วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ของดีมีไว้ให้ลอง TOYOTA NEW VIOS (Part2)



บั้น ท้าย ของ New Vios วางไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่มีมุมแหลมทะแยงขึ้นไปจดกับเส้นนำสายตาด้านข้าง ไฟท้ายมัลติรีเฟลทเตอร์ ใช้หลอดไฟแบบผสม ชิ้นงานของไฟท้ายผลิตขึ้นรูปด้วยโพลิเมอร์สีแดง-ขาว ฝาท้ายเปิดออกได้ด้วยมุมที่กว้างจากการออกแบบเพื่อเน้นความสะดวกสบายเมื่อ ต้องขนสัมภาระมาไว้ยังพื้นที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหลัง เหนือตำแหน่งของป้ายทะเบียนมีชิ้นงานพลาสติกโครเมียมเงาเดินเส้นคาดกลาง ฝากระโปรงท้ายยกตัวขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับมุมของฝาหน้า สปอยเลอร์หลังขนาดไม่เล็ก ชายล่างของสปอยเลอร์ตรงมุมทั้งสองด้านติดตั้งพลาสติกสะท้อนแสงสีแดงเพื่อ ความปลอดภัยเมื่อต้องจอดรถในที่มืด ส่วนไฟเบรกดวงที่สามยังมีมาให้เหมือนเดิมโดยอยู่กึ่งกลางของกระจกบานหลัง เพื่อมุมมองที่ดีของรถที่ตามหลังมา



ภาย ในของ Toyota Vios 2013 ปรับเปลี่ยนมุมมองและบรรยากาศของห้องโดยสารใหม่หมด เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตแม้จะหุ้มด้วยผ้าสีเข้มแต่นั่งโดยสารหรือนั่งขับขี่ได้ กระชับตัวดีมาก ตำแหน่งของการปรับเบาะเข้า-ออก-ใกล้-ไกล ยังคงครอบคลุมรูปร่างของมนุษย์ ถึงจะตัวสูงโย่งหรือเตี้ยม่อต้อก็ขับได้อย่างสะดวกสบาย คอนโซลเป็นชิ้นงานพลาสติกฉีดขึ้นรูป ทำออกมาคล้ายกับใช้หนังแท้เดินตะเข็บด้ายคู่จนมองแทบไม่ออกหากไม่เอามือไป สัมผัส แนวทางสปอร์ตสื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจนและจงใจมากยิ่งขึ้นใน New Vios คือหน้าปัดมาตรวัด ในรุ่นเก่ามาตรวัดที่อยู่กึ่งกลางทำให้มันโดนต่อว่าอยู่พอสมควร เมื่อเป็นรถรุ่นใหม่ทุกสิ่งทุกอย่างจึงดูดีขึ้น มาตรวัดทรงกระบอกสามวงเรียงกันอยู่ภายในกรอบมาตรวัด ตัวอักษรและสีสันที่แปลกตาของมาตรวัดใน New Vios ยังช่วยให้การขับขี่ลดความน่าเบื่อลงได้บ้าง ตัวเลขมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วสามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจน รวมถึงเข็มวัดระดับเชื้อเพลิงในถังและจอ MID สีฟ้าอมขาวที่แจ้งเตือนระยะทาง เวลา ตำแหน่งของเกียร์อัตโนมัติ ทริปมิเตอร์แจ้งระยะทางมีหน่วยเป็นกิโลเมตร แจ้งเตือนเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถแล่นไปถึง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบเฉลี่ย และอัตราสิ้นเปลืองขณะขับขี่ด้วยจอที่เล็กนิดเดียวแต่ทำงานได้ครอบคลุมเพื่อ ทำหน้าที่แจ้งเตือนระบบต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขับขี่ รุ่น Sport ยังมีสวิตช์สตาร์ตและดับเครื่องยนต์ติดตั้งมาให้ ส่วนรุ่น G ยังคงใช้การสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยการบิดกุญแจเหมือนเดิม



กึ่ง กลางคอนโซลติดตั้งชุดเครื่องเสียงหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ รวมถึงสุ้มเสียงที่ขับออกมาจากลำโพงแค่พอฟังได้ จะเอาดีกว่านี้ก็ต้องลงเพิ่ม ระบบเครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่องเชื่อมต่อ AUX-USB วิทยุ AM/FM รองรับการแสดงผลบนจอสีฟ้าเป็นภาษาไทย เครื่องเสียงถูกวางไว้เหนือช่องแอร์ทำให้เอื้อมมือไปหมุนปุ่มยากไปสักนิด แต่ปุ่มปรับความดังและปุ่มเลือกเพลงหรือเลือกสถานีที่พวงมาลัยช่วยให้การ ปรับตั้งสั่งงานเครื่องเสียงง่ายขึ้นมาก คอนโซลกลางต่ำจากช่องแอร์ลงมาเป็นที่อยู่ของระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล จอแจ้งเตือนระดับอุณหภูมิแบบตัวเลขสีฟ้า และสวิตช์ทรงกลมที่ใช้กดสั่งงานทั้งระดับความแรงของพัดลมแอร์ ทิศทางของลมแอร์ในห้องโดยสารและโหมดต่างๆ ของชุดควบคุมอุณหภูมิ มีรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้งาน



พวง มาลัยแบบสามก้านหุ้มหนังแท้ตามสมัยนิยม ทำออกมาได้ดีและออกแบบให้จับได้อย่างกระชับมั่นคง พวงมาลัยทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่มีการต่อเชื่อมกับเครื่องยนต์ทำให้ไม่กินกำลังเครื่องยนต์แบบพวงมาลัย พาวเวอร์ สายพานที่มีจุดเชื่อมกับเครื่องยนต์โดยใช้พูเล่ย์หมุนปั๊มน้ำมันไฮดรอลิก ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีใหม่ของระบบบังคับเลี้ยวทำให้พวงมาลัยไฟฟ้า แพร่หลายอย่างรวดเร็ว รายละเอียดอื่นๆ เช่น ที่วางแก้วน้ำและช่องเก็บของใต้คอนโซลหน้ากับช่องเก็บของข้างแผงประตูยังคง มีมาให้เหมือนเดิมตามสไตล์รถยนต์ของ Toyota



หัวใจ ของ Toyota New Vios วางเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เป็นเครื่องยนต์เบนซินสี่กระบอกสูบ 16 วาล์ว ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป (DOHC) พร้อมด้วยระบบวาล์วแปรผันต่อเนื่อง VVT-i มีปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,497 ซีซี รหัส 1NZ-FE เป็นเครื่องยนต์ที่มีการทำงานให้กำลังในรูปของแรงบิดซึ่งมีระดับที่ีพอเหมาะ กับขนาดและน้ำหนักของ New Vios เครื่องยนต์ 1NZ-FE ตัวนี้มีเรี่ยวแรงทั้งสิ้น 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที ค่าการคาย Co2 ผ่านมาตรฐาน EURO4 ระบบวาล์วแปรผัน เอกสิทธิ์ของ Toyota VVT-i Variable Valve Timing Intelligent อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 11.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 179 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ Super ECT ใช้การเข้าเกียร์แบบขั้นบันได Gate Type เพื่อป้องกันความผิดพลาด เครื่องยนต์ 1NZ-FE ใน New Vios ยังมีการใช้ยางแท่น เครื่องแท่นเกียร์ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อความมั่นคง ป้องกันอาการสั่นสะท้านและเพิ่มความเสถียรขณะเครื่องยนต์ทำงาน



ระบบ รองรับของซีดานขนาดกะทัดรัดคันนี้ ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพแก๊สและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังใช้แบบยอดนิยมของรถเล็กด้วยกันสะเทือนทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลงที่ีคล้ายกันกับรุ่นเดิม เนื่องจากของเดิมก็โอเคอยู่แล้ว ระบบเบรกแบบดิสเบรกสี่ล้อ คาร์ลิปเปอร์อัลลอยกับจานเบรกแบบเหล็กหล่อ ระบบเบรกของ New Vios ยังมีตัวช่วยพวก ABS ป้องกันล้อล็อก EBD เฉลี่ยแรงเบรกในแต่ละล้อให้ทำงานบนความสมดุลเพื่อป้องกันอาการท้ายปัด ระบบเสริมแรงเบรกแบบ BA ช่วยเพิ่มแรงของการเบรกจากปั๊มไปที่คาร์ลิปเปอร์ ในกรณีที่ต้องเบรกกะทันหัน จานเบรกคู่หน้ามีช่องระบายความร้อน ระบบเบรกยังถูกปรับปรุงประสิทธิภาพของหม้อลมเบรกให้มีความสัมพันธ์ไปกับ น้ำหนักที่กดลงไปบนแป้นเบรก โดยทำการปรับรูปทรงของ Air Valve ใหม่หมด



ระบบความปลอดภัยใน Toyota New Vios โครงสร้างตัวถัง GOA ออกแบบให้ห้องโดยสารมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการชนปะทะ ด้านหน้ามีดีไซน์ลาดเอียงเพื่อลดการบาดเจ็บของคนเดินเท้าหากเกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชน ด้านข้างของตัวถังออกแบบเพื่อลดแรงกระแทกศีรษะด้านข้าง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS Airbag เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติในทุกตำแหน่ง เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WLI ออกแบบเพื่อลดอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอหากเกิดการชนที่บริเวณท้ายรถ ตัวถังยังถูกเสริมเพิ่มความหนาของเนื้อโลหะในตำแหน่งที่สำคัญ เพิ่มโครงสร้างเหล็กค้ำตัวถังและเพิ่มจุดเชื่อมอีก 100 จุดเพื่อทนต่อการบิดตัวขณะเข้าโค้ง แชสซีของ New และส่วนประกอบของตัวรถมากกว่า 50% ผลิตจากโลหะเหล็กที่ทนแรงดึงสูง หรือ High Strength Steel Sheet

ราคา Toyota New Vios 2013
รุ่น 1.5 S A/T เกียร์อัตโนมัติ.....................734,000 บาท
รุ่น 1.5 G A/T เกียร์อัตโนมัติ....................699,000 บาท
รุ่น 1.5 E A/T เกียร์อัตโนมัติ.....................649,000 บาท
รุ่น 1.5 E M/T เกียร์ธรรมดา.....................614, 000 บาท
รุ่น 1.5 J A/T เกียร์อัตโนมัติ......................589,000 บาท
รุ่น 1.5 J M/T เกียร์ธรรมดา......................559,000 บาท

สี
1-Quartz Brown Metallic
2-Silky Beige Metallic
3-Red Mica Metallic
4-Super White
5-Silver Metallic
6-Gray Metallic
7-Attitallic Black Mica



TOYOTA NEW VIOS -S Specifications
เครื่องยนต์.................................................เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ
รหัสเครื่องยนต์..........................................1NZ-FE
วาล์ว..........................................................4 วาล์วต่อสูบ=16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันต่อเนื่อง VVT-i
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ........................1,497 ซีซี
กระบอกสูบxช่วงชัก....................................75.0 mm x 84.7 mm
อัตราส่วนกำลังอัด......................................10.5:1
แรงม้าสูงสุด................................................109 แรงม้า(PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด................................................141 นิวตันเมตร (14.4 กิโลกรัมเมตร) ที่ 4,200 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง......................................หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI
ระบบส่งกำลัง..............................................เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Shift Lock

ระบบบังคับเลี้ยว.........................................พวงมาลัยไฟฟ้า ESP
รัสมีวงเลี้ยวแคบสุด....................................5.7 เมตร

ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า.....................................................แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพแก๊ส เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง.....................................................ทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง

ระบบเบรก
ด้านหน้า....................................................ดิสเบรคแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง....................................................ดิสเบรก
ล้อและยาง.................................................อัลลอยขอบ 16 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Turanza ER33 ไซส์ 195/50/R16

มิติตัวถัง
ความกว้าง................................................1,700 mm
ความยาว..................................................4,410 mm
ความสูง....................................................1,475 mm
ความยาวช่วงฐานล้อ................................2,550 mm
ความกว้างช่วงฐานล้อ..............................1,455-1,445 mm
ความสูงจากพื้น.........................................145 mm
น้ำหนักรถโดยประมาณ.............................1,075 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง....................................42 ลิตร

อาคม รวมสุวรรณ
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

www.thairath.co.th

http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

ของดีมีไว้ให้ลอง TOYOTA NEW VIOS (Part1)

Pic_347804

แล้ว ก็ถึงช่วงเวลาของการขับขี่ทดสอบยนตกรรมสุดฮิตของคนเมือง Toyota New Vios 2013 ตอนแรกกับการรีวิวรูปลักษณ์ภายนอก-ภายใน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง สีและราคา...
การ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรถยนต์ยอดนิยมที่เคยสร้างรายได้ เป็นกอบเป็นกำให้กับ บริษัท Toyota ทำให้ค่ายสามห่วงต้องทำการบ้านอย่างหนักทั้งงานด้านวิศวกรรมของตัวรถและงาน ทางด้านการตลาดที่มีความเข้มข้นสูงสุด รถ New Vios ได้กลายเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมที่ได้รับความนิยมมาช้านานแล้วตั้งแต่ยังใช้ ชื่อโมเดลว่า Soluna เมื่อห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนรุ่นมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำได้ดี ต้องดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งเครื่ยงยนต์ ระบบขับเคลื่อน เช่น เกียร์ ช่วงล่าง และแชสซี ตลอดจนโครงสร้างตัวถังและรูปแบบของอุปกรณ์ทั้งภายนอกและภายในถูกปรับให้มี ความเหนือกว่ารุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน อย่างที่เคยบอกไว้ว่าการจะสร้างของที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีกเป็นเรื่อง ที่ยากเย็นแสนสาหัส หากรถยนต์รุ่นใหม่มีทุกอย่างที่โดนใจรวมถึงการขับขี่ที่ดี แต่มีหน้าตาทรวดทรงองค์เอวโบราณบานบุรีตกยุคตกเทรนด์ดูคล้ายรถเก่า ก็ยากที่จะสามารถครองตลาดเอาไว้ได้ โจทย์ที่วิศวกรของค่าย Toyota ตีแตกคือ หยุดทำรถหน้าตาบ้านๆ แล้วเริ่มทำรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์สัดส่วนดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา นอกจากจะสวยขึ้นแล้ว การขับขี่ที่ดีขึ้นของ New Vios จะช่วยทำให้ค่ายเจ้ายุทธจักรยอดขายรถยนต์สูงสุดอย่าง Toyota ยึดครองบังลังก์ตัวเลขยอดขายอันดับที่หนึ่งต่อไป


ดี ไซน์ของไฟหน้าที่คาดกลางด้วยกระจังพลาสติกโครเมียมสีเงินกับชิ้นงานที่ทำ เป็นช่องรับอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับห้องเครื่องยนต์ ทำให้ New Vios มีหน้าตาที่คมคายลงตัวมากยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ใหม่ของเจนเนอเรชั่นล่าสุดเปลี่ยนแปลงไปมากจนจำแทบไม่ได้ กันชนหน้าหรือสปอยเลอร์มีไฟตัดหมอกทรงกลม สอดคล้องกับช่องรับอากาศที่ทำจากพลาสติกสีดำ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์รมดำ (รุ่นสปอร์ต) กับคิ้วโครเมียมที่เป็นชิ้นงานกระจังยกระดับมุมมองผสมกับอารมณ์ของรถยุโรป อยู่เล็กๆ มันคือ Toyota ในยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นยุคที่ผู้บริหารหันมาสนใจรูปทรงและสมรรถนะของตัวรถมากกว่ายอดขาย คำประกาศว่า Fun To Drive ตามปณิธานของประธานบริษัทที่เชื่อมโยงการขับขี่ให้เข้ากับความสนุกสนานหลัง พวงมาลัย รถ New Vios มีด้านหน้าที่สวยงามลงตัว และมันได้กลายมาเป็นอาวุธเด็ดที่ค่ายสามห่วงใช้ถล่มฝ่ายตรงข้าม สลัดคราบรถบ้านที่มีหน้าตาธรรมดาลงไปโดยสิ้นเชิง



แก้ม ข้างและแนวยกตัวขึ้นเล็กน้อยของขอบฝากระโปรงหน้ามีความลงตัว แก้มข้างหรือบังโคลนรับกับเสาหน้า แนวองศาของเสาหน้ามีความลาดเอียงมากกว่ารุ่นที่แล้วเล็กน้อย ทำให้ New Vios ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มือจับประตูโครเมียมยังคงเสริมเติมแต่งความหรูหรา เอาอกเอาใจเจ้าของซึ่งเป็นชนชั้นกลางกันอย่างสุดๆ กระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยวสีขาวใสติดมาให้จากโรงงาน กระจกยังปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้า แนวของหลังคาใช้ความเชื่อมโยงกับระบบอากาศพลศาสตร์ โดยออกแบบให้เป็นลอนเพื่อรีดอากาศที่ไหลผ่านได้ดีกว่าหลังคาแบบเรียบ สำหรับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของอากาศทางวิศวกรของ Toyota แจ้งว่าค่า Cd ของ New Vios เท่ากับ 0.28 เส้นด้านข้างตัวถังที่เข้ามาเสริมมิติมุมมองด้านข้างไล่จากแนวของประตูบาน หน้าไปจนถึงขอบของไฟท้าย รถ New Vios ใช้เสาอากาศวิทยุแบบยางสีดำและสามารถพับได้เพื่อป้องกันการหัก ในรุ่น S หรือรุ่นสปอร์ตของ New Vios ใส่ล้ออัลลอยลาย 8 ก้านสีเงินขอบ 16 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางลดแรงต้านทานกับผิวถนน Bridgestone รุ่น Turanza ER33 ไซส์ 195/50/R16 มันคือยางที่ออกแบบให้ลดแรงเสียดทานกับผิวถนนได้ดีโดยที่กริ้บหรือการยึด เกาะยังคงปกติ ส่วนรุ่นที่รองลงมาอย่างรุ่น G / E / J มีล้ออัลลอยขอบ 15 นิ้วกับยาง Bridgestone รุ่น Turanza ER33 ขนาด 185/60/R15 เป็นยางติดรถมาตรฐานจากโรงงาน โครงสร้างมาตรฐาน GOA มีค่าต้านทานแรงบิดตัวดีขึ้นเล็กน้อย ส่งผลไปถึงความมั่นคงเมื่อขับเข้าโค้ง เสาหลังที่ลาดเอียงโค้งรับกับแนวกระจกบานหลังเพื่อความลู่ลม



บั้น ท้าย ของ New Vios วางไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่มีมุมแหลมทะแยงขึ้นไปจดกับเส้นนำสายตาด้านข้าง ไฟท้ายมัลติรีเฟลทเตอร์ ใช้หลอดไฟแบบผสม ชิ้นงานของไฟท้ายผลิตขึ้นรูปด้วยโพลิเมอร์สีแดง-ขาว ฝาท้ายเปิดออกได้ด้วยมุมที่กว้างจากการออกแบบเพื่อเน้นความสะดวกสบายเมื่อ ต้องขนสัมภาระมาไว้ยังพื้นที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหลัง เหนือตำแหน่งของป้ายทะเบียนมีชิ้นงานพลาสติกโครเมียมเงาเดินเส้นคาดกลาง ฝากระโปรงท้ายยกตัวขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับมุมของฝาหน้า สปอยเลอร์หลังขนาดไม่เล็ก ชายล่างของสปอยเลอร์ตรงมุมทั้งสองด้านติดตั้งพลาสติกสะท้อนแสงสีแดงเพื่อ ความปลอดภัยเมื่อต้องจอดรถในที่มืด ส่วนไฟเบรกดวงที่สามยังมีมาให้เหมือนเดิมโดยอยู่กึ่งกลางของกระจกบานหลัง เพื่อมุมมองที่ดีของรถที่ตามหลังมา

20 เทคนิค แต่งคอนโดเช่า ให้สวยปิ๊ง



แม้ว่าการเช่าคอนโดจะสะดวกสบายดี แถมยังเลือกทำเลที่ต้องการได้ตามใจ แต่การเช่าคอนโดก็ มาพร้อมข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่จำกัด ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าจัดแต่งห้องในคอนโดเช่ากันมากเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าลองเอาเทคนิคตกแต่งคอนโดเช่าที่เรารวบรวมมาฝากไปใช้กันดู ล่ะก็ รับรองว่าต่อให้มีพื้นที่จำกัดหรือมีกฎยุ่งยากสักแค่ไหน ห้องของคุณก็ดูดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องต่อเติมให้วุ่นวายหรือผิดกฎผู้เช่าแน่นอนจ้า
1. ติดชั้นวางกรอบรูปที่ผนัง
ใช้ชั้นวางของแบบติดผนังเป็นที่วางรูปเก๋ ๆ จะช่วยให้ห้องดูมีดีเทลขึ้นอีก แถมยังทำให้รูปดูเด่นกว่าเดิมด้วย ทั้งนี้ไม่ต้องเลือกชั้นลายพร้อยจนรกตาหรอกนะ แค่แบบเรียบ ๆ แล้วให้รูปเป็นตัวสร้างสีสันก็พอแล้ว อาจจะหาซื้อชั้นติดผนังแบบที่ไม่ต้องเจาะกำแพงแทนก็ได้หากคอนโดใครไม่อนุญาต ให้เจาะ เดี๋ยวนี้ก็มีขายให้เห็นเยอะเลยล่ะ
2. ทาสีเฟอร์นิเจอร์ให้แจ่ม
ถ้าคุณไม่สามารถทาสีกำแพงได้ เพราะยุ่งยากเกินไป หรือข้อห้ามอะไรก็แล้วแต่ ก็หันมาทาสีเฟอร์นิเจอร์แทนก็ได้นี่นา หรือจะติดลวดลายเสริมเข้าไปก็เข้าท่าดีเหมือนกัน แค่นี้ก็ทำให้ห้องดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นทันตาเห็นแล้ว แถมยังไม่ต้องไปยุ่งกับผนังให้ผิดกฎอีกด้วย
3. เพิ่มชั้นวางของแบบตะแกรง
สำหรับคนที่มีพื้นที่ไม่พอจะเก็บของในครัวได้หมด ก็เอาชั้นวางของแบบตะแกรงไปติดเพิ่มดู รับรองว่าจะได้ที่วางของเพิ่มขึ้นอีกเยอะ โดยไม่เปลืองเนื้อที่เลยล่ะ
4. ปูพรมใหม่แทนพื้นเก่า
หลาย ๆ คนอาจต้องทนอยู่กับพื้นเดิม ๆ ของคอนโดที่ไม่สวยถูกใจ เพราะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนพื้นใหม่ ถ้าอย่างนั้นก็เอาพรมขนาดใหญ่พิเศษมาใช้แต่งห้องกันดีกว่า โดยวางทับพื้นที่ไม่ถูกใจซะ จะได้ช่วยให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วน แถมดูน่ามองขึ้นได้อย่างที่ต้องการ
5. เติมสีสันให้ห้องน้ำ
ห้องน้ำเดิมในคอนโดอาจมาพร้อมสีที่คุณไม่ชอบสักเท่าไหร่ เช่น ห้องน้ำสีขาวเรียบ ๆ ที่ดูจืดชืด ซึ่งวิธีง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนให้ดูโดดเด่นขึ้น ก็แค่ใช้สีอื่น ๆ โดยเฉพาะสีสดใสมาเสริมเข้าไปก็พอ เท่านี้ก็เหมือนได้ห้องน้ำใหม่แล้วล่ะ วิธีนี้สามารถใช้กับสีอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกันนะคะ
6. ทำชั้นวางรองเท้าหน้าประตู
เพื่อให้โถงทางเดินของคุณดูน่าสนใจ อีกทั้งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตประจำวันของตัวเอง ก็ควรติดชั้นวางของไว้เก็บพวกกระเป๋า รองเท้า หรือเป็นที่วางร่มด้วยก็ดีนะคะ จะได้ไม่ต้องวางของเหล่านั้นให้เกะกะทางเดินที่คับแคบอยู่แล้วให้อึดอัดขึ้น อีก
7. ใช้กระจกตั้งพื้น
เป็นที่รู้กันดีว่ากระจกเป็นของแต่งห้องที่จำเป็นมาก เพราะช่วยสะท้อนแสงสว่างให้ห้องแคบ ๆ ดูกว้างขึ้นได้ แถมยังเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันที่แทบทุกคนขาดไม่ได้ ดังนั้นอย่าลืมเลือกกระจกสวย ๆ มาติดเอาไว้ในคอนโด โดยเลือกกระจกตั้งพื้นที่ไม่ต้องเจาะผนังด้วยนะคะ
8. เพิ่มจุดเด่นให้โทรทัศน์
ในเมื่อโทรทัศน์เป็นแหล่งรวมความบันเทิงของทุกคน ก็ต้องให้ความสำคัญกับการตกแต่งซะหน่อย ด้วยการเอารูปภาพสวย ๆ ไปติดบริเวณนั้น เท่านี้ก็จะช่วยให้มุมโทรทัศน์ในคอนโดของคุณดูมีราคาขึ้นได้ง่าย ๆ แล้ว
9. อ่างล้างหน้าเข้ามุม
เพื่อเป็นการใช้พื้นที่แคบ ๆ ในห้องน้ำของคอนโดที่ คุณเช่าอยู่ให้คุ้มค่า ควรเอากระจกและอ่างล้างหน้าไปติดบริเวณมุมห้องดู จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากขึ้น และอย่าลืมคำนึงถึงข้อห้ามในการตกแต่งด้วยนะคะ ว่าคอนโดของใครตั้งกฎไว้แค่ไหนบ้าง
10. เฟอร์นิเจอร์โปร่งใส
หากว่าคุณมีพื้นที่จำกัด แต่อยากจัดห้องอาหารเก๋ ๆ กับเขาดูบ้าง ก็สามารถทำได้โดยใช้โต๊ะและเก้าอี้ที่เป็นแบบโปร่งใสเข้าช่วยดู จะทำให้ห้องดูปลอดโปร่งสบายตา แม้คอนโดที่เช่าอยู่จะคับแคบแค่ไหนก็ตาม
11. ชั้นวางของหลังโซฟา
แน่นอนว่าห้องรับแขกในคอนโดเป็นห้องที่มีของมากมายอยู่เต็มไปหมด เพราะเป็นห้องเดียวที่คุณจะใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ บ่อยที่สุด ดังนั้นการเอาชั้นหนังสือ หรือชั้นวางของ มาวางด้านหลังโซฟา นอกจากจะช่วยให้โซฟาของคุณดูสวยโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่วางของขึ้นมาอีกด้วย
12. นำของในสวนมาแต่งห้อง
ลองประยุกต์เอาของที่ใช้ประดับนอกบ้าน เช่น ม้านั่งในสวน มาทำเป็นเก้าอี้หรือโต๊ะกาแฟวางของดู จะได้มุมนั่งเล่นที่สวยแปลกตาไปอีกแบบ โดยไม่ต้องต่อเติมให้ผิดกฎ

13. ใช้ผ้าม่านแทนผนัง
คอนโดเช่าโล่ง ๆ ที่ไม่สามารถต่อเติมผนังกั้นห้องให้เป็นสัดเป็นส่วนได้ ลองแก้ปัญหาด้วยการเอาผ้าม่านมากั้นห้องแทนก็ได้นะคะ จะได้ดูเบาสบายตา แถมยังเปลี่ยนลุคใหม่ ๆ ได้บ่อยด้วย
14. วางเก้าอี้ในห้องน้ำ
เพื่อให้ห้องน้ำของคุณดูดีมีสไตล์มากขึ้น ลองเอาเก้าอี้ไปวางเสริมไว้ในห้องน้ำแบบเก๋ ๆ ซึ่งคุณสามารถใช้มันเป็นเก้าอี้นั่งแก้เมื่อยตอนนั่งทาครีมนาน ๆ ได้สบายขึ้น ถ้าอยากประหยัดจะใช้เก้าอี้วินเทจราคาเบา ๆ ก็ได้นะ
15. ซ้อนผ้าม่านให้ดูหรู
อีกวิธีที่จะช่วยให้คอนโดเช่าธรรมดา ๆ ของคุณดูหรูหราขึ้นได้ ก็คือการเอาผ้าม่านติดซ้อนกันเป็นตัวเพิ่มมิติความน่าสนใจนั่นเอง ซึ่งวิธีนี้เหมาะจะใช้แต่งในห้องนอนและห้องรับแขกมากเป็นพิเศษ
16. เตียงเดี่ยวใช้แทนโซฟา
ประยุกต์เตียงเดี่ยวมาใช้ทำเป็นโซฟานั่งเล่นซะเลย แค่นี้ห้องนั่งเล่นในคอนโดเช่าของคุณก็นั่งสบายมากขึ้นแล้ว แถมยังสามารถทิ้งตัวลงนอนได้สบาย ในยามดูทีวีแล้วเกิดเคลิ้มง่วงขึ้นมาอีกต่างหาก
17. บิวท์อินชั้นหนังสือ
ชั้นหนังสือแบบบิวท์อิน นอกจากจะใส่หนังสือได้เยอะจุใจแล้ว ยังประหยัดเนื้อที่อีกด้วย เหมาะกับคนรักการอ่านที่อยากมีห้องสมุดในบ้านแต่มีพื้นที่จำกัด ลองมองหาชั้นวางหนังสือแบบเปิดโล่ง จะทำให้คอนโดดูไม่อึดอัดจ้า
18. ประดับกรอบรูปบนผนัง
ผนังที่โล่งเกินไป อาจทำให้ห้องดูจืดชืดไม่น่ามอง ดังนั้นก็ได้เวลานำรูปสวย ๆ ที่เคยถ่ายเก็บไว้มาออกงานบ้างแล้วล่ะ โดยเพียงแค่นำรูปเหล่านั้นไปใส่กรอบ จะต่างลวดลาย หรือต่างขนาดก็แล้วแต่ชอบ จากนั้นนำมาประดับไว้ที่ผนัง ก็จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศแคบ ๆ ในคอนโด ให้น่ามองขึ้น
19. ใส่ใจของเล็ก ๆ น้อย ๆ
แม้แต่ของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณมองข้าม ก็สามารถช่วยให้บ้านดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นได้เหมือนกันนะ เช่น การเลือกหมอนอิงสกรีนลายเท่ ๆ หรือสีแสบสันจี๊ดจ๊าดมาใช้ เป็นต้น ขอแค่เข้ากับธีมการตกแต่งโดยรวมก็ใช้ได้แล้วล่ะ
20. ผ้าปูโต๊ะยาว ๆ ช่วยบังความรก
ใช้ผ้าปูโต๊ะยาว ๆ ปกปิดของจุกจิกที่คุณแอบเก็บไว้ นอกจากจะช่วยปิดบังความรกได้แล้ว ยังช่วยให้ห้องดูน่ารักไปอีกแบบด้วยนะ สามารถใช้ได้ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องอื่น ๆ ก็ได้จ้า
เห็นไหมล่ะว่า ที่จริงแล้วหากรู้เทคนิคดี ๆ ล่ะก็ คุณเองก็สามารถมีห้องสวย ๆ ได้ ไม่แพ้คนที่อยู่บ้านกว้าง ๆ เหมือนกัน ดังนั้นอย่ารอช้า ลองเอาเทคนิคที่ว่านี้ไปใช้กันดูนะคะ ต่อไปไม่ว่ามองไปมุมไหนจะได้ชื่นชมความสวยของคอนโดที่เช่าอยู่ได้ตลอดเวลานะ คะ

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

LA FERRARI ม้าลำพองผยองเดช


950 แรงม้า 0-100 ใน 3.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 347 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างเพียงแค่ 499 คัน แต่ขายหมดตั้งแต่เปิดจองบนราคาค่าตัว 1 ล้านปอนด์
คุณ ต้องมี Ferrari ในครอบครองสี่คันขึ้นไปถึงจะมีสิทธิสั่งจอง นี่คือ La Ferrari ม้าลำพองผยองเดชตัวตายตัวแทน F50 / F60 ด้วยรหัส F150...

หลัง จาก Ferrari ENZO ซุปเปอร์สปอร์ตคาร์เครื่องวางกลางแห่งตำนานได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวง การซุปเปอร์คาร์ในปี 2002 12 ปีต่อมากับการสานต่อประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของค่ายม้าลำพอง ก่อกำเนิดสายพันธุ์ของสุดยอดรถสปอร์ตจากอิตาลีที่เหนี่ยวนำระบบอากาศ พลศาสตร์มาผสมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ นี่คือ Ferrari ที่มีอักษร La นำหน้า นับเป็นครั้งแรกของการสร้างรถซุปเปอร์คาร์ที่มีการนำเอาเทคโนโลยีของรถแข่ง F1 มาผสมผสานกับระบบขับเคลื่อนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรง บนเรือนร่างที่ถ่ายทอดทั้งอารมณ์สปอร์ตและความงดงามพลิ้วไหวของงานดีไซน์ที่ ก้าวไกล มันจะเป็นตัวแทนที่อยู่บนแถวหน้าสุดของ Ferrari และเป็นรถยนต์ที่แม้จะยังสร้างไม่เสร็จแต่ถูกขายไปหมดเรียบร้อยแล้ว!! มูลค่า 1 ล้านปอนด์ของมันคือเงินที่คนจำนวน 499 คนยอมจ่ายทั้งๆ ที่ต้องรอกันอีกยาวเกือบสองปี


ตัว ถังที่ทำจากคาร์บอนมีชุดแอร์โรไดนามิกส์ที่ปรับได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ เมื่อวิ่งทางตรง ปีกหลังและช่องต่างๆ บนตัวถังจะสร้างแรงกดในระดับที่มีความสมดุลไปตามความเร็วที่แท้จริง ที่ความเร็วสูงสุด มันอาจสร้างแรงกดได้ถึง 600 กิโลกรัม อากาศพลศาสตร์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญในรถซุปเปอร์คาร์เมื่อต้องทำความเร็ว โครงแชสซีที่ทั้งเบาและแข็งแกร่งทำจากคาร์บอนคล้ายกับรถรุ่น F50 แต่นำเทคโนโลยีของรถแข่ง F1 ในปัจจุบันมาปรับใช้ทั้งหมด กรรมวิธี Autoclave มีห้องอบแรงดันสูงเพื่อขึ้นรูปแผ่นคาร์บอนให้กลายมาเป็นอ่างและโครงสร้างของ ห้องโดยสารแบบสองที่นั่ง แชสซีของ La Ferrari ทนทานต่อแรงบิดตัวได้มากถึง 22% เมื่อเทียบกับบรรพบุรุษของมันในรุ่นที่ผ่านมาอย่าง Ferrari ENZO ตัวถังคาร์บอนแบบใหม่ล่าสุดลดน้ำหนักลงไปอีก 30 กิโลกรัม น้ำหนักของตัวรถประมาณ 1,250 กิโลกรัม ถือว่าไม่มากนักสำหรับซุปเปอร์คาร์ระดับ 789 แรงม้าคันนี้


สัด ส่วนของตัวถัง La Ferrari เป็นงานศิลปะชิ้นเอกในวงการซุปเปอร์คาร์ ถือเป็นรถ Ferrari ที่สวยที่สุดเท่าที่เคยถือกำเนิดขึ้นในโรงงานที่มาราเนลโล มันมีสัดส่วนของความแบน กว้างและเตี้ยรวมถึงด้านข้างที่ดูดีมาก แนวคิดของการออกแบบเกิดขึ้นจากการขัดเกลาในอุโมงค์ลมทดสอบในขั้นตอนของการ พัฒนาตัวรถ ความยากอยู่ตรงที่ระบบแอร์โรไดนามิกส์ต้องดีและมีความสวยงามโดนใจลูกค้า (ที่สั่งจอง) ทุกๆ ส่วนของรถตั้งแต่หน้าไปจนจดบั้นท้ายที่นอกจากจะแสดงออกถึงความสามารถในการ ออกแบบและความงดงามแล้ว ยังมีค่าทางหลักอากาศพลศาสตร์ที่ถูกต้องอีกด้วย จมูกของรถที่แหลมและมีลิ้นกดอากาศทำจากคาร์บอนคอมโพสิตเพื่อช่วยสร้างแรงกด เมื่อเครื่องยนต์ถูกวางอยู่กลางลำตัว ช่องรับอากาศเข้าห้องเครื่องยนต์ที่แนวข้างมีขนาดใหญ่และมีดีไซน์ที่กลมกลืน ไปกับโป่งของซุ้มล้อหลัง เสาหน้าลาดเอียงคล้ายกับยานอวกาศค่อยๆ ไล่ลดองศาไปจนถึงส่วนท้ายอย่างลงตัว คุณต้องเห็นตัวจริงด้วยสายตาของคุณเองจึงจะรู้ว่า LA Ferrari เป็นรถที่สวยงามขนาดไหน


ระบบ กันสะเทือนที่ต้องรับหน้าที่หนักวางปีกนกอัลลอยและคอยสปริง เหล็กกันโคลงกับจุดยึดที่ผ่านการคำนวณค่าทางเรขาคณิตมาเป็นอย่างดี ด้านหน้าที่ต่ำมากจากลิ้นหน้าที่ช่วยเสริมแรงกดทำให้วิศวกรของ Ferrari ต้องออกแบบให้ด้านหน้าของ La Ferrari สามารถยกตัวขึ้นได้เมื่อวิ่งผ่านผิวทางที่ไม่เรียบ ระบบ Active Suspension ใช้โช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า Magne Ride ควบคุมการทำงานปรับความหนืดด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะไปเหนี่ยวนำของเหลวหรือ น้ำมันในกระบอกโช้คให้ปรับค่าแปรผันไปตามสภาพของถนนแบบอัตโนมัติ โช้คอัพปรับปรุงจากโช้คของรถรุ่น 458 ระบบนี้สามารถควบคุมการเต้นขึ้นลงของโช้คอัพได้ดีขึ้น ส่วนระบบเบรกใช้จานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก 6 พอตที่ด้านหน้าและด้านหลัง คาร์ลิปเปอร์เบรก ผลิตโดยบริษัท Brembo แต่แปะตรา Ferrai และพ่นด้วยสีแดงตามสไตล์ของม้าลำพอง ระบบสำรองพลังงานจากการเบรก หรือ Brake Energy Re-Generation จะทำการชาร์จประจุกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อนำมาปั่นชุดมอเตอร์เสริมแรง รวมถึงแรงบิดส่วนเกินที่เกิดจากเครื่องยนต์ก็จะถูกนำไปปั่นกระแสไฟฟ้าใส่แบ ตฯ ด้วยเช่นกัน


ตำแหน่ง นั่งขับของคนที่เสียเงินไปถึงล้านปอนด์ต้องดูดีและรองรับสรีระได้อย่างใจ เบาะเคฟล่าร์ถูกหล่อเป็นชิ้นเดียวกันกับอ่างของห้องโดยสารแบบรถ F1 เจ้าของรถจะถูกวัดตัวหลังจากจ่ายเงินเพื่อนำสัดส่วนของร่างกายไปหล่อตัวเบาะ เบาะหุ้มด้วยหนังเนื้อนุ่มสีแดงมีเส้นสีเทาเดินคาดเพื่อมอบบรรยากาศแบบ สปอร์ตสุดขั้ว สำหรับการปรับตั้งระยะความสูงและความห่างของพวงมาลัยกับแป้นคันเร่งกับเบรก จะช่วยให้ผู้ที่มีร่างกายสัดส่วนใกล้เคียงกับเจ้าของสามารถขับขี่ได้ แต่ถ้าต่างกันมากก็ลืมไปได้เลย ห้องโดยสารสองที่นั่งของ La Ferrari ค่อนข้างคับแคบจากรูปแบบของหลังคาและเสาหน้าที่ลาดเอน คอนโซลคาร์บอนหุ้มด้วยหนังกลับ ช่องแอร์ทรงกลมกับหน้าปัดแบบ TFT ปรับเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลได้หลากหลาย โดยเฉพาะวัดรอบที่มีให้ถึงหมื่นรอบต่อนาที พวงมาลัยแบบฐานตัดบนล่างทำจากคาร์บอนหุ้มหนังกลับกันลื่น ก้านทั้งสามล้อมรอบสวิตช์ปรับแต่งโหมดการขับ สวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ ปุ่ม Manettino เลือกโหมดรูปแบบของการขับ 5 ระดับ มีตั้งแต่วิ่งเรื่อยๆ ด้วยความเร็วต่ำในเมืองไปจนถึงซิ่งสุดกำลังในสนามแข่ง สวิตช์ควบคุมออกแบบโดยสองนักขับจาก Scuderia Ferrari นั่นก็คือ Fernando Alonso และ Felipe Massa เพื่อให้มันส่งถ่ายบรรยากาศรถ F1 ให้ได้มากที่สุด คอนโซลกลางมีปุ่ม Launch Control ปุ่มเกียร์ถอย และปุ่มโหมด Auto สองนักซิ่งของม้าลำพองพยายามทำให้ปุ่มสั่งงานทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งที่ง่าย ต่อการใช้งาน ทั้งที่ย่านความเร็วต่ำและขณะที่ควบด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย หรือ Paddle Shift ใช้ก้านคาร์บอนทรงพระจันทร์เสี้ยวอยู่ในจุดที่เพียงกระดิกนิ้ว เกียร์ก็จะเปลี่ยนตำแหน่งทันทีเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานอย่างที่สุด ก้าน Paddle หลังวงพวงมาลัยของ La Ferrari จึงมีขนาดที่ยาวเป็นพิเศษ


เครื่อง ยนต์ V12 6,262 ซีซี พ่วงอุปกรณ์สำรองพลังงาน HY KERS กำลังที่ได้จากเครื่องยนต์ประมาณ 790 แรงม้า บวกกับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงม้าจะทะลุไปถึง 950 แรงม้า แรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์ตัวนี้ทะลุไปถึง 516 ปอนด์-ฟุตที่ 9,550 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปล้อหลังด้วยเกียร์ F1 7 SPEED Dual Clutch เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 347.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การมีมอเตอร์ไฟฟ้ามาพ่วงในระบบขับเคลื่อนทำให้สามารถปรับเครื่องยนต์โดยเน้น ไปที่การให้กำลังในรอบที่ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดได้ ระบบเสริมแรงและสำรองพลังงาน HY-KERS ทำให้การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งดีขึ้นมาก มอเตอร์ที่ติดตั้งอยู่กับเฟืองท้ายแทนที่จะอยู่ในเครื่องยนต์หรือเกียร์ทำ ให้การสูญเสียแรงลดน้อยลง สำหรับจำนวนการผลิต La Ferrari นั้น พวกมันจะถูกสร้างขึ้นเพียงแค่ 499 คันในโรงงานแห่งเดียวของ Ferrari ที่มาราเนลโล ไม่ต้องแปลกใจที่รถทั้ง 499 คันนั้นมีเจ้าของหมดแล้ว โดยเจ้าของส่วนใหญ่จะอยู่ในยุโรป สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง จีนและสิงคโปร์.


อาคม รวมสุวรรณ
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom


http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif