วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ลองขับ ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่


มา แล้วครับ ผลการทดลองขับ ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่ รถเอสยูวี สุด hot ซึ่งใครหลายคนกำลังจ้องจะเป็นเจ้าของอยู่..ลองมาดูกันว่า ซีอาร์วี ใหม่ เครื่องยนต์  2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ จะแจ่มแจ๋วเพียงใด
นิธิ ท้วมประถม
ฮอนด้า ซีอาร์วี ถือเป็นรถยนต์ประเภทรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (เอสยูวี) ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในตลาดเมืองไทย และยังไม่มีรถยนต์ยี่ห้อไหนมาแซงหน้าไปได้ มีแต่ฮอนด้าเองที่สะดุดขาตัวเอง จากกรณีการแก้ไขปัญหาเสียงภายในรถไม่ได้จนลามไปถึงเหตุการณ์ทุบรถอันลือลั่น
ทำ ให้ยอดขายฮอนด้า ซีอาร์วี ในช่วงนั้นร่วงกราวจากพิษค้อนไปไม่น้อย แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นถือว่าเป็นบทเรียนของฮอนด้า และค่ายรถยนต์ทั้งหลายที่จะรับมือการแก้ไขปัญหาของลูกค้าในหลายๆ รูปแบบ
ล่าสุด ฮอนด้าก็ได้ฤกษ์เปิดตัว ฮอนด้า ซีอาร์วี โฉมใหม่ ไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากโดนโรคเลื่อนจากฤทธิ์น้องน้ำ ทำให้ต้องเลื่อนเปิดตัวที่เคยวางไว้ว่าจะเปิดตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่ นั้นทาง ฮอนด้า หมายมั่นปั้นมือเหลือเกินว่า จะกลับมาผงาดให้ได้ในตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง และผมก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงเหลือเกิน ทั้งจากรูปร่างหน้าตา ขนาดเครื่องยนต์ และราคา ที่ถือว่าได้เปรียบคู่แข่งอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร โดยเครื่องยนต์ทั้งสองขนาดนี้สามารถเติมน้ำมัน อี85 ได้เสียด้วย
ครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ลองขับเจ้า ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่ รุ่นท็อป 2.4 EL ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของซีอาร์วีใหม่ครับ โดยภายนอกของซีอาร์วีใหม่นั้นดูบึกบึน แต่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ตเหมือนกันเรียกได้ว่า ผู้ชายใช้ได้ ผู้หญิงใช้ดี ก็แล้วกัน ผมเองนั้นชอบการออกแบบไฟหน้า HID (รุ่น 2.4 ลิตร) ของซีอาร์วีใหม่ครับ เพราะดูเหมือนเฉี่ยวๆ แต่มีสไตล์ในตัวเองไม่น้อย รวมถึงไฟท้ายที่เป็นแนวตั้งขนานไปกับกระจกหลัง ดูดีไม่น้อยทีเดียวครับ เหมือนๆ กับรถเอสยูวีของยุโรปบางยี่ห้อจริงๆ
ก้าว เข้ามาภายในตัวรถซีอาร์วีใหม่นั้น ต้องบอกได้เลยว่า ดูดีจริงๆ ครับ เรียบหรูดูภูมิฐานไม่น้อยและผมเชื่อว่าน่าจะถูกอกถูกใจ ลูกค้าคนไทยไม่น้อย เรียกว่าแค่เข้ามานั่งเฉยๆ ก็มีความสุขแล้วครับ และยิ่งรถที่ใช้ทดลองขับติดฟิล์มทึบด้วย ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในซีอาร์วีใหม่ดูหรูแบบคลาสสิกไปเลย
ทั้ง แผงคอนโซลหน้าที่มีมาตรวัดดูทันสมัย พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชันที่ในรุ่นท็อปมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มปรับโหมดการแสดงผลหน้าจอคอมพิวเตอร์บริเวณคอนโซลหน้า ด้วยว่าจะแสดงข้อมูลอัตราการสิ้นเปลือง ข้อมูลการขับระยะทาง หรือเป็นแค่หน้าปัดนาฬิกา และยังมีปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) อีกด้วย แต่ปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัตินี้มีแต่ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรเท่านั้น
มอง ไปคอนโซลกลางก็พบจอแอลซีดี แบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว เอาไว้แสดงทั้งดีวีดีและระบบนำทาง (เนวิเกเตอร์) กันให้เต็มที่ แต่ก็เหมือนเดิมครับ จอแอลซีดี เครื่องเล่นดีวีดี และเนวิเกเตอร์ มีแต่รุ่น 2.4 ลิตรเท่านั้นครับ ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร นั้นมีแต่เครื่องเสียงธรรมดาเท่านั้น
ก้าว เข้ามานั่งในห้องโดยสาร ปรับเบาะนั่งแบบไฟฟ้าที่เลื่อนไปมาได้อย่างนุ่มนวล จนได้ตำแหน่งที่เหมาะสม กดปุ่มสตาร์ตกันเลย เดี๋ยวนี้ปุ่มสตาร์ตกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานกันไปเสียแล้ว เมื่อพูดถึงปุ่มสตาร์ต ก็อดพูดถึงกุญแจรถของซีอาร์วีใหม่ไม่ได้ แม้ว่าจะไม่ต้องเอาออกมาไขสตาร์ต แต่ขนาดของกุญแจก็ใหญ่โตเหลือเกิน เฮ้อ...ดูเชยชะมัด
สตา ร์ทแล้ว ยังต้องเงี่ยหูฟังครับว่า มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นหรือเปล่า เพราะเครื่องยนต์ซีอาร์วีครางเบาๆ เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงการเก็บเสียงที่ดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม
ลอง กันเลยดีกว่าครับ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว IVTEC ที่มีม้าอยู่ 170 ตัว ซึ่งจะออกมาวิ่งกันเต็มที่ในรอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 22.4 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 4,300 รอบต่อนาที นั้นจะเป็นอย่างไร
เปลี่ยน เกียร์จาก P มาเป็น D ลองกดคันเร่งเบาๆ ก่อนดีกว่า เพราะช่วงแรกยังคงอยู่ในเมืองการจราจรหนาแน่นพอควร โอ้ว โอ้ว...การออกตัวทันใจดีครับ ไม่อืดอาด เหมือนกำลังขับรถขนาดใหญ่อยู่เลย ถือว่าการออกตัวทำได้ดีทีเดียว
ลอง ขับด้วยความเร็วต้นๆ ระดับประมาณ 40-60 กม./ชม. แล้วลองกดคันเร่ง เพื่อหาจังหวะมุดซ้ายมุดขวา เอ๊ะ เอ๊ะ เริ่มต้องรอรอบให้เห็นเหมือนกัน แตะคันเร่งแล้วยังไม่มาต้องรอรอบเครื่องยนต์อีกสักนิดรถถึงจะกระชากออกไป

เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร
ส่วน การขับด้วยความเร็วสูงระดับ 100 กม./ชม.ขึ้นไป ผมไม่ค่อยประทับใจครับ เพราะรู้สึกว่าอัตราเร่งจะไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากระบบขับเคลื่อนที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มาเป็นตัวหน่วงอัตราเร่งไปได้มากพอควร เรียกว่า ซิ่งไม่มันเท่าไหร่ครับ
แต่ หากขับไปแบบเนียนๆ ปล่อยให้ความเร็วไหลขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ไปเค้นอะไรเครื่องยนต์มากมายนัก ผมว่าซีอาร์วีตอบสนองได้ดีมากทีเดียว ตั้งแต่เสียงรบกวนที่มีเข้ามาน้อยมาก จะมีก็แต่เสียงยางขนาดขอบ 18 นิ้ว ที่ดังเข้ามาพอควร ส่วนการทรงตัวที่นิ่งดีจริงๆ โดยเฉพาะทางตรงยาวๆ นี่นั่งสบายมากเลยครับ ระบบกันสะเทือนก็ทำงานออกมาเป็นรถยนต์นั่งเลยคือ นุ่มนวล ไม่กระด้างเหมือนรุ่นก่อน
ด้าน ความแม่นของพวงมาลัย ผมชอบรุ่นเก่ามากกว่า เพราะรุ่นเก่าให้ความรู้สึกแม่นยำกว่า เข้าโค้งได้คมกว่า ในขณะที่ซีอาร์วีใหม่นี้พวงมาลัยไม่คมเท่า แต่ก็แลกกับการที่ขับสบายขึ้น โดยเฉพาะการขับในเมืองที่พวงมาลัยเบาๆ กลายเป็นเสน่ห์ของรถไปเสียแล้ว สาวๆ ชอบจริงๆ

Eco assist
อ้อ...ลืม ไปซีอาร์วีใหม่นี้ มีระบบ Econ ให้ด้วยนะครับ ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น หากอยากประหยัดก็กดปุ่มสีเขียวๆ ที่อยู่ด้านขวาของคอนโซลหน้าได้เลย ระบบนี้จะทำหน้าที่ควบคุมรอบเครื่องยนต์ไม่ให้จัดจ้านมากนัก นั่นหมายความว่าอัตราเร่งจะตื้อๆ รวมถึงระบบนี้จะปรับระบบแอร์ไม่ให้เย็นฉ่ำจนเกินไป ซึ่งผมก็ใช้ครับ ไม่มีปัญหาขับในเมืองเรื่อยๆ ใช้ระบบนี้ช่วย อัตราสิ้นเปลืองก็ 8.6 กม./ลิตร แต่หากขับไกลๆ ก็ 10.6 กม./ลิตร
หรือ ถ้าไม่อยากใช้ระบบ Econ ให้รำคาญ ก็ใช้ตัวช่วยอย่างตัว Coaching ซึ่งรถฮอนด้ารุ่นหลังๆ จะติดตัวช่วยนี้มาให้ที่มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ โดยจะแสดงวงแหวนสีต่างๆ สัมพันธ์กับอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ถ้าเหยียบคันเร่งเรียบๆ วงแหวนสีเขียวจะเรืองขึ้นมา แต่หากเร่งเครื่องสีเขียวจะกลายเป็นสีแดง ซึ่งผมชอบนะครับ ส่วนหนึ่งทำให้มาตรวัดมีสีสันดี แต่อีกส่วนหนึ่งถือว่าเป็นการเตือนลักษณะการขับรถของเราไปในตัว
ที่ น่าสนใจอีกอย่างแบบลืมไม่ได้คือ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังของ ซีอาร์วี ใหม่ นั้นใหญ่มากครับ เหมาะกับครอบครัวที่สัมภาระเยอะๆ แถมในซีอาร์วีใหม่ นี้ยังมีระบบพับเบาะหลังให้แบนราบไปลงไปเพียงแค่ดึงก้านบังคับที่อยู่บริเวณ ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังเบาๆ ก็พับได้แล้ว สะดวกมากครับ ไม่ต้องไปดึงเบาะปรับลงให้เหนื่อยเหมือนรุ่นก่อนๆ แล้ว ชอบครับ ชอบ
ภาพรวมแล้วผมชอบนะครับ กับซีอาร์วีใหม่ แต่ไม่ค่อยชอบเรื่องอัตราการสิ้นเปลือง ผมว่าถ้าอยู่ระดับประมาณ 12-13 กม./ลิตรได้ จะดีมาก
จุด เด่นอีกอย่างของซีอาร์วีใหม่คือ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่สามารถพับเบาะแถว 2 ให้แบนราบได้ง่ายๆ แค่ดึงคันบังคับบริเวณที่เก็บของด้านหลัง เบาะนั่งแถว 2 จะถูกพับอัตโนมัติแบนราบทันที ซึ่งเจ๋งมากๆ ครับ สุดยอดชอบมากเลยผม
กับ ค่าตัว 1,524,000 บาท รุ่นท็อป หากถอดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อออกค่าตัวเหลือ 1,444,000 บาท ลองคำนวณดูครับ ว่าจะเลือกตัวไหน แต่ที่แน่ๆ ผมชอบอ่ะ ถ้ามีตังค์เติมน้ำมัน!!

แอร์หลัง

กล้อง และจอมองหลัง

http://www.roddb.com/images/banners/RodDB_88x31.gif

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

TOYOTA HILUX VIGO CHAMP 2012

Pic_297438
Toyota Motor กระตุ้นยอดขายรถปิกอัพ New Hilux Vigo Champ ด้วยการปรับระบบส่งกำลัง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ใหม่หมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถกระบะที่ขายดีที่สุดในไทย ตอนที่ 2 กับการทดสอบการขับขี่ระยะทาง 290 กิโลเมตร จากสุราษฎร์ธานีไปยังภูเก็ต...

Toyota Motor Thailand Co.ltd. เชิญผู้สื่อข่าวร่วมลงทำการทดสอบ Hilux Vigo Champ 2.5 L Double Cab โดยกำหนดเส้นทางสตาร์ตจากหน้าโชว์รูม Toyota สุราษฎร์ฯ สาขาท่าทอง ไปยังเขื่อนเชี่ยวหลาน (เขื่อนรัชชประภา) ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร จากนั้นขับกลับลงมายังจุดแวะพักที่ปั๊ม Shell อีก 90 กิโลเมตร หลังจากนั้นจะมุ่งตรงไปยังสะพานสารสินอีก 70 กิโลเมตรก่อนจะสิ้นสุดช่วงทดสอบในวันแรก รวมระยะทางที่ใช้ในการทดสอบ Hilux Vigo Champ 2.5 L Double Cab กว่า 290 กิโลเมตร จากสุราษฎร์ธานีไปยังภูเก็ต ท่ามกลางสภาพของเส้นทางทดสอบในครั้งนี้ ที่มีความหลากหลายและมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ไม่แตกต่างไปจากการทดสอบ Hilux Vigo Champ เมื่อช่วงกลางและปลายปีที่ผ่านมา

หลัง จากฟังการบรรยายสรุปสมรรถนะโดยรวม ประสิทธิภาพของการใช้งานในบางระบบที่เพิ่มเข้ามา เทคโนโลยีใหม่ที่วิศวกรของ Toyota บรรจงใส่เข้าไปในตัวรถ Toyota New Hilux Vigo เช่น ระบบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 5 สปีด ซึ่งเป็นเกียร์ออโต้รุ่นใหม่ล่าสุด ช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่ให้มีความนิ่มนวลเพิ่มขึ้น กับนวัตกรรมใหม่ของเครื่องยนต์รหัส 2 KD-FTV รวมถึงเส้นทางกับจุดแวะพักที่จะใช้ในการขับขี่ทดสอบครั้งนี้แล้ว ผมก็ได้รับมอบกุญแจรถหมายเลข 2 ซึ่งเป็นรถ Toyota New Hilux Vigo Double-Cab 2.5E NAVI ขับเคลื่อนล้อหลัง โดยร่วมทดสอบไปกับผู้สื่อข่าวอาวุโส นั่นก็คือคุณพินิจ ทองสุข จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง และน้องนัฐพล เดชสิงห์ นักทดสอบรถยนต์และผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ รุ่นน้องที่ผมชอบเดินทางไปทดสอบรถยนต์ด้วยกันเป็นประจำ

New Hilux Vigo Champ สะท้อนตัวตนของรถปิกอัพด้วยกระจังหน้าแบบโครเมียม กันชนหน้าแบบใหม่ หน้าตาที่คล้ายกับรถเก๋งของมันยังช่วยทำให้มุมมองด้านหน้ามีความคมเข้มมาก ขึ้น ฝากระโปรงหน้าติดตั้งสคูปดักอากาศ เพื่อนำอากาศไประบายความร้อนให้กับชุดอินเตอร์คูลเลอร์ ตัวชิ้นงานสคูปออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ส่วนที่โดดเด่นของตัวถังด้านข้าง คือโป่งซุ้มล้อแนวโค้ง ที่เข้ามาช่วยลดความแข็งกระด้างของรูปทรงด้านข้าง เมื่อคุณเข้าไปนั่งในตำแหน่งขับขี่ ความสูงของตัวเบาะช่วยทำให้มุมมองรอบตัวกว้างไกลมากจากขนาดตัวที่สูงโย่ง สไตล์รถลุย วัสดุอุปกรณ์พวกพลาสติกที่ใช้ตกแต่งภายในอยู่ในระดับปานกลาง ปุ่มสวิตช์ต่างๆ ออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้อย่างสะดวก แม้รุ่นพรีรันเนอร์ดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ใช้ทดสอบจะมีอุปกรณ์เกือบจะเทียบเท่ารุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่กำลังของเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อในรุ่นสูงสุดดูจะตอบโจทย์ ได้ดีกว่า

จาก ตัวเลขราคาของรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อที่ต่ำกว่ารุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ความแข็งแกร่งทนทาน ค่านิยมกับศูนย์บริการของ Toyota และราคาขายต่อที่มักอยู่ในแนวคิดของลูกค้า กำลังของเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ดีเซลเทอร์โบ มีให้อย่างเหลือเฟือในการเร่งแซง เห็นได้จากการขับขี่ในช่วงแรกๆ ที่ออกจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ขบวนรถทดสอบแต่ละคันต้องเรียกแรงบิดในการเร่งแซงรถช้าอยู่ตลอดเวลา ระบบส่งกำลังแบบ 5 สปีดออโต้ สามารถกดคันเร่งลงลึกเพื่อลากรอบไต่ระดับความเร็วได้อย่างสบาย อัตราทดของเกียร์ออโต้รุ่นใหม่ยังคงสัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ แม้รถคันทดสอบจะวางเครื่อง 2.5 ลิตร ดีเซลเทอร์โบ การออกตัว การไต่ระดับความเร็วยังคงสมบูรณ์แบบเหมาะกับการขับขี่ทางไกล เครื่องยนต์ 2KD-FTV 144 แรงม้า ให้แรงบิดระดับ 343 นิวตันเมตร มาในรอบต่ำแบบกระชากกระชั้น หากคุณกล้าพอที่จะเติมคันเร่งลงลึก กำลัง 120 กิโลวัตต์ มากเกินพอบนถนนทุกแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการรองรับสัมภาระที่กระบะหลังก็ยังสามารถทำอัตราเร่งได้ในระดับที่น่า พอใจ

โครง ตัวถังของเจ้า New Hilux Vigo Champ เป็นแบบ Top Platform ใช้โครงสร้างแบบเฟรมชิ้นเดียวตลอดคันไร้รอยต่อ วิศวกรของ Toyota ออกแบบให้เฟรมของ Vigo Champ มีความแข็งแกร่งสูง ทนทานต่อการบรรทุกและแรงที่เข้ามากระทำต่อโครงสร้าง ทั้งแรงบิดและแรงดึง รถทดสอบทั้งหมดยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์เนื่องจากเพิ่งจะผ่านการรันอินมาจาก โรงงานที่แปดริ้วเพียงไม่กี่อาทิตย์ ทางทดสอบบางช่วงที่กำหนดโดยทีม PR ของ Toyota ในครั้งนี้ ถูกเน้นหนักให้เหมือนกับการขับขี่ใช้งานจริงของลูกค้า ห้องโดยสารบนตัวรถคันที่ผมใช้ทดสอบได้รับการปรับปรุงใหม่ในด้านความสะดวก สบายจอแบบสั่งงานด้วยการสัมผัสไปยังบริเวณหน้าจอ รวมถึงระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียมถูกยกมาติดตั้งในรุ่น 2.5 ลิตร ส่วนการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล ค่อนข้างโดดเด่นด้วยหัวฉีดแบบไดมอนด์เทค คอมมอลเรลซึ่งถูกออกแบบให้มีรูมากขึ้นจาก 8 เป็น 12 รู ทำงานควบคู่ไปกับ ECU กล่องสมองกลไฟฟ้าที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ เพื่อสั่งจ่ายเชื้อเพลิงให้มีความแม่นยำสูงสุด คอมพิวเตอร์ 32 บิท ไม่มีการจ่ายน้ำมันส่วนเกินที่สิ้นเปลือง ในทุกขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ เข้ามาช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Hilux Vigo Champ มีตัวเลขที่หรูหราไม่น้อยหน้าเหล่าบรรดาคู่แข่งร่วมตลาดรถปิกอัพในไทย ระบบหัวฉีดแบบ G3S คือเจนเนอเรชั่นที่ 3 ในตระกูลหัวฉีดเครื่องดีเซลสมรรถนะสูงของค่ายสามห่วง ใช้กลไกแบบโซลินอย ตัวเข็มได้รับการเคลือบสาร DLC หรือ Diamond Lked Carbon Coating ทำให้บริเวณหัวฉีดมีความลื่น และช่วยป้องกันการอุดตันของหัวฉีดจากคราบเขม่าที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากใช้ งานไปได้สักระยะ

ระยะ ทางจากช่วงทดสอบแรกกว่า 130 กิโลเมตร มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองสุราษฎร์ฯไปยังเขื่อนเชี่ยวหลาน พี่พินิจ ทองสุข ผู้สื่อข่าวอาวุโสจากหนังสือพิมพ์บ้านเมืองรับหน้าที่ขับเป็นคนแรกโดยมีผม และน้องนัฐพล เดชสิงห์ นั่งเป็นผู้โดยสารเพื่อคอยจับอาการต่างๆ ของเจ้า New Hilux Vigo Champ 2.5E NAVI 4x2 ที่เบาะผู้โดยสารตอนหน้า บนความเร็วเดินทางในระดับ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า New Hilux Vigo Champ 2.5E NAVI 4x2 รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4 ประตู ส่งถ่ายความรู้สึกที่นิ่มนวลนั่งสบายขึ้นมาอีกนิดเมื่อเปรียบเทียบกับตัวรถ Hilux Vigo Champ รุ่นแรกสุดที่ผมได้ทดลองขับถึง 3 ประเทศ จากเส้นทางบนเขาแผงม้าของวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หลังจากการเปิดตัวเมื่อ ช่วงต้นปี 2554 ตามด้วยการเดินทางไปทดสอบรถยนต์ในโครงการ IMV ที่ประเทศออสเตรเลียในเดือนตุลาคมปี 2554 หลังจากนั้นในทริปสุดท้ายที่เวียดนามในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งเป็นการทดสอบวิ่งทางไกลจากนครพนมมุ่งสู่เมืองซาปา สุดเขตพรมแดนของประเทศเวียดนามตอนเหนือที่ติดกับประเทศจีนบนระยะทางทดสอบที่ ยาวถึงกว่า 1,900 กิโลเมตร ทั้งสามทริปบนการทดสอบรถ New Hilux Vigo Champ ทำให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ของไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ไปแบบเต็มๆ

รถ ปิกอัพที่มีขายอยู่ในประเทศไทยนั้น มีพละกำลังมากขึ้นไปทุกขณะ และสวนทางกับช่วงล่างที่ถูกออกแบบมาเพื่อการบรรทุกหนักหรือลุยเข้าไปใน พื้นที่ทุรกันดาร มากกว่าที่จะเอามาวิ่งด้วยความเร็วสูงบนทางแบบไฮเวย์ ขนาดความสูงที่มากกว่ารถทั่วไป กับระบบรองรับหรือช่วงล่างของรถกระบะไม่มีความสมมาตรหรือพอดิบพอดีกับย่าน ของกำลังแรงม้า ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนามาเพื่อเอาอกเอาใจลูกค้าทั่วโลกซึ่งนิยมของแรงๆ การขับเข้าสู่ทางโค้งจึงควรใช้ความระมัดระวังมากกว่ารถเก๋งและไม่ควรหักพวง มาลัยกะทันหันแบบทันทีทันควันที่ย่านความเร็วสูงๆ บนเส้นทางที่จะเข้าสู่ตัวเขื่อนรัชชประภา คาราวานทดสอบ New Hilux Vigo Champ 2.5E NAVI 4x2 ต้องลดความเร็วลงมาจากสภาพทางที่ค่อนข้างลื่นเมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ พัดปกคลุมภาคใต้บริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ฝนที่ตกโปรยปรายลงมาตั้งแต่ออกจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ทำให้การใช้ความเร็วสำหรับขับทดสอบอยู่ในระดับที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย มากยิ่งขึ้น พี่พินิจ ทองสุข ผู้สื่อข่าวอาวุโสจากบ้านเมืองให้ความเห็นว่า การขับรถยนต์แบบ SUV หรือรถปิกอัพที่มีระดับความสูงมากกว่ารถทั่วไป ควรใช้ความระมัดระวังให้มากกว่าปกติเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางที่อุดมไปด้วย โค้งขึ้น-ลงทางลาดชันหลากหลายรูปแบบ ระดับของความเร็วที่มีความเหมาะสมกับทางโค้ง จะช่วยทำให้การเดินทางของคุณบนรถประเภทนี้ ไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ลงข้างทาง พลิกคว่ำ หรือฟาดกับต้นไม้เสียก่อน มือมอเตอร์สปอร์ตรุ่นเก๋าอย่างพี่พินิจซึ่งเคยผ่านการแข่งรถมาแล้วทุกรูปแบบ ยังให้คำแนะนำว่า หากไม่ชำนาญเส้นทางหรือขับผ่านเป็นครั้งแรก ควรใช้ความเร็วด้วยความระวังมากกว่าปกติ และควรลดความเร็วเผื่อไว้ก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าสู่ทางโค้งที่ไม่มีความ คุ้นชินด้วยการลดเกียร์ลงต่ำลงมา 1-2 ตำแหน่งก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าสู่โค้ง

ช่วง ล่างด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนอิสระปีกนกคู่ บวกคอยล์สปริงของ New Hilux Vigo Champ ให้การทรงตัวที่ดีหากคุณใช้ความเร็วที่มีความเหมาะสม มันคือช่วงล่าง DTS หรืิอ Diamond Tech Suspension ที่พัฒนามาเพื่อทำให้มันสามารถปรับองศาให้เอียงตัวตามพื้นผิวของถนนขณะทำการ เลี้ยวได้ดีขึ้นมาอีกนิดเมื่อเทียบกับช่วงล่างของรถ Vigo Champ ในรุ่นแรก ส่วนอัตราทดของเกียร์ออโต้ 5 สปีดแบบล่าสุดก็ยังคงผ่องถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านเพลากลางไปยังเฟือง ท้ายได้อย่างเหมาะสม ตำแหน่งของเกียร์ 5 ซึ่งเป็นเกียร์ Overdrive ยังช่วยให้รอบของเครื่องยนต์ 2-KD-FTV VNT ต่ำกว่าปกติเมื่อต้องขับเดินทางไกล ส่วนกำลังในช่วงออกตัวนั้นหายห่วง จากระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผันหรือ VN Turbo เอกสิทธิเฉพาะของค่ายสามห่วง วิศวกรของ Toyota ปรับการทำงานของระบบอัดอากาศ VN Turbo โดยมันจะทำการปรับแรงดันของอากาศด้วยมอเตอร์ ผ่านการคำนวณอันแม่นยำและเที่ยงตรงของสมองกลหรือ ECU ขนาด 32 BIT การเปิด-ปิดครีบปรับแรงดันของอากาศจึงขึ้นตรงกับคอมพิวเตอร์ประมวลผลประจำรถ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหรือลดความเร็ว คันเร่งไฟฟ้าแบบ Drive By Wire ของ New Hilux Vigo Champ จะทำงานประสานไปกับระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดีและมีความเที่ยงตรงในระดับที่น่าพอใจ การตอบสนองต่อการกดคันเร่งเพื่อแซงหรือเร่งความเร็วทำได้ไวจนต้องใช้ความ ระมัดระวังหากผิวทางที่จะขับผ่านไปมีน้ำขังอยู่ จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID - Multi Information Display กับระบบนำทางในรุ่น NAVI ยังเข้ามาช่วยให้การขับขี่เดินทางไกลในภูมิประเทศที่ไม่คุ้นชินมีความสะดวก สบายมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว

เขื่อน รัชชประภามีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติเขาสก ภายในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนรัชชประภา มีทัศนียภาพที่สวยงาม จากวิวทิวทัศน์ที่ค่อนข้างแปลกตา ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน ล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำสีเขียวเข้มที่กว้างใหญ่ ความลึกของระดับน้ำกว่า 100 เมตร กับสีของตะไคร่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้น้ำในเขื่อนมีสีเข้มเหมือนสีของมรกต ลักษณะภูมิประเทศของบริเวณรอบๆ ตัวเขื่อนไปคล้ายกับเมืองกุ้ยหลินของประเทศจีน เขื่อนแห่งนี้จึงได้ฉายาว่ากุ้ยหลินของเมืองไทย นอกจากเขื่อนรัชชประภาจะมีทัศนียภาพที่งดงามตระการตาแล้ว พื้นที่รอบๆ เขื่อนยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำน้ำทะลุ เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลผ่านและต้องเดินป่าเข้าไปชม เส้นทางเดินกับบรรยากาศมีความร่มรื่นจากความหลากหลายทางนิเวศวิทยา สภาพป่าดิบชื้นที่อุดมไปด้วพืชพรรณไม้นับร้อยนับพันชนิด ระยะทางเดินไม่ไกล เส้นทางไม่ลำบากมากนัก จุดชมวิวบนภูเขายังเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ ตั้งอยู่บนเขาสูงซึ่งจะต้องเดินป่าไต่ระดับความสูงขึ้นไป จากจุดชมวิวเมื่อมองลงมาจะเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ที่รายรอบอยู่บริเวณอ่างเก็บ น้ำ อุทยานแห่งชาติเขาสก ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี อาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บริเวณเทือกเขาสูงในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีไป จนถึงอำเภอตะกั่วป่าในจังหวัดพังงาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 อุทยานแห่งชาติเขาสกแบ่งเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ๆ คือ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภาซึ่งตั้งอยู่บริเวณ กม 57-58 ตามเส้นทางหลวงสาย 401 ห่างออกไปอีก 51 กม. คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 109 บนถนนเส้นเดียวกัน แต่เดิม อุทยานแห่งชาติเขาสกมีเฉพาะพื้นที่ที่เป็นป่าเขา ภายหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้สร้างเขื่อนเชี่ยวหลานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า จึงทำให้พื้นที่ป่าบางส่วนกลายเป็นอ่างเก็บน้ำและอยู่ในการดูแลพื้นที่โดย อุทยานแห่งชาติเขาสก

ผม เข้ามารับช่วงการขับทดสอบ New Hilux Vigo Champ ในช่วงสุดท้ายต่อจากน้องนัฐพล เดชสิงห์ โดยยังคงเหลือระยะทางอีก 70 กิโลเมตรจากปั๊ม Shell ไปจนถึงสะพานสารสิน เป็นการขับแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจและมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มลงจาก สันเขื่อนมายังจุดแวะเปลี่ยนคนขับในช่วงสุด ท้ายบริเวณปั๊ม Shell โดยภาพรวมแล้ว รถ New Hilux Vigo Champ 2013 มีระบบส่งกำลังซึ่งเป็นเกียร์ออโต้ 5 สปีดที่เข้ากันกับย่านกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรดีเซลเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ กันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ ดับเบิลวิชโบน คอยสปริง ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบแหนบซ้อน เน้นประสิทธิภาพของการบรรทุกหนัก ออกแบบมาเพื่อการบรรทุกสัมภาระหนัก รองรับแรงสั่นสะเทือน และดูดซับสภาพเส้นทางที่สมบุกสมบันได้ดีขึ้นมาอีกนิดเมื่ิอเทียบกับรุ่นปกติ ที่ผมขับในเวียดนาม มันถูกปรับปรุงมาเพื่อทำให้นั่งได้สบายก้นมากยิ่งขึ้น และไม่กระด้างจนถึงกับสะเทือนซางปวดตัวเหมือน Hilux ในยุคแรกเริ่ม กระบะท้ายมีพื้นที่ไม่เป็นรองรถปิกอัพจากค่ายคู่แข่งด้านปริมาณของการบรรทุก ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว กับยาง Bridgestone Duelerให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะอยู่ในระดับมาตรฐาน เมื่อต้องจับคู่กับระบบรองรับของ Hilux Vigo Champ หากเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะได้ขนาดล้อและยางที่ใหญ่ขึ้นเป็น 265/65/R17 ซึ่งจะส่งถ่ายการยึดเกาะได้ดีกว่า แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถทั้งสามจุด ที่บริเวณใต้แท่นเครื่องยังช่วยรองรับและกันการกระแทก จากสิ่งแปลกปลอมไม่พึงประสงค์บนถนนขรุขระ ห้องโดยสารในรุ่น 2.5E A/T NAVI ยังมีจอมัลติฟังก์ชั่นรองรับระบบนำทาง เครื่องเล่น DVD / CD/ MP-3 / AM /FM ช่องเชื่อมต่อ USB/AUX และแอพฯของ Toyota ที่คอยอำนวยความสะดวกเมื่อต้องการตรวจสอบร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือแม้แต่ศูนย์บริการของค่าย Toyota ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงจนไม่ต้องกลัวว่าจะไปแย่งข้าวลิงมารับประทานหาก หลงทางหรือรถเกิดเสียในระหว่างการเดินทางไปยังที่ที่ไม่คุ้นชิน

โดย ภาพรวมแล้ว สมรรถนะของ Hilux Vigo Champ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร วีเอนเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ รุ่นปรับปรุงสมรรถนะมีความเหมาะสมกับราคาค่าตัว มันเหมาะกับสภาพการใช้งานบนถนนในเมืองไทย ซึ่งไม่เป็นรองรถกระบะคู่แข่งแม้แต่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสภาพการณ์ที่แปร เปลี่ยนไปของอุณหภูมิโลก ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพอากาศของประเทศไทยและก่อให้เกิดหายนะ ภัยทางธรรมชาติที่ร้ายแรงตามมาฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่ม สูงขึ้นจนน่าตกใจ ฝนที่ตกอย่างบ้าระห่ำในกรุงเทพมหานครช่วงเดือนกันยายนไปจนถึงปลายเดือน ตุลาคม ในปริมาณกว่า 100 มิลลิเมตรทุกๆ วัน ทำให้การเลือกใช้รถยนต์ของคนกรุงเทพฯผิดแปลกไปจากเดิม ค่านิยมเก่าในอดีตที่ผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้ ที่มักเลือกซื้อรถเก๋ง 4 ประตูเริ่มลดน้อยถอยลงไปพอสมควรเลยทีเดียว สภาพน้ำท่วมขังทำให้ความคิดเดิมถูกเปลี่ยนมาเป็นการเลือกหาซื้อรถปิกอัพยก สูง เอาไว้ขับลุยน้ำท่วมในช่วงหน้าฝนแทน หากคุณมีความสนใจและกำลังหารถกระบะลุยๆ สักคัน ลองไปขับขี่ทดสอบตามโชว์รูมของ Toyota ดูว่า เจ้า Hilux Vigo Champ รุ่นเกียร์ออโต้ 5 สปีดคันนี้มีดีพอและเหมาะสมกับความต้องการของตัวคุณเองหรือไม่ เท่าที่ผมได้บรรยายมาทั้งหมดรวมถึงการทดสอบอย่างหนักหน่วงทั้งสามครั้ง บนระยะทางรวมกันกว่า 3,000 กิโลเมตรในสามประเทศ ช่วงระยะเวลากว่า 2 ปีที่รถรุ่นนี้เริ่มทำตลาดมาจนถึงรุ่นปรับปรุงสมรรถนะเพื่อกระตุ้นยอดขาย คงไม่เท่ากับการที่คุณได้ไปลองขับด้วยตัวเอง ความคิดเห็นส่วนตัวของผมแล้ว เจ้า New Vigo Champ คือแชมป์ยอดขายบนตลาดรถกระบะของเมืองไทย มันสามารถครองความเป็นผู้นำด้านตัวเลขของยอดจำหน่ายมานานกว่า 5 ปี จากปริมาณการขายทั่วประเทศที่พุ่งสูงชนิดชนเพดาน ซึ่งหากมันไม่เจ๋งจริงแล้ว ตำแหน่งแชมป์ยอดขายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2555 คงต้องเปลี่ยนมือไปแล้วอย่างแน่นอน.

By www.roddb.com