. 2532 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้แอลเทอร์เนอเตอร์ซึ่งมักจะเรียกกันง่ายๆ ว่าไดชาร์จ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่มีติดตั้งอยู่ เช่น กล่องสมองกลไฟฟ้าควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) กล่องควบคุมเกียร์หรือระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยเสริมแรงเบรก หรือระบบป้องกันล้อล็อก รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบให้ความบันเทิงเสียหายจนใช้ไม่ได้ ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วมีราคาค่าตัวสูงมาก

-เมื่อ รู้ว่าไม่สามารถขนย้ายรถยนต์ส่วนตัวออกจากพื้นที่ที่น้ำท่วม ควรถอดสายไฟที่เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่ออกทันที แล้วยกแบตเตอรี่ออกจากช่องเก็บ ถ้าทำไม่ทัน แบตเตอรี่จมน้ำอยู่อาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะตามมาด้วยความเสียหายในระดับที่ร้ายแรง เมื่อน้ำแห้งแล้ว วงจรของการเชื่อมต่อระหว่างสายไฟขั้วบวก-ลบ หากยังไม่เอาสายไฟที่เชื่อมต่อออก แล้วมีกระแสเข้าไปมันจะก่อให้เกิดการลัดวงจรแบบทันทีทันใด จึงควรรีบถอดสายแบตเตอรี่ออกทันทีที่สามารถกู้รถให้พ้นจากพื้นที่น้ำท่วม

-ก่อน ที่จะต่อขั้วแบตเตอรี่เข้ากับรถอีกครั้งหลังจากพ้นน้ำแล้ว จำเป็นจะต้องปลดฟิวส์ในกล่องควบคุมของระบบถุงลมนิรภัยเพื่อตัดการทำงาน หากวงจรไฟฟ้าในระบบถุงลมนิรภัยเกิดลงดินหรือช็อตลัดวงจรโดยที่ยังไม่ได้ปลด ฟิวส์ออก ถุงลมนิรภัยของใหม่ที่มีมูลค่าหลายหมื่นบาทในรถยนต์แทบทุกรุ่นหรือบางรุ่น ราคาเป็นแสน (ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า-หลัง ม่านนิรภัย) อาจระเบิดขึ้นเองได้จากการลัดวงจรของระบบ

-เมื่อ ทำการตรวจสอบรถยนต์ ที่เพิ่งกู้ให้พ้นจากพื้นที่น้ำท่วมแล้ว หากพบน้ำในที่เขี่ยบุหรี่ แสดงว่าน้ำคงเข้าไปถึงระบบไฟฟ้าบนหน้าปัดหรือคอนโซล มาตรวัด จอมัลติฟังก์ชั่น และสวิตช์สั่งงานควบคุมระบบต่างๆ วงจรของระบบเหล่านั้น สามารถนำออกมาทำความสะอาดและเป่าแห้งโดยช่างผู้ชำนาญ แต่มันอาจตามมาด้วยปัญหาของวงจรในการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จม น้ำ หรือเปียกน้ำ อายุการใช้งานอาจสั้นลงมาก

-ระบบ ส่งกำลัง แบบเกียร์อัตโนมัติกับชุดทอร์กคอนเวิร์ตเตอร์ ต้องถอดออกมาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันไฮดรอลิกและแยกชิ้นส่วนทั้งหมดออกมาทำความ สะอาดทุกชิ้นส่วน รวมถึงน้ำมันเฟืองท้ายและชุดฟันเฟืองของเฟืองท้าย ชุดส่งกำลังทรานสเฟอร์ของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

-เมื่อตรวจสอบระบบส่งกำลัง ควรตรวจเช็กลูกปืนล้อทั้งสี่ล้อ โดยนำออกมาทำความสะอาดแล้วอัดสารหล่อลื่นพวกจาระบีใหม่ทั้งหมด

-ยาง หุ้มเพลาที่ขาด อาจมีน้ำเข้าไปแทนที่จาระบีภายใน ต้องถอดออกมาทำความสะอาดเปลี่ยนยางหุ้มเพลาใหม่ และอัดจาระบีหลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว รวมถึงลูกปืนล้อทั้งสี่ก็ต้องถอดออกมาทำความสะอาดแล้วอัดจาระบีด้วยเช่นกัน

-ระบบ ระบายความร้อน เช่น หม้อน้ำ ต้องถ่ายน้ำในหม้อน้ำทิ้งทั้งหมด แล้วเติมน้ำใหม่พร้อมน้ำยาลดอุณหภูมิน้ำตามระดับที่กำหนดในคู่มือประจำรถ พัดลมไฟฟ้าอาจได้รับความเสียหายเนื่องจากแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน มอเตอร์พัดลมข้อต่อสายไฟต่างๆ ถอดออกแล้วทำความสะอาดโดยการเป่าแห้งแล้วตากแดด หากโชคดีอาจทำงานได้เหมือนเดิม

-รถ ที่จอดแช่น้ำ เพียงแค่ครึ่งล้อเป็นเวลานานจะทำให้ระบบเบรกเกิดความเสียหาย บางรายถึงกับต้องซ่อมหรือเปลี่ยนเบรกกันทั้งระบบ ตรวจเช็กโดยการเปลี่ยนของเหลวพวกน้ำมันเบรก สายไฟเซนเซอร์ของระบบช่วยเบรก พวก ABS /BA ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีติดตั้ง ข้อต่อสายไฟที่เชื่อมต่อกับชุดควบคุม ลองถอดออกแล้วทำความสะอาด เป่าขั้วต่อให้แห้งก่อนการเสียบกลับคืนเพื่อทดสอบว่ามันยังสามารถใช้งานได้ หรือไม่

-แร็ค พวงมาลัย โดยเฉพาะพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ทั้งปั๊มไฟฟ้าและปั๊มสายพาน ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องตรวจระบบรองรับพวกโช๊คอัพ ลูกหมากปีกนก ยางรองรับห่อหุ้ม ควรเปลี่ยนถ้าพบความเสียหายหรือไม่แน่ใจ

-กล่อง ฟิวส์ รีเลย์เซ็นเซอร์ ต้องได้รับการตรวจเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเสียหาย โดยเฉพาะกล่องฟิวส์ถ้าเกิดมีการจมน้ำเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนใหม่ทันที รวมถึงจานจ่าย เพราะหากใช้งานต่อไปมักทำให้เครื่องยนต์สั่น แผงวงจร ล้างทำความสะอาจด้วยน้ำ หลังจากนั้นจึงนำไปอบที่ความร้อน 120F (120 องศาฟาเรนไฮต์) ประมาณ 30 นาที แล้วพ่นด้วยสเปรย์แล็กเกอร์เคลียร์ก่อนจะนำมาใช้ใหม่ ซึ่งมันอาจได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ก็อาจมีความเป็นไปได้

-ตรวจ สอบระบบปรับอากาศ คลัตซ์ของคอมเพรสเซอร์แอร์ อุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อความเสียหายมากทีี่สุดหลังจากแช่น้ำ คือ ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอลภายในห้องโดยสาร

-ถอดพรมรองพื้นออกมาทำความสะอาดทั้งหมด แล้วผึ่งรถ โดยจอดตากแดดเปิดประตูทุกบานจนกว่าจะแน่ใจว่าภายในแห้ง และมีกลิ่นอับลดลง

รถ จมน้ำส่วนใหญ่ หลังจากแก้ไขปัญหาจากที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด อาจไม่สามารถกลับมาทำงานปกติเหมือนเดิมได้ บางระบบอาจรวนจนเจ้าของต้องขายทิ้ง ขอให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดีครับ.

ข้อมูลอ้างอิง เอกสารประกอบการเขียนจาก
ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา (น้าหมู) คอลัมนิสต์อาวุโสสายยานยนต์ผู้ล่วงลับ.
สำนักพิมพ์ บริษัทพิฆเณศ พริ้นท์ติ้งเซ็นเตอร์ จำกัด 8 เมษายน 2543