โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนหุล
จริงๆ แล้วชื่อเสียงของยางรถยนต์โยโกฮาม่าในประเทศไทยนั้นมีอยู่มาอย่างยาวนานนับ ตั้งแต่สมัยตัวแทนจำหน่ายยังเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดรายเดิม จนกระทั่งกาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป ค่ายยางรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นก็ตัดสินใจกระโดดลงสู่ตลาดประเทศไทยอย่าง จริงจัง
การลงมาอย่างจริงจัง ไล่ไปตั้งแต่การเปิดโรงงานผลิตในประเทศไทย การเปิดบริษัทจำหน่ายยางรถยนต์อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการสร้างสนามทดสอบยางที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เรียกว่าใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทำงานแบบครบวงจร
เริ่มกันตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยาซูชิ อิอิดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โยโกฮาม่า ไทร์ เซลส์ ประเทศไทย ก็ส่งเทียบเชิญให้ไปร่วมงานทดสอบยางรถยนต์รุ่นใหม่ แอดแวน ดีบี กันที่สนามพีระ เมืองพัทยา ซึ่งก็แอบติงไปว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ทำไมไม่เปิดสนามของโยโกฮาม่าให้ทดลองเสียเลย เพราะได้ยินเสียงเล่าลือว่าเป็นสนามที่สุดยอด
คำตอบที่ได้คือรอยยิ้มแหยๆ และเสียงหัวเราะแหะๆ ทำให้พอเข้าใจได้ว่าสนามตั้งอยู่ข้างโรงงาน คงความลับเยอะไม่หยอก แต่ไม่เป็นไรมาลองขับที่พีระก็ได้เหมือนกัน
แอดแวน ดีบี คือยางสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ต้องเรียกว่าได้รับการอัพเกรดขึ้นมาสู่กลุ่มแอดแวน ซึ่งเดิมใช้กับยางไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ของโยโกฮาม่าเท่านั้น แต่ดีบีรุ่นเดิมที่เน้นคุณสมบัติด้านความเงียบเป็นพิเศษเพียงอย่างเดียว แต่เดิมไม่ได้อยู่ในกลุ่มสมรรถนะสูงแต่อย่างใด
ดีบี หรือเดซิเบล เป็นหนึ่งในยางที่ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องของความเงียบ และถือเป็นยางที่ทำยอดขายค่อนข้างดีอยู่แล้ว เมื่อได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โยโกฮาม่าคุยว่านี่คือยางสมรรถนะสูงที่ยังมีจุดขายที่ความเงียบเหมือนเดิม แต่เติมสมรรถนะด้านต่างๆ เข้ามาอย่างพร้อมพรั่ง เรียกได้ว่าเหนือชั้นเมื่อเทียบกับยางของคู่แข่ง
อิอิดะ บอกว่าเดซิเบลถือเป็นยางที่เงียบที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางของโยโกฮาม่า ซึ่งบริษัทได้คิดค้นพัฒนาสูตรผสมเนื้อยางพิเศษเฉพาะที่เรียกว่า แอดแวน ดีบี นาโน-เพาเวอร์ รับเบอร์ และส่วนผสมของไมโครซิลิกาทำให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่น เพิ่มพื้นผิวหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนนได้อย่างนุ่มนวล ไร้เสียงรบกวน
ในช่วงเวลาของการทดสอบนั้น ทีมงานโยโกฮาม่าจัดทดสอบการปล่อยรถไหลเพื่อดูระยะทางที่รถไหลเทียบกับยางอี เอส 501 เดซิเบลรุ่นปัจจุบัน ซึ่งผลการทดสอบที่คุมสภาพการทดสอบให้ใกล้เคียงที่สุด พบว่ายางรุ่นใหม่ให้ระยะทางการไหลที่ไกลกว่า หรือมีการต้านการวิ่งของยางที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนในสนามทดลองที่ปล่อยให้ลองขับของจริงนั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก คือ การทดสอบเรื่องของการเบรกบนพื้นเปียก ที่โยโกฮาม่าบอกว่าคนไทยมักจะเข้าใจว่ายางนุ่มเงียบจะเบรกไม่ค่อยดี งานนี้เลยปล่อยให้ลองของจริงขับออกไปทำความเร็วแล้วกระทืบแป้นเบรกบนพื้น เปียกตามที่กำหนดไว้ แม้จะไม่ได้ดูว่าระยะทางลดลงมากน้อยแค่ไหน แต่ความรู้สึกของการเบรกบนยางรุ่นใหม่ให้ความมั่นใจกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงหลังการทดสอบในสนาม ก็มีการเซตทางให้ได้ลองขับกันจริงๆ วิ่งออกไปกินขนม จิบน้ำองุ่นกันที่ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ขาไป 25 กิโลเมตร ที่เป็นผู้โดยสารตอนหลัง กับขากลับที่ย้ายมานั่งหลังพวงมาลัย ก็ทำให้มั่นใจว่าน่าจะตอบสนองความชื่นชอบของลูกค้าที่อยากได้ยางทั้งเงียบ ทั้งหนึบได้อย่างลงตัว
โยโกฮาม่าเตรียมนำยางรุ่นดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ขนาดตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว รวม 44 ขนาด เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในเมืองไทยได้อย่างครบถ้วน ซึ่งครอบคลุมรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถยนต์นั่งขนาดกลาง และรถยนต์สมรรถนะสูง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2554
สนนราคายังไม่เคาะออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าเปิดมาแพงกว่ารุ่นเดิมแค่ 10% อย่างที่มีการคาดการณ์ ก็น่าลุ้นว่าจะทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนกัน!!!
Car2Hot
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น